วันจันทร์, 18 ตุลาคม 2564

“บิ๊กแก้ว”เข้าทำเนียบฯ แถลงเข้ม จนท.จะบังคับใช้ กม. ผู้ละเมิดอย่างเด็ดขาด

11 ก.ค. 2021
126
“บิ๊กแก้ว”เข้าทำเนียบฯ
แถลงเข้ม
จนท.จะบังคับใช้ กม. ผู้ละเมิดอย่างเด็ดขาด
อาจได้รับผลกระทบบ้าง
ตั้งแต่12 กค.เป็นต้นไป
ลั่น จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาหาประโยชน์ในทางกฎหมาย บนความเดือดร้อนของประชาชนและ ความเสียหายประเทศ อย่างมหาศาล
ใน กทม.มีการตั้งจุดตรวจ 88 แห่ง
ปริมณฑล 5 จังหวัด 20 แห่ง
จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด 39 แห่ง
.
บิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) แถลง ในการรายงานสถานการณ์ประจำวัน ของ ศบค. ว่า ตามที่รัฐบาลออกข้อกำหนดจึงฉบับที่ 27 ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 กรกฎาคม นี้ เป็นการยกระดับมาตรการเพื่อลดหรือจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทางของบุคคล ลดการรวมกลุ่มของบุคคล เพื่อควบคุมและลดการแพร่เชื้อโควิด-19
ทั้งนี้ ศปม.ประกอบด้วย กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการร่วมกับกรุงเทพฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งจะมีความเข้มข้นตามระดับพื้นที่
โดยในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด จะบังคับใช้การห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 21.00 -04.00 น. โดยจะมีการตรวจการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคและตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าออกจังหวัด
โดยใน กทม.มีการตั้งจุดตรวจ 88 แห่ง จังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด 20 แห่ง และจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด 39 แห่ง
จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่จำเป็น
ซึ่งมีการจัดชุดตรวจสายตรวจร่วม และชุดลาดตระเวนร่วมในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อตรวจและกวดขันให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งบังคับใช้มาตรการห้ามการจัดกิจกรรมในการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า 5 คน และร่วมกลุ่มทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค
พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ในจังหวัดอื่นๆ นั้นได้จัดตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าออกจังหวัดโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
โดยแนวทางปฏิบัติของ ศปม.จะเริ่มจัดจุดตรวจจุดตรวจสายตรวจร่วม และชุดลาดตระเวนร่วมตั้งแต่บัดนี้
โดยในขั้นต้นเป็นการตรวจตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค โดยใช้วิธีชี้แจงทำความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชน
และเมื่อข้อกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 กรกฎาคม นี้ ทาง ศปม.จะยึดหลักความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการ จะดำเนินการต่อผู้ละเมิดอย่างเด็ดขาด
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดอาจได้รับผลกระทบบ้างเจ้าหน้าที่จะดำเนินการโดยให้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตน้อยที่สุด
พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ขณะที่พื้นที่ชายแดนมีการเข้มงวดตรวจขันป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบขนส่งยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมายต่างๆ ตลอดจนการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19
โดยใช้กองกำลังป้องกันชายแดนในการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดและลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติจะเสริมด้วยการวางเครื่องกีดขวางและใช้เครื่องมือพิเศษเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น กล้องวงจรปิด กล้องตรวจการเวลากลางคืน
รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากชุมชนเข้มแข็งบริเวณชายแดนในการให้เบาะแสแจ้งข่าวสารต่อเจ้าหน้าที่
รวมทั้ง ได้ร่วมกับฝ่ายปกครองทำการสำรวจตรวจสอบหมู่บ้านตามแนวชายแดน มีการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ที่เป็นพื้นที่พักรอของผู้ลักลอบเข้าเมืองและร่วมกับหน่วยราชการเครือข่ายภาคประชาชนในการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัด ทั้งแบบประจำที่และไม่ประจำที่
รวมถึงจัดชุดสายตรวจรวมลาดตระเวนตามเส้นทางตลอดแนวชายแดนและเส้นทางในการลักลอบเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
ในห้วงที่ผ่านมาแม้จะมีการจับกุมผู้ลักลอบได้เป็นจำนวนมากทั้งแรงงานผิดกฎหมายและผู้นำพา แต่ยังคงมีความพยายามที่จะลักลอบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ ศปม.จะเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามพยายามยุติกระบวนการทั้งหมดขึ้นไป จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาหาประโยชน์ในทางกฎหมาย บนความเดือดร้อนของประชาชน และ ความเสียหายของประเทศอย่างมหาศาล “
ช่วงที่ผ่านมาได้รับข้อมูลเบาะแสจากประชาชนนำไปสู่การจับกุมได้หลายครั้ง
และขอเชิญชวนในการร่วมมือ ในการให้ข้อมูลที่สายด่วน 191, 1599, 1138, 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การดำเนินการของเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน
error: Content is protected !!