วันพฤหัสบดี, 21 ตุลาคม 2564

เปิด เบื้องหลัง ปฏิบัติการต้านปฏิวัติ “บิ๊กตู่”กลางสภา ฉบับ เซนเซอร์ !!

20 ก.ย. 2021
1812

เปิด เบื้องหลัง
ปฏิบัติการต้านปฏิวัติ “บิ๊กตู่”กลางสภา
ฉบับ เซนเซอร์ !!
“ป.ประยุทธ์” ลุยเอง
ส่ง”เสธ.อ้น”ทหารเสือฯน้องรักนายกฯ
กอบกู้ คะแนนโหวต
เบื้องหลัง “ข่าวรั่ว”
และทำไม เคลียร์ ไม่จบ
ก่อน ปลด “ธรรมนัส”
ก่อศึกสายเลือด จปร.
“พี่ใหญ่”แยกวง !!!

.

เมื่อครั้ง พี่น้อง3 ป. รวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ….ในเวลาที่ “พี่ตู่-พี่ป้อม” มีปัญหาทางการเมือง มักจะเรียกใช้บริการ น้องรักสายทหารเสือราชินีฯ อย่าง เสธ.อ้น พลเอก กนิษฐ์ ชาญปรีชญา เสมอๆ

ตั้งแต่ สมัยสู้ศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เสธ.อ้น ก็ช่วยเพิ่มพลังดูด ให้พรรคพลังประชารัฐ

ขื่อ เสธ.อ้น เริ่มเป็นที่รู้จักของ นักการเมือง ในฐานะ สายตรง บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม

ในเวลานั้น นักการเมือง เช็คข่าวกันให้วุ่นว่า เสธ.อ้น เป็น ใคร เป็น ตัวแทน ตัวจริงเสียงจริงของ พี่น้อง 2 ป. หรือไม่

แต่บทบาทครั้งนั้น ยังไม่เป็นที่เปิดเผย ในวงกว้างนัก เพราะ เสธ.อ้น ยังสวมเครื่องแบบทหาร อยู่

แต่เมื่อเกษียณราชการ ก็ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นที่รู้กัน ใน สว. ว่า เสธ.อ้น เป็นหนึ่งใน สว. ที่เป็น ผู้ส่งสัญญาณ ให้ สว.

แต่มี ปฏิบัติการสำคัญ ของ เสธ.อ้น ที่เป็นที่เปิดเผย ก่อนหน้านี้ คือ การเจรจากับ นายอุตตม สาวนายน ให้ยอมลาออกจาก หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร มาเป็นหัวหน้าพรรค หลังพี่น้อง2 ป. เจ้าของพรรคตัวจริง ส่งสัญญาณ

และแล้ว ก็มาถึงปฏิบัติการครั้งสำคัญ อีกครั้ง ของ เสธ.อ้น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดนลูบคม

หลังจากได้รู้ข่าวจาก แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ว่า มีการล็อบบี้ ซื้อโหวต เพื่อล้ม นายกฯ กลางสภา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พลเอกประยุทธ์ ซึ่งได้มอบหมายให้ เสธ.อ้น มาช่วยงาน บิ๊กป้อม ในทางการเมือง หรืออีกนัยหนึ่งคือ มาเป็นหูเป็นตา ในพรรคพลังประชารัฐ ให้นายกฯ

เพราะในแวดวงทหาร จะรู้ดีว่า ระหว่าง บิ๊กป้อมกับ บิ๊กตู่ แล้ว เสธ.อ้น คือ น้องรัก ตท.19 จปร.30 ของ บิ๊กตู่ และเป็นคนของ บิ๊กตู่ เพราะอยู่ ร.21 รอ. มาด้วยกัน และได้รับมอบหมายให้ ดูแลงานการข่าว มาตลอด จึงเป็นน้องรักสายตรงของ บิ๊กตู่

นายกฯ จึงสั่งให้ เสธ.อ้น ตรวจสอบ ว่า มีจริงหรือไม่ และใครบ้างที่มีชื่อ ถูกล็อบบี้

จากการตรวจสอบ พบว่า มีการเจรจาล็อบบี้ ต่อรอง และแจกกล้วย ในการโหวต ไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ เกิดขึ้นจริง

ทั้งในพรรคร่วมรัฐบาล บางพรรค พรรคละ 3-4 คน ในพปชร.เอง และพรรคเล็ก รวม10 คน

ในมือ เสธ.อ้น มีรายชื่อ ผู้ร่วมก่อการปฏิวัติ กลางสภา ครั้งนี้ มากกว่า 20 คน

เมื่อรายงาน ให้ พลเอกประยุทธ์ รับทราบแล้ว จากนั้น ก็เปิดปฏิบัติเรียกคะแนนโหวตคืน

พลเอกประยุทธ์ ลงมือ เอง ด้วยการคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล และ เรียก แกนนำ สส.พรรคเล็ก และคนที่มีชื่อในลิสต์ มาเจรจา และต่อรองทางการเมืองกันตามสไตล์ จนมั่นใจว่า แผนการทั้งหมด ถูกยกเลิก โดยเฉพาะ 10 เสียง พรรคเล็ก ไม่แตกแถว แน่

พลเอกประยุทธ์ เล่าข้อมูลต่างๆให้ พลเอกประวิตร รับรู้ แต่ พลเอกประวิตร ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับ คนใน พปชร. โดยเฉพาะ ร้อยเอกธรรมนัส เลขาฯพรรค

เพราะ พลเอกประวิตร ได้ตรวจสอบแล้ว ว่า เป็น รมต.บางคนในพปชร. และพวก ที่ไปรับงานรับแผนมา เป็นแผนของ ฝ่ายตรงข้าม ในการซื้อโหวต สส. ในพรรคพปขร. และพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อล้ม นายกฯ ไม่ใช่ ร้อยเอกธรรมนัส

แต่ พลเอกประยุทธ์ ยังยืนยันในข้อมูล ดังนั้น สิ่งที่ พลเอกประวิตร ทำได้ในตอนนั้น คือ การ จัดการเคลียร์ใจ ระหว่าง พลเอกประยุทธ์ กับ ร้อยเอกธรรมนัส ที่มูลนิธืป่ารอยต่อฯ ก่อนวันโหวต 1 วัน

ร้อยเอกธรรมนัส ยกมือไหว้ ขอโทษ พลเอกประยุทธ์ แต่ไม่ได้มีการกราบขอโทษ
พร้อมยืนยีนว่า ไม่ได้ต้องการจะล้มนายกฯ โดยชี้แจงว่า แค่ต้องการส่งสัญญาณให้ นายกฯ และมหาดไทย ดูแล สส. ให้มากขึ้น เพราะใกล้เลือกตั้ง สส.ในแต่ละพื้นที่ ต้องมีผลงาน

วันนั้น มีรายงานข่าวออกมาว่า มีการให้ความมั่นใจ เรื่องคะแนนไว้วางใจ ของ พลเอกประยุทธ์ ว่าจะไม่มีปัญหา และจะทำให้ได้คะแนนสูงสุด

แต่ผลปรากฏว่า ในวันโหวต พลเอกประยุทธ์ ได้คะแนนไว้วางใจ “รองบ๊วย”
264 เสียง และคะแนนไม่ไว้วางใจมากที่สุด 208 เสียง

แม้ พลเอกประยุทธ์ จะให้สัมภาษณ์ว่า พอใจ เพราะผ่าน ก็ถือว่าจบ ไม่ได้คืดว่า คะแนนน้อย รองบ๊วย และไม่ได้น้อยใจอะไร

แต่ทว่า ในเบื้องลึกแล้ว ยังข้องใจ การโหวตของพรรคเล็ก ที่แม้จะ “ดีล” กันใหม่แล้ว แต่กลับมา โหวตสวน

จุดนี้เอง ที่ทำให้ พลเอกประยุทธ์ ไม่พอใจอย่างมาก เพราะไหนว่า เคลียร์แล้ว จบแล้ว แต่กลับปรากฏร่องรอย ที่ทำให้ มัน จบไม่ได้

อีกทั้ง คำพูดหลายประโยค ของ ร้อยเอกธรรมนัส ที่พูดผ่านสื่อ ยังคาใจ เพราะ นายกฯคิดว่า โจมตี และไม่ให้เกียรติ

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้ พลเอกประยุทธ์ ตัดสินใจ ปลด ร้อยเอกธรรมนัส พ่วง อ.แหม่ม นฤมล เหรัญญิกพรรค ที่เป็นคนสนิทของร้อยเอกธรรมนัส หลุดจาก ครม. ปลดฟ้าผ่า แบบที่ นายกฯไม่ได้บอก พลเอกประวิตร ก่อน เพราะรู้ดีว่า พี่ชาย ต้องคัดค้าน

ส่วนงานนี้ พลเอกประวิตร รู้เห็น รับรู้ รับทราบ หรือ ไม่รู้เรื่อง นั้น ไม่มีรายงานยืนยัน คำพูดของ พลเอกประยุทธ์

“พลเอกประยุทธ์ มีเหตุผล มีข้อมูล มีพยาน ไม่ใช่หูเบา หรือ หวาดระแวง ไม่ใช่ว่า ไม่ยอมจบ แต่ถ้าใครเจออย่าง นายกฯ จะเข้าใจ เพราะนี่ถ้า แกนนำพรรคร่วม ไม่มากระซิบ ป่านนี้ ไม่รู้จะเป็นยังไง” แหล่งข่าว ที่ร่วมในการตรวจสอบข่าว ให้ นายกฯ ระบุ

อีกทั้งที่ผ่านมา นายกฯ ก็ตอบแทน ร้อยเอกธรรมนัส ที่ช่วยสู้เลือกตั้ง ช่วยพรรค และช่วย พลเอกประวิตร มา โดยให้เป็น รมต.มาแล้ว 2 ปี ไม่ว่า นายกฯจะถูกโจมตีหนักแค่ไหน แต่ก็อดทน ไม่เคยจะปรับ ร้อยเอกธรรมนัส ออกจาก ครม.

แต่ครั้งนี้ มาเจอแผนปฏิวัติล้มตัวเอง กลางสภาแบบนี้ และมีพยาน มีหลักฐาน นายกฯ จึงไม่อาจปล่อยไว้ได้ ไม่เช่นนั้น ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก

เมื่อเกิดปัญหา ที่กระทบต่อพรรคพลังประขารัฐ และ ความรู้สึกของพลเอกประวิตร เช่นนี้

พลเอกประยุทธ์ จึงตัองปรับแผน ทางการเมือง ด้วยการเจรจากับ แกนนำ สส. พปชร.แต่ละกลุ่ม ด้วยตนเอง รวมทั้ง สส. ในกลุ่มของ ร้อยเอกธรรมนัส เพื่อสอบถามจุดยืน

แน่นอนว่า ทุกคนยืนยัน ในการสนับสนับสนุน เป็นนายกฯ และหลายคน ก็ย้ายข้าง บางคน แสดงตน สวามิภักดิ์ ต่อ พลเอกประยุทธ์ เท่านั้น เลยทีเดียว

ก่อนที่จะนำมาซึ่งการที่ พลเอกประยุทธ์ ลงพื้นที่รัวๆ พบปะ สส. นักการเมืองมากขึ้น

และในจำนวนนี้ มี เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน สส.ชลบุรี ถิ่นทหารเสือฯร.21รอ. ที่สนิทสนมกับ เสธ.อ้น เข้า
มาช่วยดูแลนายกฯ และลงพื้นที่ และงานของ นายสุชาติ หลายงาน

สภาพการณ์เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ที่ทำได้เพียง ปลด ร้อยเอกธรรมนัส – อ.แหม่ม นฤมล พ้น ครม. เท่านั้น

แต่ไม่อาจทำให้ พลเอกประวิตร พี่ใหญ่ เขี่ย 2 ลูกรัก พ้นพรรคพปชร. เพราะนอกจาก เป็นมือซ้าย มือขวา และเป็นที่ไว้วางใจ แล้ว ยังจำเป็นต้องใช้งาน ในพรรค โดยเฉพาะการเลือกตั้ง

จึงขอให้ ทั้งคู่ ไม่ลาออก และอยู่ช่วยงานพรรคพปชร.ต่อไป

จึงทำให้ภาพ พี่ใหญ่ป้อม กับ น้องเล็กตู่ ยังคงขบๆ กันอยู่ แม้ พลเอกประยุทธ์ จะตะกองกอด พี่ใหญ่ แสดงละครฉากใหญ่ ให้กองหนุน สบายใจ ว่า พี่น้อง2 ป.ไม่แตกแยก ไม่ขัดแย้ง รักใคร่กันดีตามเดิม ก็ตาม

แต่ก็ไม่อาจสมานรอยร้าวในใจ ที่ถูกหลบซ่อน เอาไว้

ในขณะที่ บิ๊กป้อม พลิกเกมในพรรคพปขร. ด้วยการ ดึง บิ๊กน้อย พลเอก วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีต ผช.ผบ.ทบ. น้องรัก มาเป็นประธาน กก.ยุทธศาสตร์พรรค และถูกมองว่า จะเป็น ทายาท ทางการเมือง ของ บิ๊กป้อม ถึงขั้นอาจจะเป็น หัวหน้าพรรค ในอนาคต เลยทีเดียว

จนถูกมองว่า เพื่อตีกัน พลเอกประยุทธ์ ที่อาจจะเข้ามาเป็น หัวหน้าพรรค เองในอนาคต เพราะพลเอกประยุทธ์ ก็ไม่เคยปฏิเสธ ว่าจะไม่เป็นหัวหน้าพรรค แค่ตอบมาตลอดว่า ยังไม่ไปถึงตรงนั้น ยังไม่ได้คิด ยังไม่มีความจำเป็น

แต่เวลานี้ สถานการณ์ เช่นนี้ อาจจะจำเป็นที่ พลเอกประยุทธ์ ต้องมาคุมเกมทางการเมือง ด้วยตนเอง หากต้องการจะไปต่อ ในสมัยหน้า

แต่ดูเหมือน พลเอกประวิตร จะมองว่า บิ๊กตู่ ไปต่อไม่ไหวแล้ว ในสมัยหน้า จึงมีข่าวว่า เตรียมมองหานายกฯคนใหม่ มาเป็น นายกฯสำรอง หาก เมื่อใกล้ถึงเวลาเลือกตั้ง คะแนนนิยม ยังไม่ดีขึ้น

ซึ่งเป็นกระแสข่าว ที่ออกมาก่อนหน้าที่จะมีการปลด ร้อยเอกธรรมนัส เสียด้วยซ้ำ
อันสะท้อนว่า บิ๊กป้อม ก็เตรียมแผน 2 แผน3 เอาไว้

แต่ก็มาเกิดเรื่องเสียก่อน จน นายกฯ ปลด ร้อยเอกธรรมนัส และ นฤมล

แม้ พลเอกประยุทธ์ จะพยายาม เจรจาพูดคุย งอนง้อ เข้าหา ไปทานข้าว ไปสูบไป้ป์ กับ พี่ป้อม ที่ มูลนิธิป่ารอยต่อ บ่อยครั้งขึ้น ก็ตาม

แต่ทว่า ทุกมื้อกลางวัน จะมี ร้อยเอกธรรมนัส และ อ.แหม่ม นฤมล ไปร่วมโต๊ะอาหาร กับ บิ๊กป้อม ทุกวัน แถม อยู่ยาว ยันเย็น ในการประชุม วางแผน การทำงาน ยิ่งเพิ่มความใกล้ชิด และมี พลเอกวิชญ์ เพิ่มมาร่วมวง ด้วย

บิ๊กป้อม รักใคร แล้วรักจริง ยิ่งโดน บิ๊กตู่ ทำแบบนี้ จึงทำให้ ไม่มีอะไร กลับมาเหมือนเดิม

แต่ก็พยายามแสดงให้ คนอื่น เห็นว่า ไม่มีอะไรคาใจ เคลียร์ใจกันแล้ว เพื่อรักษาภาพของ แผงอำนาจ 3 ป. และเสถียรภาพของรัฐบาล

แต่ในเมื่อรอยร้าว ในใจ ได้ถูกหลบซ่อนไว้ และ มีใจคนละดวง เช่นนี้ เค้าลาง แห่งปัญหา จึงจะตามมาอีกมากมาย

แถมตัวละคร ในหน้าประวัติศาสตร์นี้ ล้วนเป็น อดีตทหาร และเป็นทหารบก ที่จบจาก รร.เตรียมทหาร และ รร.นายร้อยจปร. เช่นกัน

พลเอกประยุทธ์ ตท.12 จปร.23 พลเอก อนุพงษ์ ตท.10 จปร.21 เสธ..อ้น พลเอกกนิษฐ์ ตท.19 จปร.30 กับ พลเอกประวิตร ตท.6 จปร.17 บิ๊กน้อย พลเอกวิชญ์ ตท.11 จปร.22 และ ร้อยเอกธรรมนัส ตท.25 จปร.36 แถมกองหนุนของ แต่ละฝ่าย อีก

ดังนั้น ในทางการเมือง อะไร ก็เกิดขึ้นได้ !!

error: Content is protected !!