วันจันทร์, 27 กันยายน 2564

ดาวเด่น ทบ.

ข่าวทบ.โฟกัส “ผบ.ใหญ่”
พลตรี อมฤต บุญสุยา
ผบ.พล.ร.2รอ.
สัมภาษณ์พิเศษ
ภารกิจ ทหารอาชีพ-ทหารพระราชา
พร้อมรบ จงรักภักดี
ยึด “สร้างคน สร้างใจ สร้างวินัย สร้างคุณธรรม”
ยก “บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก” เป็น ไอดอล
ทุ่มเทเสียสละ พัฒนาหน่วย
จงรักภักดีสูงสุด
ชี้ชีวิต สำคัญ ทั้ง นาย -น้อง-เพื่อน
3 สถานะ ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน
รัก สามัคคี เชื่อมั่นซึ่งกัน

.

เอกสาร “ข่าวทหารบก” หรือหนังสือพิมพ์ Tabliod รายปักษ์ของ กองทัพบก ฉบับล่าสุด
ลงบทสัมภาษณ์พิเศษ พร้อมภาพ “ผบ.ใหญ่”
พลตรี อมฤต บุญสุยา ผบ.พล.ร.2รอ. นายทหารเสือฯคอแดง อดีต ผบ.ร.21รอ. และแกนนำ เตรียมทหาร 27
.

“กองพลทหารราบที่ 2รักษาพระองค์ เป็นหน่วยที่มีความพร้อมรบ กำลังพลมีความชำนาญ ตามตำแหน่งหน้าที่ทั้งเปิน
บุคคลและเป็นหน่วยในการป้องกันประเทศ ตามคุณลักษณะของกองพลทหารราบยานเกราะ โดยเตรียมความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ เป็นทหารรักษาพระองค์ ที่มีความชื่อสัตย์ จงรักภักดี ในการถวายความปลอดภัยและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
และช่วยเหลือประชาชนอย่าง
เต็มขีดความสามารถในทุกกรณี เพื่อให้เป็นหน่วยที่ผู้บังคับบัญชาเกิดความเชื่อมั่นและเป็นที่ศรัทธาของประชาชน”

วิสัยทัศน์การทำงานที่ พลตรี
อมฤด บุญสุยา ผู้บัญชาการกองพล
ทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ยิดมั่นและ
ปฏิบัติเสมอมา

นับตั้งแต่ก้าวเข้ามารับราชการ
ส่งผลให้การทำงานของท่านประสบความสำเร็จบรรจุเป๋าประสงค์ได้เป็นอย่างดีในทุกภารกิจ

พลตรีอมฤต กล่าวถึงขอบเขตและภารกิจ
ของ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ว่า มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
มีหน่วยขึ้นตรง อยู่ในหลายพื้นที่ ประกอบด้วย จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัด สระแก้ว

มีภารกิจที่สำคัญ ได้แก่ การป้องกันชายแดนและการป้องกันประเทศโดยจัดกำลังเป็นกองกำลังบูรพา รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดน จังหวัดสระแก้ว

ปฏิบัติตามกรอบพันธกิจ 3ประการ และเตรียมกำลังในการปฏิบัติตามแผนในขั้นตอบโต้ ตามแผนป้องกันประเทศ
ด้านทิศตะวันออก และ ตามแผนในขั้นตอบโต้ ตามแผนป้องกันประเทศ ด้านทิศตะวันออก มีหน่วยขึ้นตรงประกอบด้วย ฉก.ตาพระยา ฉก.อรัญประเทศ และ ฉก.คลองหาด

การพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชน จัดตั้ง ศบภ.พล.ร.2 รอ. ช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ 42 อำเภอ 6 จังหวัด ประกอบด้วย ปราจีนบุรี ชลบุรี
ระยอง ตราด และสระแก้ว

การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้จัดกำลังพล รักษาการณ์ในเขตพระราชฐาน 902 พระบรมมหาราชวัง ถวายพระเกียรติและถวายความปลอดภัย เขตพระราชวังดุสิต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และหมายพระราชพิธี ในพื้นที่ของ ทภ.1

โดยมีแนวทางการพัฒนาหน่วยงาน
ยึดหลัก 4 ส.คือ สร้างคน สร้างใจ สร้างวินัย สร้างคุณธรรม

สร้างคน โดยการเสริมสร้างให้กำลังพลทุกนาย มีความรู้ความสามารถในตำแหน่งหน้าที่ในทุกด้าน ทั้งการกิจของกองทัพบก และภารกิจของทหารมหาดเล็กฯ(ฉก.ทม.รอ.904) เพื่อตอบสนองภารกิจได้อย่าง มีประสิทธิภาพ

สร้างใจ โดยการดูแลสวัสดิการของกำลังพล และครอบครัวอย่างเต็มความสามารถเพื่อพัฒนารักษาขวัญ เสริมสร้างอุดมการณ์ทหาร สร้างจิตสำนึกในการเป็นทหารอาชีพ การรักหน่วยและองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจงรักภักดี สร้างวินัย ผมถือว่าวินัย เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ของทหาร เป็นพื้นฐานไปสู่ความสำเร็จในทุกภารกิจ

สร้างคุณธรรม โดยการสร้างคุณธรรม จริยธรรม แก่กำลังพล เพื่อให้กำลังพลมีความซื่อสัตย์ สุจริต อดทน ทุ่มเท เสียสละ คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว
ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกลำตับชั้นจะต้องเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติ

โครงการหรือแผนงานสำคัญใด ทั้งงานในที่ตั้งปกติ งานป้องกันชายแดนและงานของหน่วยเฉพาะกิจ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904

และจากการที่ กองพลทหารราบที่ 2รักษาพระองค์ เป็นกองพลทหารราบยานเกราะ มียุทโธปกรณ์หลากหลายจำนวนมาก
เพราะฉะนั้นแผนงานที่สำคัญ คือ การพัฒนาคนและดูแลยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก ให้มีความพร้อมตลอดเวลา โดยเน้นการดำเนินการในลักษณะของ การฝึกโรงเรียนภายในหน่วย (Unit School) เป็นหลักในทุกด้าน ทั้งงานในตำแหน่งหน้าที่และงานของทหารมหาดเล็กฯ

ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการ คือ ความพร้อมรบ จงรักภักดี

ส่วนแบบอย่างในการดำเนินชีวิตรับราชการของผมตั้งแต่บรรจุเข้ารับราชการ ตั้งแต่ปี 2534 ได้ปฏิบัติหน้าที่ในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ มาโดยตลอดได้มีโอกาสได้ปฏิบัติภารกิจที่หลากหลาย

ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่เป็นแบบอย่างในการรับราชการ มีความทุ่มเทเสียสละต่อส่วนรวม การดำรงตนและการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัว ตลอดจนการเสริมสร้าง พัฒนาหน่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความจงรักภักดีอย่างสูงสุด

ได้แก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและอดีตผู้บัญชาการทหารบก และ
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และอดีตผู้บัญชาการทหารบก

ส่วนข้อคิดในการทำงาน คือ: กองทัพบกเป็นหน่วยงานหนึ่งซึ่งแตกต่างจากหน่วยงานราชการทั่วไป ซึ่งภายในหน่วยทหารนั้นจะประกอบด้วยบุคคล 3 สถานะ คือ
ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา (น้อง) และเพื่อน ร่วมงาน (เพื่อน) ทั้ง 3 สถานะนี้จะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน ด้วยความรัก ความสามัคคี เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละคนจะต้องผ่านในจุดนี้ทั้งนั้น หากมองเป็นบุคคลต้องสามารถเป็น ทั้งผู้บังคับบัญชาและครูในคนๆเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาสอนผู้ใต้บังคับบัญชาพี่สอนน้อง ประการสำคัญคือการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การเสริมสร้างและพัฒนาหน่วยให้มีความเข้มแข็ง และเมื่อหน่วยทุกหน่วยเข้มแข็ง กองทัพบกก็จะเข้มแข็งและสามารถปฏิบัติงานเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนได้อย่างแท้จริง

 

error: Content is protected !!