วันเสาร์, 4 ธันวาคม 2564

บันทึกไว้ในความทรงจำ

.
ตั้งใจไว้ ว่า ยังไง ก็ต้องมากราบลา คุณชายดิศ “ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล” ก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพ พรุ่งนี้
.
สมัยทำข่าวชายแดนไทย-เมียนมา ทางภาคเหนือ ตั้งแต่ ปี2542-2544 ช่วงที่ความสัมพันธ์ ทหารไทย กับทหารพม่า ตึงเครียด เพราะ ยาบ้า ที่ทะลักเข้ามาหลายร้อยล้านเม็ด โดยที่การข่าวฝ่ายไทย ระบุว่า กลุ่ม ว้าแดง ที่ กะเหรี่ยงพุทธ ที่ ทหารพม่า หนุนหลังให้การคุ้มครอง อยู่ในตอนนั้น สนับสนุน กลุ่มว้าแดง ในการปั้มยาบ้า ตามโรงงานชายแดน จนที่สุด ก็มีสู้รบกัน ที่ชายแดน แม่สาย จ.เชียงราย
สมัยนั้น บิ๊กตุ๊ด พลเอก วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ ทหารม้าสายบู๊ เป็น แม่ทัพภาค3 สั่งยืงปืนใหญ่ถล่ม ฝ่ายทหารพม่า ตายเจ็บเพียบ ทั้ง เขาหัวโล้น และ ปางหนุน …สถานการณ์ตึงเครียดสุดๆ
แต่เมื่อมีการสู้รบ ก็ย่อมต้องมีเจรจา….. ฝ่ายไทย ข้องใจ ว่า มีโรงงาน ปั้มยาบ้า ที่ตะเข็บชายแดน และการช่าว เวลานั้น ชี้ไปว่า เมืองยอน ของว้าแดง คือฐานที่มั้น ในการผลิตยาบ้า
แต่พม่า ก็ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบ ได้แต่ปฏิเสธ ว่า เมืองยอน ไม่ได้เป็น เช่นที่ไทย กล่าวหา
จนที่สุด คุณชายดิศ “ม.ร.ว. ดิศนัดดา ดิศกุล” ยื่นมือเข้ามาช่วย ในการประสานกับทางพม่า เนื่องจาก คุณชายดิศ ทำโครงการ ดอยตุง ที่แม่ฟ้าหลวง และไปข่วยพัฒนาชีวิต ชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน
ฝ่ายพม่า ยอมเปิดให้ฝ่ายไทย เข้าพื้นที่ เมืองยอน ไปพิสูจน์ข้อกล่าวหา โดยมี คุณชายดิศ พา คณะทหาร เข้าไป แต่มีข้อแม้ว่า ทหารไทย ต้องไม่แต่งเครื่องแบบ และ ต้องไม่มีอาวุธ
ส่วน “วาสนา” ซึ่งเป็นนักข่าว ที่ รัฐบาลทหารพม่า ขึ้นแบล็คลิสต์ เพราะช่วงที่สู้รบกัน ก็เสนอข่าวหลายข่าว ที่ พม่า ไม่พอใจ โดยมี คอลัมนิสต์ นักเคลื่อนไหว รวม14 คน โดยขึ้นบัญชีดำ ห้ามเข้าประเทศ
แต่ ก็ ปลอมตัว ร่วมคณะเข้าไปด้วย โดยมี คุณชายดิศ รับทราบ เพราะท่านก็อยากให้มีนักข่าว ไปพิสูจน์ด้วยตนเอง
เรานั่งรถ กันหลายชั่วโมง ถนนหนทางเต็มไปด้วยฝุ่น สลับป่าหญ้า ก่อนปีนขึ้นเขา เข้าเมืองยอน
ครั้งนี้ เข้ามาแบบทัศนคติไม่ดี กับ เมืองยอน กับ ว้าแดง ระหว่างทาง ก็พยายามมองหา โรงงานปั้มยาบ้า จนที่สุด เมื่อมาถึง ก็เต็มไปด้วย ไร่ส้ม ไร่ผลไม้ ผู้นำว้าแดง ในตอนนั้น ยืนยันว่า ไม่ไดืปั้มยาบ้า แต่ทำโครงการปลูกผลไม้เมืองหนาว แบบ ดอยตุง ว้าแดง รู้จักโครงการของ สมเด็จย่าฯ ของในหลวง ร.9 บ้านเรา ผ่าน คุณชายดิศ นี่แหล่ะ
สำรวจไป สำรวจ มา…… ฝ่ายพม่า ดันจำ “วาสนา” ได้ แม้จะ มัดผม ใส่แว่น คลุมผ้า
แต่ คุณชายดิศ ก็เจรจากับทางพม่า ให้ ว่า นักข่าวมาช่วย พิสูจน์ เมืองยอน ให้
พอดี วาสนา เป็นนักข่าวสายทหาร ที่ทำข่าวชายแดนของBangkok post คนเดียวตอนนั้น เลยไม่สามารถให้ใคร มาแทน ได้ จึงต้องมาเอง แม้โดนแบล็คลิสต์
คุณชายดิศ ช่วยดูแล มาตลอด และให้ความรู้ในเรื่องเมียนมา และการทำโครงการพระราชดำริ ทุกครั้งที่ ขึ้นไป บนดอยตุง จะได้ทาน แมคคาเดเมีย สุดกรอบอร่อย ชอบมากๆ ทุกครั้ง
แม้ การไปพิสูจน์ เมืองยอน ครั้งนั้น จะไม่เจออะไร แต่ทัศนคติที่ไม่ดี ต่อพม่า จึงคิดว่า ว้าแดง เอายาบ้า ไปซ่อนหมดแล้ว
จากนั้นมา ก็ไม่ค่อยได้พบ คุณชาย หลายปีมากๆ จนคุณชาย มีแถลงข่าว ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ จึงได้ไปสวัสดี ท่าน
จากนั้น มาพบท่านอีกครั้ง ที่ ทำเนียบรัฐบาล ที่คุณชาย นำนิทรรศการ ให้ความรู้ เรื่อง พันธุ์ปลาพระราชทาน มาให้นายกฯบิ๊กตู่ ชม
พบคุณชาย ที่ไร ท่านจะกอดคอ หยอก เล่นเสมอ และมีรอยยิ้ม ที่สุดใจดี
จนอีกครั้ง มูลนิธิปิดทองหลังพระ ชวนไป เมียนมา ที่โครงการหลวง ไปช่วยชาวเมียนมา ที่ยากจน แถมแห้งแล้ง แสนห่างไกล แต่ ครั้งนั้น ท่านสุขภาพไม่ดี จึงไม่ได้ไปกับพวกเรา
แล้วจากนั้น ก็ไม่ได้เจอท่านเลย…… จนท่านสิ้น
แต่ คุณชายดิศ ได้ถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ ผู้เป็น ราชนิกูล เป็นคุณชาย นักพัฒนา และช่วยเหลือคนยากจน ไม่ใช่แค่ คนไทย หรือ ชาวเขา ชาติพันธุ์ ในไทย แต่ รวมถึง ในประเทศเพื่อนบ้าน อีกด้วย
วันนี้ จึงไปกราบท่านเป็นครั้งสุดท้าย….
ขอคุณชาย ไปสู่สรวงสวรรค์
error: Content is protected !!