วันศุกร์, 24 กันยายน 2564

“นักฆ่า แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา #2”เปิดเบื้องหลัง ปลดฟ้าผ่า “ธรรมนัส” “นฤมล” สะเทือน พี่ใหญ่-พปชร. ไปต่อ หรือ พอแค่นี้


เกมแห่งอำนาจ Power Play ….ของ
“ป๋าเปรม” พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ อดีตนายกรัฐมนตรี 8ปี เคยถูกตั้งฉายาว่า “นักฆ่า แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

แต่วันนี้ ปฏิบัติการ เชือด”ธรรมนัส-นฤมล”
ของ บิ๊กตู่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แบบฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ กำลัง ทำให้ พลเอก ประยุทธ์ ได้ฉายา นักฆ่า แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา #2

ผลพวงจาก ขบวนการ โหวตคว่ำ พลเอกประยุทธ์ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา

แม้ บิ๊กป้อม จะให้ ร้อยเอกธรรมนัส ขอโทษ นายกฯ แล้วแต่ก็ไม่จบ ไม่เคลียร์

จนถึงขั้น ที่ พลเอกประยุทธ์ ไม่มองหน้า ในการประชุม ครม.

แล้วเย็นวันนั้น พลเอกประยุทธ์ ก็มีภารกิจ “ว.5” ตั้งแต่เย็น และ ได้ทำภารกิจสำคัญในตอนค่ำ

ในวันนี้ มี โปรดเกล้าฯ ปลด ร้อยเอก ธรรมนัส พ่วง อ.แหม่ม นฤมล รมช.แรงงาน เหรัญญิกพรรคพปชร. อีกคน เป็น คำเฉลยว่า ภารกิจ วันนั้น คือ อะไร

เป็นปฏิบัติการอย่างเงียบเชียบ รู้กันในตึกไทยคู่ฟ้า ว่า นายกฯ เข้าเฝ้าฯ แต่ ก็คาดการณ์กันเรื่องโผโยกย้ายทหาร และมีข่าวลือเรื่องเกี่ยวกับ “ผู้กองธรรมนัส” แต่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นเรื่องจริง

เพราะ ก่อนหน้านั้น ที่รัฐสภา วันที่ พลเอกประยุทธ์ ให้ สส. พปชร.บางกลุ่มเข้าพบ เพื่อให้กำลังใจ นั้น ก็มีบางประโยค บางสรรพนาม ที่ พลเอกประยุทธ์ พูดออกมา แล้ว คนฟัง รู้ว่า หมายถึง ร้อยเอกธรรมนัส

หรือแม้แต่ ในการฟัง แถลงยุทธศาสตร์ชาติของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) รุ่นที่ 63 เมื่อวานนี้ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ที่มีพลเอกประวิตรนั่งฟังอยู่ด้วย

“ ผมเป็นทหาร ก็ยังทำงานแบบทหาร ยึดถือแนวทหาร แต่บางทีก็มีเผลอเสียที โดนซุ่มโจมตีระหว่างทางบ้าง แต่ยังดีที่ไหวตัวทัน”

ปฏิบัติการเชือด ของ พลเอกประยุทธ์ ในครั้งนี้ เป็นการดับอนาคตทางการเมืองของ ร้อยเอกธรรมนัส เลยก็ว่าได้

เพราะ พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้บอก พลเอกประวิตร ก่อน แต่เพิ่งจะมาแจ้งพลเอกประวิตร เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯออกมา

พลเอกประยุทธ์ เข้าไปหา พลเอกประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เผื่อแจ้งให้ทราบว่า มีโปรดเกล้าฯออกมาแล้ว ซึ่ง บิ๊กป้อม พูดอะไรไม่ออก เพราะมันจบแล้ว

แม้จะ พลเอกประวิตร จะไถ่ถาม แต่คำตอบที่ได้คือ ผมมีเหตุผลของผม และเป็นเรื่องของผม ผมจะจัดการทุกอย่างเอง

หลังจากนั้น เมื่อ ร้อยเอก ธรรมนัส ล่วงรู้ ก็รีบแถลงข่าวลาออก แต่ในระหว่างนั้น ทางทำเนียบฯ ได้รับไฟเขียว ให้แจกจ่าย ราชกิจจานุเบกษาฯ ประกาศ ให้ ร้อยเอก ธรรมนัส และ นฤมล พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

ประหนึ่ง เพื่อยืนยันว่า เป็นการถูกให้พ้นจากตำแหน่ง หรือ ปลดออก

แม้ ร้อยเอก ธรรมนัส จะแถลงว่า ได้ยื่นใบลาออก ตั้งแต่ 8 กย. 2564 ก็ตาม แต่ พลเอกประวิตร ห้ามไว้

การปลด ร้อยเอกธรรมนัส พ่วง อ.นฤมล ที่เป็น มือขวา และ มือซ้าย ลูกเลิฟ พลเอก ประวิตร โดยไม่บอกไม่กล่าว พลเอกประวิตร ก่อน

ทั้งๆที่ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จะยังไม่ปรับ ครม.

งานนี้ เป็นที่เม้าธ์กันว่า นายกฯ คงได้รับข้อมูล บางอย่างเรื่อง ร้อยเอกธรรมนัส และ นฤมล

ท่ามกลางข่าวสะพัดว่า จากนี้ไป พลเอกประยุทธ์ จะลงมาทำงานการเมือง เองแล้ว จากที่ ปล่อย พลเอกประวิตร ดูแล คนเดียว แล้ว พลเอกประวิตร ก็ใช้ ร้อยเอกธรรมนัส จนทำให้อำนาจ บารมี เพิ่มขึ้น

โดยมี แกนนำ พปชร. หลายคน เช้าหา พลเอกประยุทธ์ และรับจะดูแล ใน พปชร.ให้ แม้ ไม่มี ร้อยเอกธรรมนัส

เพราะ แม้ ร้อยเอกธรรมนัส จะพ้นจาก รมช.เกษตรฯ แต่น่าจับตามองว่า เจอยังงี้ จะยังเป็น เลขาพรรคพปชร.ต่อมั้ย ยังจะช่วยพรรคต่อมั้ย

เพราะในการแถลงข่าวร้อยเอกธรรมนัส บอกว่า จะกลับไปเป็น สส.อย่างเดียว จะเริ่มต้นใหม่ ที่พะเยา และ ในอนาคต เตรียมที่จะไปอยู่บ้านหลังใหม่ ที่น่าจะหมายถึงพรรคการเมืองใหม่ที่ได้ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ เพราะมีกลุ่ม สส.ล้านนา อยู่ในมือ

พร้อม ๆกับ กระแสข่าวที่ว่านายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช. คลัง ที่แยกวงจาก ร้อยเอกธรรมนัส จากกลุ่ม 4 ช.อาจจะได้กลับมาเป็นเลขาธิการพรรคอีกครั้ง

แต่ทว่า อนาคตของ ร้อยเอกธรรมนัส ก็อาจมีปัญหา เพราะการถูกปลด ครั้งนี้ เป็นแบบฟ้าผ่า แถมนายกฯ ดำเนินการ ว.5 ด้วยตนเอง

จึงอาจมีสัญญาณบางอย่าง ที่ ทำให้ ร้อยเอกธรรมนัส ไม่ได้ไปต่อในทางการเมือง แต่จะต้องผันตัวเองไป อยู่เบื้องหลัง

เพราะ พลเอกประยุทธ์ คงไม่แค่ตีงูให้หลังหัก เพราะไม่เช่นนั้น อาจเจอฉกกลับได้

อีกทั้ง ร้อยเอกธรรมนัส บอกไว้แล้วว่า ผมเป็นคนจำนาน และจำดี

ปฏิบัติการของ พลเอกประยุทธ์ ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ สั่นสะเทือน พรรคพลังประชารัฐ สั่นสะเทือน อนาคตของ ร้อยเอกธรรมนัส เท่านั้น แต่ยังทำให้ สายสัมพันธ์ พี่น้อง 3 ป. โดยเฉพาะ พี่ใหญ่ กับน้องเล็ก สั่นสะเทือน ด้วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ถือว่าเป็นการกระชับอำนาจ ของพลเอกประยุทธ์ ในยามที่ใครๆมองว่า เป็นขาลง เก้าอี้ ไม่มั่นคง

และเป็นการ “เชือดไก่ให้ลิงดู” แสดงอำนาจให้นักการเมืองเห็น และ สส. รวมถึง รมต.ในรัฐบาล ทั้ง พปชร. และพรรคร่วมเห็นว่า บทจะเอาจริง พลเอกประยุทธ์ ก็เด็ดขาด

บรรดากองเชียร์ บิ๊กตู่ หนุนให้เด็ดขาด และ มองว่า การตัด ร้อยเอกธรรมนัส ออกไปจาก ครม. จะทำให้ภาพจน์ดีขึ้น เพราะ ร้อยเอกธรรมนัส มีความเป็น สีเทา และมีประวัติเรื่องคดีในต่างประเทศ

แต่ที่ต้องจับตาคือระหว่างพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตร พี่ใหญ่ จากนี้จะมองหน้ากันได้สนิทใจอีกหรือไม่

และพลเอกประวิตร จะถอดใจ จากการทำงานการเมืองการและการดูแลพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ในเมื่อขาดแขนขา อย่างร้อยเอกธรรมนัส และ อ.แหม่ม ไป แบบนี้

เพราะปฏิบัติการครั้งนี้ของพลเอกประยุทธ์สะเทือนบารมีของพี่ใหญ่ อย่างมาก

แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ตัวพลเอกประยุทธ์เองดูมีความเป็นผู้นำที่เด็ดขาดและเอาจริงมากขึ้น

แต่ทว่า กลายเป็นศึก ของพี่น้องเตรียมทหาร ศึกสายเลือด จปร. ของ พลเอกประยุทธ์ รุ่นพี่เตรียมทหาร 12 และ จปร. 23 กับ ร้อยเอกธรรมนัส รุ่นน้องเตรียมทหาร 25 และ จปร. 36

หรือแม้แต่ น้องเล็ก กับพี่ใหญ่ พลเอกประวิตร เตรียมทหาร 6 และ จปร. 17 ที่ อาจตัดสินใจ วางมือ ปล่อยมือ

เพราะฝ่ายค้าน หรือ ฝ่ายตรงข้าม ดูจะไม่สามารถทำอะไร 3 ป. กับ รัฐบาล ได้เลย นอกเสียจาก 3 ป. และพวกเดียวกันเอง เพราะงานนี้ สะเทือน ทั้ง 3 ป. และ พรรคพลังประชารัฐ เลยทีเดียว

นี่แค่ บทเริ่มต้น เท่านั้น ยังจะมี สึนามิ ทางการเมือง รออยู่ เบื้องหน้า

error: Content is protected !!