วันศุกร์, 23 กรกฎาคม 2564

ทบ.สรุปยอด ปฏิบัติการดับไฟ “หมิงตี้” 2 วัน

ทบ.สรุปยอด
ปฏิบัติการดับไฟ “หมิงตี้”
2 วัน
ทีม Army Nemo
เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ทั้ง 2 ลำ
บินโปรยสารเคมีโฟม-น้ำ47 เที่ยวบิน
รวม เพลิง 26,860 ลิตร
ส่งทหาร พัน ร.นรด.-พล.ร.11
รวม 265 นาย ยานพาหนะ 30 คัน
ช่วยดับไฟ-ดูแล ชาวบ้าน ในศูนย์อพยพ
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก
ทบ. กล่าวว่า ตลอดวันนี้ ปฏิบัติการดับไฟในโรงงานสารเคมี จ.สมุทรปราการ ทุกภาคส่วนยังคงบูรณาการร่วมกันดับไฟอย่างเต็มศักยภาพ
สำหรับในส่วนของกองทัพบกได้ส่งกำลังพล 265 นาย ยานพาหนะ 30 คัน จากกองพันทหารราบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และกองพลทหารราบที่ 11 เข้าช่วยงานบริการโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ ด้วยการอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพ อบต.บางพลีใหญ่
และนำสิ่งของพระราชทาน, เครื่องอุปโภคบริโภค, เครื่องมือจำเป็นทางการแพทย์เข้าแจกจ่าย
และ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนการตรวจเชื้อ COVID-19 ณ ศูนย์อพยพดังกล่าว พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
ขณะเดียวกันในเรื่องการดับไฟ กองทัพบกได้สนับสนุนน้ำยาโฟมเพื่อใช้ในการดับเพลิง 26,860 ลิตร
พร้อมนำชุดปฏิบัติการวิทยาศาสตร์จากกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ร่วมประเมินสารพิษและตรวจสอบคุณภาพร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และเตรียมการเกี่ยวกับการชำระล้างสารเคมีที่อาจการรั่วไหลในที่เกิดเหตุ
สำหรับปฏิบัติการดับไฟทางอากาศ ตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา นักบินจากกองพันซ่อมบำรุงอากาศศูนย์การบินทหารบก ได้นำเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จำนวน 2 ลำ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขึ้นบินโปรยสารเคมีโฟมและน้ำ เพื่อควบคุมไฟรวม 47 เที่ยวบิน
ส่วนการปฏิบัติในภาคพื้นดินกองทัพบกได้นำรถฉีดโฟมดับเพลิงจากกองพลพัฒนาที่ 1 เข้าสนับสนุนภารกิจด้วย
ทั้งนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกำชับให้เตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือสนับสนุนการดับไฟและควบคุมเหตุการณ์อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนภาคส่วนและกำลังพลจิตอาสาในการดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในระยะเร่งด่วน
โดยตลอดวันนี้ มีการประเมินสถานการณ์ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อควบคุมการปะทุขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องประเมินและควบคุมเหตุการณ์ต่อเนื่อง ซึ่ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกได้แจ้งเตือนให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก เตรียมการสนับสนุนอื่นๆ เช่น อากาศยาน การเตรียมจัดตั้ง รพ.สนาม เมื่อได้รับการร้องขอ พร้อมคงกำลังพลร่วมปฏิบัติการในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะยุติ ส่วนการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์สงบจะได้เตรียมสนับสนุนการสำรวจความเสียหาย การกลับคืนภูมิลำเนาของประชาชน การฟื้นฟูสถานที่และบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไป
error: Content is protected !!