วันอังคาร, 29 กันยายน 2563

“ถ้ารถ ผมควันดำ ก็จับไปเลย!!”

24 ม.ค. 2020
69

 

“นายกฯบิ๊กตู่” คุยแนวทางแก้ปัญหาฝุ่น pm2.5 ยัน รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ขอร่วมมือกันปฏิบัติตามแผนที่กำหนด เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ชี้ ถ้ารถเก่า ควันดำ จับหมด แม้แต่รถนายกฯ ถ้าควันดำ ให้จับไปเลย ให้หยุดใช้
.

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ร่วมพูดคุยกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนเด็ก เกษตรกร และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ เพื่อรับฟังปัญหาและแนวคิดของประชาชนต่อการรับมือกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ในรายการ Government Weekly ทางเพจ ไทยคู่ฟ้า

นายกฯกล่าวถึงปัญหาฝุ่นจิ๋ว หรือ PM 2.5 ที่เกินมาตรฐาน

โดยสาเหตุหลักของการเกิด PM 2.5 คือ การขนส่งทางถนน ภาคอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง และครัวเรือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่ต่างจังหวัด

ดังนั้นจึงต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน รวมถึงการใช้กฎหมายที่จะสามารถบังคับใช้ได้เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้ทำตามหน้าที่ตามแผนปฏิบัติการที่เคยกำหนดไว้ ตั้งแต่ระดับฝุ่นน้อยไปจนถึงมาก

ซึ่งแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองมี 3 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 ระยะเร่งด่วนและวิกฤต เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่

มาตรการที่ 2 ระยะสั้น ป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่แหล่งกำเนิด

และมาตรการที่ 3 ระยะสั้นและระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ
.
โดยมาตรการเร่งด่วนเชิงพื้นที่ แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 PM 2.5 มีค่า 0-50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หน่วยงานดำเนินภารกิจตามสภาวะปกติ ระดับที่ 2 PM 2.5 มีค่าระหว่าง 51-75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หน่วยงานดำเนินมาตรการให้เข้มงวดขึ้น ระดับที่ 3 PM 2.5 มีค่าระหว่าง 76-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ควบคุมพื้นที่ ควบคุมแหล่งกำเนิด และกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ และระดับที่ 4 PM 2.5 มีค่ามากกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เสนอให้จัดประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอมาตรการต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ

อย่างไรก็ตาม การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ต้องเป็นไปตามแผนที่กำหนด ซึ่งมีระยะเร่งด่วนไปถึงระยะยาว

และขอให้ทุกหน่วยงานรวมถึงประชาชนร่วมมือกัน ในการแก้ไขปัญหาและป้องกันตนเองจาก PM 2.5 ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้น แทนพืชล้มลุกที่ต้องเผาก่อนฤดูกาลเพาะปลูกรอบใหม่ สร้างแรงจูงใจให้เกิดธุรกิจหรือการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รวมถึงการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองจากฝุ่น

นายกฯย้ำว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและห่วงใยกับสุขภาพของประชาชน โดยขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกัน ทั้งภาคเอกชน ประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา เพื่อคนในรุ่นนี้และลูกหลานของเราในอนาคต

error: Content is protected !!