วันพฤหัสบดี, 21 ตุลาคม 2564

“พิธา” โชว์วิชั่น ซัก งบฯกองทัพ

“พิธา” โชว์วิชั่น
ซัก งบฯกองทัพ
หลังโซเชี่ยลฯ
ให้เป็น “นายกฯควบ รมว.กลาโหม”
แนะยุบ กองทัพไทย
และลดกำลังพล ทบ. มีแค่ 53,000 นาย ก็พอ
ถาม “ผบ.ทร.”เรือดำน้ำยังจำเป็นหรือ
ให้การบ้าน ทร.
Hybrid Maritime Warfare
ชม ทอ. ทำ White Paper แผนซื้ออาวุธ10ปี
แนะเหล่าทัพอื่น ควรมีและเปิดเผย
บี้ กลาโหม ขอดูความคืบหน้าปฏิรูปกองทัพ-ลดกำลังพล
นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่มีการพิจารณางบฯกลาโหม 2 แสนล้าน โดย ทวงถาม กระทรวงกลาโหม ถึงแผนแม่บทการปฏิรูป การปรับโครงสร้างกระทรวงกลาโหม 2560-2569 ที่จะปรับลดอัตรากำลังพล,ปรับปรุงโครงสร้างหน่วยรบ และยุบควบรวมหน่วยที่ไม่จำเป็นแล้วปรับโอนงานให้เอกชน ขอทวงความคืบหน้า ขอเอกสาร แผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม 2560-2569
รายงานสถานภาพกำลังพลประจำเดือน จากกรมกำลังพลทหารบก เทียบเดือน ต.ค. 2559 กับเดือนล่าสุด
รายงานสถานภาพกำลังพลประจำเดือน จากกรมกำลังพลทหารเรือ เทียบเดือน ต.ค. 2559 กับเดือนล่าสุด
รายงานสถานภาพกำลังพลประจำเดือน จากกรมกำลังพลทหารอากาศ เทียบเดือน ต.ค. 2559 กับเดือนล่าสุด
นาย พิธา ชื่นชมกองทัพและมีข้อท้วงติง โดยข้อที่ต้องชื่นชมนั้น เป็นของกรณีกองทัพอากาศที่ได้มีการตีพิมพ์เอกสารสมุดปกขาว หรือ White Paper ที่ได้เปิดเผย ยุทธศาสตร์ เหตุผล และแผนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ล่วงหน้าไว้ 10 ปี การทำเช่นนี้ทำให้สังคมได้ทราบและสามารถร่วมกันตรวจสอบได้ และยังสามารถเป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติให้เหล่าทัพอื่นๆ นำไปปฏิบัติ ด้วย
แม้ว่า จะไม่ได้จัดซื้อได้ตามสมุดปกขาวทุกอย่างเพราะไม่เช่นนั้นงบปี 65 คงจะเป็น 46,000 ล้านบาท แต่งบประมาณจริงๆ คือ 38,000 ล้านบาท
ในกรณีของกองทัพเรือ ที่ชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำอาจไม่พอ มิเช่นนั้นในแต่ละปีก็ต้องมาตามลุ้นว่าจะมีการนำเข้ามาพิจารณาในกรรมาธิการงบประมาณอีกหรือไม่ ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในทุกปี คำถามคือ เรือดำน้ำยังมีความจำเป็นอยู่ในความท้าทายของบริบทโลกปัจจุบันนี้อยู่อีกหรือไม่
การซื้อเรือดำน้ำและอาวุธขนาดใหญ่อาจไม่ตอบโจทย์ภัยคุกคามในยุคนี้ และขอตั้งคำถามไปยังผู้บัญชาการทหารเรือว่ามีแนวทางในการรับมือสงครามลูกผสม หรือ Hybrid Maritime Warfare มียุทธศาสตร์อย่างไร
สำหรับกองบัญชาการกองทัพไทยโดยภารกิจแล้วถ้าเทียบกับสหรัฐอเมริกา ก็คงเทียบได้กับ Joint Forces Command ที่มีหน้าที่อำนวยการปฏิบัติการร่วม เช่นเดียวกัน ซึ่งในปี พ.ศ.2554 หลังจากวิกฤติแฮมเบอเกอร์ อเมริกาต้องตัดงบทหาร ก็ได้ยุบ Joint Forces Command ไปด้วยเหตุผลทางงบประมาณ นี่แสดงให้เห็นว่าการการยุบและควบรวมกองกำลังไม่ใช่เรื่องที่แปลกหรือเกินความเป็นไปได้แต่อย่างใด
และหากประเทศไทยยุบกองบัญชาการกองทัพไทยซึ่งมีความซ้ำซ้อนกับสำนักปลัดกระทรวงฯ ก็จะช่วยให้ประเทศประหยัดงบประมาณไปได้ 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี
จาก ข้อมูลสถานภาพกำลังพลทหารบกเมื่อปี 2561 ที่เผยแพร่โดยวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ฝรายงานของ พลตรี สวัสดิ์ ชนะจิตราสกุล พบว่ากองทัพบกมีการบรรจุอัตรากำลัง 260,000 นาย เป็นส่วนการรบ รวมไปถึงการมีส่วนสนับสนุนการรบ เช่น ทหารปืนใหญ่ ปืนต่อต้านอากาศยาน เป็นจำนวน 160,000 อัตรา และอีก 100,000 นาย น่าจะใช้ข้าราชการพลเรือนกลาโหมทดแทนได้ โดยทหารจำนวน 160,000 นาย ที่กล่าวถึงนั้น ซึ่งจาก 160,000 นาย มีทหารที่ทำหน้าที่ภารกิจหลักคือการป้องกันชายแดนเพียงแค่ 25,000 นายใช้สนับสนุน กอ.รมน. 28,000 นาย สรุปว่ามีเพียง 53,000 นาย เท่านั้นเองที่ทำภารกิจหลักของกองทัพ ซึ่งก็หมายความว่าส่วนที่เหลือทำภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของกองทัพ
Cr: prachachat online
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความ
error: Content is protected !!