วันเสาร์, 4 ธันวาคม 2564

ย้อนอดีต อันหวานชื่น ของ “3ป” ณ บ้านน้อย หลังนี้

ย้อนอดีต อันหวานชื่น ของ “3ป”
ณ บ้านน้อย หลังนี้
.
ถ้า ไม่มีบ้านหลังนี้
ก็คง ไม่มี “3ป.”
แผงอำนาจ ที่กำลังจะกลายเป็น ตำนาน

.
.
ชะตา ฟ้ากำหนด ให้ทั้ง 3 คน มาเป็นพี่น้อง ที่รักใคร่ ประหนึ่งคลานตามกันมา จนสร้างประวัติศาสตร์ การเป็น 3 นายทหารที่เหนียวแน่น จนกลายเป็นแผงอำนาจ ที่แข็งแกร่ง คุมทั้ง กองทัพ และอำนาจรัฐ มาอย่างยาวนาน และมั่นคงที่สุด

แต่มัน กำลังจะกลายเป็น แค่ ตำนาน…


.
หลังจบจาก รร.นายร้อยจปร. รุ่นที่ 23 ….บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้หมวดหนุ่ม ที่จบมาเป็น ร้อยตรีหมาดๆ มารายงานที่ บ้านทหารเสือราชินี กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21รอ.) ค่ายนวมินทรฯ ชลบุรี

โดยมีคำสั่งให้มารายงานตัว กับ ร้อยเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บังคับกองร้อย อาวุธเบา ร.21พัน2รอ. หรือเรียกภาษาทหารว่า ผบ.ร้อย

ตอนนั้น บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร ยังดูหล่อ และสมาร์ท แต่งเครื่องแบบทหารชุดพราง แบบยัดชายเสื้อในกางเกง

แล้ว ก็ พรหมลิขิต อีก เพราะมี บิ๊กป๊อก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ร้อยโท รองผบ.ร้อย เลยได้มาอยู่ในกองร้อยเดียวกัน

ด้วยบุคลิกลักษณะของ บิ๊กป้อม ร้อยเอกประวิตร เป็นคนใจใหญ่ ใจนักเลง ดูแลลูกน้อง จึงทำให้ บ้านพักของ ร้อยเอกประวิตร บ้านหลังเล็กๆ2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน หลังนี้ กลายเป็น ที่รวมตัวของ ลูกน้อง โดยเฉพาะ รองผบ.ร้อย ป๊อก ผู้หมวดตู่ และ ผู้หมวดติ่ง พลเอก พงศ์เทพ กนิษฐานนท์

และบ้านหลังนี้ ถูกเรียกว่า บ้านทหารเสือฯหนุ่มโสด โดยมี “ผบ.ร้อย ป้อม” หรือ ผู้กองป้อม เป็นหัวหน้าทีม

พลเอกประวิตร เคยเล่าว่า ตอนนั้นไม่ค่อยมีกิน อยู่ด้วยกัน เป็นทหารเด็กๆ ทำงานอย่างเดียว เงินเดือนก็หมดไปกับการดูแลลูกน้อง

กิน นอน อยู่บ้านหลังนี้ ตื่นแต่เช้า แต่ ผู้หมวดตู่ เป็นรุ่นน้อง จะต้องตื่นมาก่อน เพื่อมาเข้าห้องน้ำ ให้เสร็จ

เพราะผู้หมวดตู่ ออกแนวเป็นคนเนี๊ยบ เพราะ คุณแม่เลี้ยงดูมาแบบคุณหนู หน่อยๆ

จากนั้น ก็ปลุก รุ่นพี่ๆ ก็ค่อยๆ ตื่นกันมาทีหลัง ห่างกัน 2-3 นาที

“อยู่ด้วยกันมา ทำให้เราแน่นแฟ้นรู้จักกันมาแต่เด็กๆ กินนอนด้วยกัน “

“แล้วก็แปลก อยู่บ้านนี้มา เป็น ผบ.ทบ. 3 คนเลย” บิ๊กป้อม เล่า

และหากย้อน กลับไป คือ ได้เป็น ทั้ง ผบพล.ร.2 รอ. และ แม่ทัพภาค1 ทั้ง 3 คน เหมือนกัน ด้วย

ส่วน พลเอก พงษ์เทพ ที่กินนอนบ้านหลังเดียวกันมานั้น เส้นทางรับราชการ ได้ออกนอก ทบ. ไปเป็นราชองครักษ์ ก่อนแล้ว

“เราอยู่ด้วยกันมาตลอด ก็รู้จักนิสัยใจคอซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ก็คบกันมารู้ว่าทั้ง 2 คน มีนิสัยเป็นยังไง โตมาด้วยกัน เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ก็คุยกันมา ก็สนิทสนมกันมาตลอด เรานอนบ้านเดียวกัน”

ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ เคยเล่าว่า “สมัยอยู่บ้านหลังนี้ นอนห้องเดียวกัน นี่ถ้า พี่ป้อม เอาหมอนอุดจมูกผม ผมก็คงตายไปแล้ว ก็คงไม่มีวันนึ้”

“ผมเอง มีวันนี้ได้ เพราะ พล.อ.ประวิตร สอนมา”

ไม่มีใครเข้าใจหรอก ซึ่งส่วนตัวกับ พล.อ.ประวิตร เคยทำงานร่วมชะตากรรมกันมาตอนอยู่ชายแดน จึงมีความผูกพัน

“ตอนที่ ผมเรียนจบมา ก็ไปรายงานตัวกับ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์

ตอนนั้นท่าน ก็สงสัยว่าคนนี้คือใคร อยากรู้ว่า จะแน่แค่ไหน ใช้เวลาหลายปีในการพิสูจน์ตนเองกว่า พล.อ.ประวิตร จะไว้ใจ

เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาก และทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องต่างตอบแทนอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เพราะหลักการคือ เมื่อทำดีต้องได้ดี ถ้าทำไม่ดี ต่อให้รักมากน้อยแค่ใดก็ไม่ให้ตำแหน่ง” บิ๊กตู่ เล่า

“ความจริงแล้ว สื่อ ก็เป็นคนตั้งเองนะ 3 ป. “

“นี่คือ3 ป.มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่มี3 ป.เราจะทำอะไรได้ 2คนนี้คือลูกพี่ฉัน สอนฉันให้เป็นคนดี สอนฉันให้ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ถ้าไม่มีพี่ทั้ง2คน พี่ป๊อก และพี่ป้อม ฉันก็มีวันนี้ไม่ได้ ทุกอย่างไม่มี เพื่อตัวฉัน แต่เพื่อประเทศไทย” นายกฯ กล่าวไว้

“จะไม่มีใครมาทำลาย ผมได้หรอก ทุกคนอาจจะไม่รู้ ทุกคนอาจจะไม่รักเพื่อนรักคนอื่น เหมือนผมรักกัน 3 คน ผมร่วมเป็นร่วมตายกันมา ชายแดนผมก็อยู่ ท่ามกลางสนามรบ ผมก็เคยอยู่ด้วยกัน และท่านเป็นผู้บังคับบัญชาของผมมา

ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมมารับราชการ อยู่บ้านเดียวกัน กินนอนด้วยกัน สั่งสอนกัน ฝึกอบรมด้วยกัน และโตขึ้นมาก็ยังคบ ยังเคารพกันอยู่ ทุกอย่างผมเป็นวันนี้ได้เพราะพี่ทั้ง2 คน ได้สั่งสอนผมมา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

“ทั้ง 3 คน ไม่ว่า จะตีผมอย่างไร ผมไม่มีแตกกันอยู่แล้ว รักกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน จำคำพูดของผมไว้แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไว้

เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา มีคนคอยเสี้ยม แต่บอกไว้เลยว่า ไม่มีทางสำเร็จ

พี่น้อง 3 ป. แผงอำนาจนี้เกิดขึ้นได้เพราะ พลเอกประวิตร ที่เติบโตในชีวิตรับราชการ นำทีม เป็น ผบ.พล.ร.2รอ. แม่ทัพภาค1 จนขึ้น ผบ.ทบ..

แม้กว่าจะเป็น ผบ.ทบ. บิ๊กป้อม จะโดนสกัด หลายครั้ง ตั้งแต่ตอนจะเป็น แม่ทัพภาค1 และ ตอนขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

เพราะตอนนั้น ถูกจับตามองว่า สนิทสนมกับ แกนนำพรรคไทยรักไทย ในยุค “ทักษิณ ชินวัตร” รวมทั้ง นายเสนาะ เทียนทอง เจ้าพ่อวังน้ำเย็น และ คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และบ้านจันทร์ส่องหล้า

แต่ทว่า บิ๊กป้อม ก็อยู่ในไลน์ อยู่แล้ว เพราะตอนนั้น ขยับจาก แม่ทัพภาค1 ขึ้น ผช.ผบ.ทบ.

แต่ เมื่อมีอำนาจ บิ๊กป้อม ไม่เคยลืมน้อง ช่วยผลักดันทั้ง พลเอกอนุพงษ์และ พลเอกประยุทธ์ มาตลอด

รวมทั้ง เมื่อ บิ๊กป้อม มาเป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

แม้ว่า สมัยก่อน พลเอกประวิตร จะถูกเขี่ยพ้น ร.21 รอ. ไม่ได้เป็น ผู้พัน และ ผู้การกรม ผบ.ร.21 รอ.

ได้เป็นแค่ รอง ผบ.ร.21พัน1 รอ. แล้ว ก็ต้อง ข้ามไป เป็น ผบ.ร.2พัน2 รอ. และ ผบ.ร.12พัน3 รอ. อยู่ด้าน ปราจีนบุรี สระแก้ว ก่อนที่จะเป็น ผบ.ร.12 รอ. ไม่ได้กลับไปโต ค่ายนวมินทร์ฯ จากทหารเสือราชินี มาเป็น บูรพาพยัคฆ์

ขณะที่ บิ๊กป๊อก และ บิ๊กตู่ ได้เติบโตในวิถี ทหารเสือราชินี ใน ร.21รอ. ได้เป็นทีมทหารเสือฯ ติดตามเสด็จฯ และเติบโต ไล่กันขึ้นมา จาก ผู้พัน ผู้การ และผบ.พล.ร.2 รอ. ที่ บิ๊กตู่ หายใจรดต้นคอ บิ๊กป๊อก มาตลอด เลยทำให้ บิ๊กป๊อก เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ไว

แต่อย่างน้อย ทั้ง3 ป.ก็ถือว่า อยู่ใน กองพลเดียวกัน คือ พล.ร.2รอ .

และมี บิ๊กป้อม เป็นพี่ใหญ่ที่ดูแลน้องๆมาตลอด

ทั้ง3 ป. ผ่านวิกฤติการเมืองมาด้วยกัน ตั้งแต่ ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เปลี่ยนขั้วรัฐบาล และ เหตุการณ์กระขับพื้นที่คนเสื้อแดง ปี2552-2553 ในรัฐบาล ปชป. ที่ บิ๊กป้อม เป็น รมว.กลาโหม บิ๊กป๊อก ผบ.ทบ. และบิ๊กตู่ รอง ผบ.ทบ.

จนมาถึงการรัฐประหาร 19 กย.2549 ที่ บิ๊กป๊อก แม่ทัพภาค1 เป็นคีย์แมนสำคัญ แต่ บิ๊กป้อม ที่อยู่วงนอก ก็ยังช่วยเป็นที่ปรึกษา

แต่มาวันนึ้ ไม่ใช่แค่ แรงเสี้ยม แรงยุของคนรอบข้าง เท่านั้น แต่ความขัดแย้ง กลเกม เล่ห์เหลี่ยมของนักการเมือง และ
ความรักของ 3 ป. ที่เสื่อมคลายลง กำลังจะทำให้ 3 ป. กลายเป็นอดีต เหลือเพียงตำนาน

หลัง พลเอกประยุทธ์ ปลด ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ลูกเลิฟ ของพลเอกประวิตร พ้นเก้าอี้รัฐมนตรีแบบฟ้าผ่า หักหน้าพี่ใหญ่แบบเต็มๆ เพราะเชื่อว่า ร้อยเอกธรรมนัส พยายามจะล้มตนเองกลางสภาเมื่อครั้งโหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แต่กระนั้น พลเอกประวิตร ก็ยังให้ร้อยเอกธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐและนางนฤมล เป็นเหรัญญิกพรรคต่อไป

จากนั้นความสัมพันธ์ของพลเอกประวิตรและพลเอกประยุทธ์ ก็ไม่เหมือนเดิม มีระยะห่างทางใจ และเต็มไปด้วยความหวาดระแวงกันเอง

ต่อให้ พี่ป้อม น้องตู่ จะพยายามสยบรอยร้าว ด้วยคำหวาน ยืนยัน ไม่มีแตกแยก รักกันจนวันตาย

แถมเดินประคอง ตระกองกอด โชว์สื่อ หวังสยบข่าวขัดแย้ง

“ทำไม ผมก็กอดทุกวันนั่นแหละ ตั้งแต่เด็กแล้ว” บิ๊กตู่ พยายามสยบข่าว ในตอนนั้น

“ผม กับพี่ป้อม ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ เห็นหน้าก็รู้ใจ ต่างคนต่างรู้ใจซึ่งกันและกัน “ นายกฯ ยังพยายาม

แต่ที่สุด ก็มาแตกหัก เมื่อ 6 รมต. แกนนำพปชร. เข้าพบ พลเอกประยุทธ์ รายงานเรื่องพฤติกรรมของ ร้อยเอกธรรมนัส จนต้องเอ่ยปากกับพลเอกประวิตรให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเลขาธิการพรรค ปลด ร้อยเอกธรรมนัส ออกอีกครั้ง

แต่พลเอกประวิตร ก็ไม่สน เพราะยึดข้อตกลง 3 ป. ที่ว่าเรื่องในรัฐบาล เรื่องการบริหาร เรื่องคณะรัฐมนตรี เป็นอำนาจของพลเอกประยุทธ์

แต่เรื่องในพรรคพลังประชารัฐ เรื่องการเมือง เป็นเรื่องของพลเอกประวิตรที่จะตัดสินใจ

ซึ่งพลเอกประวิตรก็ตัดสินใจที่จะมีร้อยเอกธรรมนัส และ นางนฤมล อยู่เคียงข้างทำงานในพรรคพลังประชารัฐเพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งต่อไป

ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตร ยิ่งมีปัญหาแต่ก็ต้องพยายามสยบศึก ด้วยการให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันโดยสงบ ยุติความขัดแย้ง หยุดให้สัมภาษณ์การพูดที่ จะยิ่งทำให้สื่อนำไปขยายความความแตกแยก

แต่ทว่า นี่เป็นแค่การ พักรบชั่วคราวเท่านั้น เพราะในเมื่อ ทั้งนายกฯ และแกนนำพรรคฟากหนึ่ง เปิดหน้าแสดงตนไม่เอา ร้อยเอกธรรมนัส อย่างชัดเจนเช่นนี้

ท่ามกลางกระแส กองเชียร์ให้ พลเอกประยุทธ์แยกวงไปตั้งพรรคใหม่เอง

แม้ พลเอกประยุทธ์ จะยืนยันว่าจะไม่อยกวง โดบระบุว่า แยกกันได้ที่ไหน

และยอมรับว่าต้องยึดตามข้อตกลง ที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ ในส่วนของพรรคก็เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค นายกฯไม่อาจไปสั่งการอะไรได้

เรียกได้ว่าต่างมีอาณาจักร แห่งอำนาจของตนเอง ถ้าเป็นเรื่องในรั้วทำเนียบรัฐบาล ก็เป็นอำนาจของบิ๊กตู่

แต่ถ้าเรื่องใน พรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นอำนาจ ของ บิ๊กป้อม

โดยที่ในอาณาจักรแห่งนี้ของ บิ๊กป้อม ก็จะยังมีร้อยเอกธรรมนัส และ นางนฤมล และ บรรดาน้องเลิฟของ พลเอกประวิตรที่ดึงมาช่วยงานพรรค

อาณาจักรใคร อาณาจักร มันไม่ยุ่งเกี่ยวก้าวก่ายกัน

ยิ่งส่งผลให้ ถาพของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ และภาพของ พลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตร ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน แถมมีรอยร้าวแตกลึกลงทุกวัน

ประหนึ่ง กำลัง นับถอยหลัง สู่การแตกหัก

cr.  llpch.news

error: Content is protected !!