“บิ๊กตู่” นั่ง ทำเนียบฯ ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจAPEC

“บิ๊กตู่” นั่ง ทำเนียบฯ
ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจAPEC
รวมทั้ง Biden-Putin-Trudeau-Morrison
นายกฯญี่ปุ่น-ผู้นำฮ่องกง-สีจิ้นผิง
แชร์ แนวคิด จัดการโควิดฯ 4 ข้อ
เน้น สาธารณสุข ควบคู่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ชู Phuket Sandbox – Samui Plus Model
-ธุรกิจ Start up-MSMEs-BCG Model
.
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ (APEC Informal Leaders’ Retreat) เมื่อช่วงค่ำ ร่วมกับผู้นำและผู้แทนจากอีก 20 เขตเศรษฐกิจ ผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพในปี 2564 นี้
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกรัฐมนตรีได้แลกเปลี่ยน และแบ่งปันความคิดเห็นต่อคำถามว่าเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะร่วมมือกันได้อย่างไร เพื่อก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน และจะสามารถเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพื่ออนาคตที่ดีกว่าได้อย่างไร ใน 4 ประเด็นหลัก
การเข้าถึงและการกระจายวัคซีนที่ปลอดภัยแก่ประชาชนอย่างเป็นธรรม และรวดเร็ว ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไทยยินดีขยายความร่วมมือกับทุกเขตเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่มีความรุนแรงจึงมีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เป็นการตอกย้ำให้ต้องเพิ่มศักยภาพการผลิตและขยายฐานการผลิตวัคซีนให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยประเทศไทยมีทีมแพทย์และนักวิจัยไทยที่อยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนฯ ภายในประเทศชนิดต่าง ๆ ด้วย ซึ่งบางโครงการมีความก้าวหน้าถึงขั้นตอนของการทดลองในมนุษย์แล้ว
ประการที่2 การเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อดำรงชีวิตอยู่กับไวรัสในระดับที่ควบคุมได้เพื่อสามารถกลับไปสู่สถานการณ์ปกติได้แบบ new normal เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ไทยจึงได้เริ่มเปิดให้มีการเดินทางข้ามพรมแดนใน โครงการ Phuket Sandbox และ Samui Plus Model เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ
และสำหรับในระยะยาว ไทยเชื่อถือในการมีแนวปฏิบัติด้านการเดินทางร่วมกัน และการยอมรับร่วมกันของเอกสารรับรองการได้รับวัคซีน โดยเฉพาะวัคซีนที่ WHO รับรองให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จึงสนับสนุนให้เอเปคพิจารณาดำเนินการเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ประการที่3 มาตรการช่วยเหลือทางธุรกิจ นายกรัฐมนตรีเห็นว่าควรเน้นผู้ประกอบการ MSMEs และสตาร์ทอัพ เป็นอันดับแรก เพราะเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของภูมิภาค แต่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ฯ มากที่สุด จึงควรสนับสนุนกลุ่มนี้ผ่านข้อริเริ่มที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจในภายใต้สถานการณ์แบบ new normal เพื่อจะได้พร้อมรับมือกับแรงกระแทก และวิกฤตในอนาคต
ประการที่4 นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงการมีแนวคิดในการพัฒนาแบบใหม่ การประกอบธุรกิจ และดำเนินเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงความพอดี (just right) หรือความสมดุล (balance) ซึ่งไทยนำเสนอโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model
โดยมีหัวใจคือความสมดุลทุกหน่วยเศรษฐกิจ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน และภัยธรรมชาติที่รุนแรง ซึ่งในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกเขตเศรษฐกิจร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อความยั่งยืน
error: Content is protected !!