วันศุกร์, 22 กันยายน 2566

หรือ ไม่มีใครผิด?!?..


.
เขากลับมาแล้ว!!
“ผู้การเถื่อน”ผู้การเรือหลวงสุโขทัย
กลับมาเขียนมหายันต์ อ.เถื่ิอน
หลัง เสร็จสิ้นการให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวนฯ
ขณะที่ผลสอบฯเบื้องต้น ไม่พบความผิด พลาดในส่วนผู้บังคับบัญชา
แต่ “ผู้การเถื่อน “ โดนตำหนิ
รายงาน ผบช. ไม่ตรงสถานการณ์จริงของเรือ แถมแจ้งช้า เรื่องน้ำเข้าเรือ
เหตุเพราะคิดว่า เอาอยู่
และ เรื่องนึกไม่ถึง มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยอมรับน้ำเข้าตั้งแต่ต้น แต่ไม่รายงาน
พีค! ทำไม ตัดสินใจ กลับสัตหีบ
แม้หน่วยเหนือ ให้เข้าจอด
อ่วม !ขั้นตอน สละเรือใหญ่
แจง คำสั่ง “เอาเรือให้รอด”

.
แม้ว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณี เรือหลวงสุโขทัยอับปาง จะสอบปากคำ กำลังพลที่รอดขีวิต และส่วนที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ รวม289 ปาก ครบหมดแล้ว อยู่ระหว่างการสรุปประเด็น ข้อสันนิษฐาน เป็นรายงานเบิ้องต้น เพื่อรอการกู้เรือ รล.สุโขทัย ขึ้นมาเป็นวัตถุพยาน แล้วตึงจะสรุปผล แล้ว ก็ตาม

แต่มีรายงานว่า ผลการสอบสวน ก็ทำให้พอประเมินได้ว่า สาเหตุเกิดจากอะไร ประกอบกับภาพถ่ายใต้น้ำ รล.สุโขทัย ที่ทีมนักประดาน้ำ ลงไปเก็บภาพเรือ มาก่อนหน้านี้

มีรายงานว่า ในการให้ปากคำของ กำลังพลที่รอดชีวิต รวมทั้ง นาวาโท พิชิตชัย เถื่อนนาดี ผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัย ที่เป็นกุญแจสำคัญ

โดยคำให้การ ได้อ้างถึง ผู้บังคับบัญชา 4 คน ที่ประสานสั่งการ ในขณะเกิดเหตุหลายชั่วโมง ก่อนเรือจะอับปาง

ตั้งแต่ พลเรือตรี โชคชัย เรืองแจ่ม. ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผบ.ทัพเรือภาค1 พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.กองเรือยุทธการ พลเรือเอก ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสธ.ทร.

ที่รายงาน และรับคำสั่งจาก พลเรือเอกเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. ตลอด

มีรายงานว่า ในการให้ปากคำของระดับ ผู้บังคับบัญชา ยอมรับว่า ได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จาก ผบ.ร.ล.สุโขทัย ที่อาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และประเมินในทางที่ดี เกินไป จึงส่งผลต่อการตัดสินใจแก้ปัญหา

จากการให้ปากคำของ ผบ.เรือ และกำลังพลที่รอดชีวิต ยอมรับว่า เรือหลวงสุโขทัย มีปัญหาน้ำเข้าในห้องโซนาร์ มาตั้งแต่การเดินทางมาจากสัตหีบ และมากขึ้นจากการเข้าในส่วนอื่นๆที่อาจมาจากประตูลิ้นกั้นน้ำต่างๆเพราะประตูผนึกน้ำปืดไม่สนิท แต่เพราะมั่นใจว่า ผนึกน้ำได้ จึงเดินทางต่อไปยัง จ.ชุมพร

โดยการแก้ไขปัญหาระหว่างเดินทางไม่มีการแจ้ง หรือรายงานไปยังหน่วยเหนือให้รับทราบ จนเช้าวันที่ 18 ธ.ค.2565 ฝ่ายอำนวยการ ทัพเรือ ภาค1 ได้ประสานกับท่าเรือบางสะพาน เพื่อขอให้อำนวยความสะดวกให้ ร.ล.กระบุรีกับร.ล.สุโขทัย เข้าจอดที่ท่าเรือ โดยท่าเรือฯพร้อมสนับสนุนการเข้าเทียบ

เมื่อเรือหลวงสุโขทัย เดินทาง มาเหลือระยะอีก 15-20ไมล์ ได้แจ้งท่าเรือบางสะพาน ไม่ขอเข้าจอด แต่จะเดินทางกลับสัตหีบเลย ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายเศษ และได้แจ้งมายัง ทัพเรือภาค1 เรื่องการไม่เข้าจอดที่บางสะพาน และขอกลับ สัตหีบ ซึ่ง ทัพเริอภาค1 อนุญาต

จนกระทั่ง เวลาประมาณ 17.00น ร.ล.สุโขทัย ได้แจ้งมายัง ทัพเรือภาค1 ว่า จะขอกลับมาจอดที่ ท่าเรือบางสะพานเนื่องจากการที่มีน้ำเข้าเรือ
ทำให้เรือเอียงประมาณ 20 องศาและเครื่องจักรซ้ายใช้งานไม่ได้ และมีอาการมากขึ้น

ทั้งๆที่มีมีปัญหาน้ำเข้าเรือ มาก่อนแล้ว แต่ เพิ่งแจ้งให้ ผู้บังคับบัญลา ทราบ ในช่วงเย็นวันที่ 18 ธค. ว่ามีน้ำเข้าเรือ

โดยระดับ ผบช. ให้การว่า ไม่ได้มีคำสั่งให้ กลับสัตหีบ แต่ ผบ.เรือ ตัดสินใจ เอง เพราะเห็นว่า คลื่นลมแรง เข้าไปเทียบท่าไม่ได้ โดย คนมีอำนาจตัดสินใจ สูงสุดคือ ผู้บังคับการเรือ ไม่มีใครไปแทรกแซงเพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเรือและจะทราบเหตุการณ์มากที่สุด แต่เมื่อ กลับไม่ได้ น้ำเข้าเรือเยอะ จีงจะขอเข้าเทียบท่า แต่ก็เข้าไม่ได้ เพราะคลื่นลมแรงมาก

ทางทัพเรือภาค1 ได้รายงานหน่วยเหนือ และร่วมกันแก้ปีญหา เพื่อกอบกู้สถานการณ์เรือ

มีรายงานว่า ผลการสอบสวน ไม่ได้มีระบุว่า ผู้บังคับบัญชา มีความผิดพลาดใด เพราะเพียงแค่ รับรายงาน และให้คำแนะนำ ประสานงานให้ แต่คนที่ตัดสินใจ คือ ผู้บังคับการเรือ

โดยมีการยืนยันว่าผู้บังคับบัญชา ไม่เคยมีคำสั่ง “ห้ามเรือจม” แต่มีการสื่อสาร มาแค่ว่า พยายามทำให้ดีที่สุด “เอาเรือให้รอด” ซึ่งหมายถึง เมื่อเรือรอดปลอดภัยทั้งคนและเรือก็รอดปลอดภัยไม่มีทางที่ ผู้บังคับบัญชา จะสั่งห้ามเรือจม แต่จากการฟังรายงานของ ผู้การเรือ ยังคิดว่าเรือจะผนึกน้ำอยู่

แต่เมื่อผนึกน้ำไม่อยู่ สูบน้ำไม่ได้ เพราะระบบไฟฟ้าดับ ก็ใช้กำลังพลวิดน้ำออก แต่ก็ไม่ทันกับ ปริมาณน้ำที่เข้ามาในเรือ

โดยเรือหลวงกระบุรี ก็นำเครื่องสูบน้ำ มุางหน้าไปช่วย รล.สุโขทัย แต่เมื่อไปถึง คลื่นลมแรงมาก ทางรลกระบุรี รายงานว่า ไม่สามารถนำเรือไปเทียบ กับ รล.สุโขทัยได้ เพราะจาการพยายาม ให้เรือกระแทกกัน จะยิ่งเสียหาย อีกทั้ง ในเวลานั้น เรือเอียง 60องศา แล้ว จึงรายงานว่า ควรเตรียมการสละเรือใหญ่

ขณะนั้น ผู้บังคับบัญชา ให้คำแนะนำว่า ให้กางแพขูชีพ สำรองไว้ก่อน เพาาะหาก
เอาไม่อยู่ ก็ให้เตรียมการสละเรือใหญ่ แต่ ทางผู้การเรือ รายงานว่า กำลังพลจะเกาะกาบเรือไว้ และใส่ชูขีพกันไว้แล้ว

ผู้บังคับบัญชา เป็นห่วงว่า กำลังพล ขึ้นมาอยู่ดาดฟ้าเรือกันครบทุกคนหรือยัง ทางผู้การเรือ ยืนยันว่า เรียกรวมพลครบหมดทุกคนแล้ว

จากการให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่ได้พบว่า ระดับผู้บังคับบัญชา แทรกแซง สั่งการใดๆ หรือมีความผืดใดๆ และเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น คลื่นลมแรง คลื่นสูงมาก จึงแปลกใจว่า ทำไมจึงมีกระแสข่าวออกมาทางสื่อว่า จะมีการย้าย พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.กองเรือยุทธการ และ พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผบ.ทัพเรือภาค1

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากสื่อบางสำนัก ว่า พลเริอเอกเชิงชาย ผบ.ทร.เสนอโยกย้ายทั้ง2 นายพล จาก เหตุ รล.สุโขทัย อับปาง
จากบัญชีรายชื่อ ที่ ผบ.ทร.ส่งให้กลาโหม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่ พลเรือเอกเชิงชาย ยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆต่อรื่องนี้ มีแค่ระบุว่า ให้รอดู เท่านั้น

ขณะที่ นาวาโท พิชิตชัย เถื่อนนาดี ผบ.รล.สุโขทัย ก็ดูจะทำใจได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคงทำใจกับอนาคตรับราชการของตนเอง แล้ว

พบว่า ผู้การเถื่อน ได้กลับมา ทำผ้ายันต์ อ.เถื่อน ตามปกติแล้ว โดยลงภาพในเฟสบุ้ค ให้ตนที่สนใจ ติดต่อขอซื้อได้

ทั้งผ้ายันต์ “เทวานาคา”ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ตระกูล ที่ออกแบบ และวาด มาจากภาพแว็บๆ ในหัว หลังอธิฐานขอให้ท่านบอกอะไรผมมาหน่อย

และผ้ายันต์ “ปู่หมอชีวกโกมารภัจจ์ ล้อมด้วยพญานาค 4ตระกูล และ ยันต์พระพุทธเจ้าเปิดโลก

ทั้งนี้ ผู้การเถื่อน มีความเชื่อว่าตนเอง เป็นลูกพญานาค อีกทั้ง เมื่อรอดชีวิตจาก เหตุการณ์ รล.สุโขทัย อับปาง ก็ยิ่งทำให้ถูกมองว่า มีของดี ของขลัง แคล้วคลาด

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสิบสวน จะเร่งสรุปผล หลังการกู้เรือขึ้นมาแล้ว

 

error: Content is protected !!