“ผบ.ทหารสูงสุด” ระดมกำลัง-ยุทโธปกรณ์ 3 เหล่าทัพ ช่วยดับเพลิง โรงงานสารเคมี สมุทรปราการ

“ผบ.ทหารสูงสุด” ระดมกำลัง-ยุทโธปกรณ์ 3 เหล่าทัพ ช่วยดับเพลิง โรงงานสารเคมี สมุทรปราการ
ทหารพัฒนา นำรถโฟม เข้าพื้นที่แต่แรก
ทบ.ใช้กำลัง พล.ร.11 ดูแลภาคพื้น และฮ.KA32 บินโปรยสารดับไฟ
ทหารเรือ จัดชุด USAR Team เตรียมความพร้อมเข้าพื้นที่ได้ทันที เมื่อสั่งการ
ทอ.เตรียมโฟมชนิด ARAFFF 3 % ผสมน้ำ 70 ถัง รวม 1,330 ลิตร พร้อมเข้าพื้นที่
พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการทางทหาร (ผบ.ทสส/ผบ.ศบท) สั่งการให้ ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และ ศูนย์บัญชาการเหล่าทัพ ปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญในการให้ความช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ
โดย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพไทยส่วนหน้า ( ศบภ.ทท.สน.) โดย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดตั้งศูนย์อำนวยการปฏิบัติและประสานการปฏิบัติกับเหล่าทัพ พร้อมจัดกำลังและยานพาหนะ ออกเดินทางจากหน่วยในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 11.00 นาฬิกา เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติงานในการอพยพประชาชนและติดตามสถานการณ์
โดยได้จัดรถดับเพลิงโฟมเคมีจำนวน 1 คัน รถดับเพลิงอเนกประสงค์จำนวน 2 คันเข้าประจำยังพื้นที่จุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ กรมกิจการพลเรือนทหารได้จัดกำลังพล จำนวน 4 นาย เข้าประสานการปฏิบัติในพื้นที่ กองบัญชาการเหตุการณ์ ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู ถนนกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ
พรุ่งนี้ 6 กรกฎาคม 2564
กองบัญชาการกองทัพไทยจะนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปแจกจ่ายให้กับ​ประชาชน​ที่ประสบภัย​ รวมทั้งสนับสนุน​สิ่งของ​ เครื่อง​อุปโภค​-บริโภค​ โดยดำเนินการ ณ ศูนย์​ช่วยเหลือ​ผู้ประสบภัย​ร่วมกับมูลนิธิ​ร่วม​กตัญญู​ในพื้นที่ ประกอบด้วย ข้าวสาร​ น้ำตาลทราย​ เนื้อหมู​แช่แข็ง​ ผักสดสำห​รับ​ปรุงอาหาร ขนมพายแช่แข็ง​ 1,500​ ชิ้น​ หน้ากากอนามัย​ 2,000​ ชิ้น เจลแอลกอฮอล์​ชนิดหลอด​ จำนวน 15​ ลัง และชุด​ PPE​ จำนวน 40​ ชุด
กองทัพบกโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้ส่งกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วจากกองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งมีที่ตั้งใกล้ที่เกิดเหตุเข้าช่วยเหลือและควบคุมสถานการณ์ร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ ในการอพยพผู้บาดเจ็บ พร้อมนำผู้ที่ได้รับผลกระทบออกจากบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ในรัศมี 5 กิโลเมตร
พร้อมจัดการจราจรในพื้นที่อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้ผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้ได้ส่งชุดปฏิบัติการกู้ภัยสารเคมีจากกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก เข้าประเมินตรวจสอบสารเคมีในพื้นที่เกิดเหตุ
กองทัพบกใช้เฮลิคอปเตอร์ KA-32 (ปภ.) 2 ลำ พร้อมนักบินและเจ้าหน้าที่ของกองทัพบกขึ้นบินตรวจประเมินสถานการณ์โดยรอบที่เกิดเหตุ
สำหรับในช่วงต่อไป ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้เตรียมกำลังพล 100 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 คัน พร้อมส่งเข้าไปเสริมการควบคุมดูแลพื้นที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ได้เตรียมการสนับสนุนสารเคมีที่ใช้ในการดับเพลิง อากาศยานและหน้ากากป้องกันไอพิษ สำหรับใช้ในการเตรียมอพยพประชาชนหากมีความจำเป็นตามการร้องขอจากกองอำนวยการควบคุมเหตุการณ์และจะติดตามสถานการณ์พร้อมเข้าปฏิบัติการดูแลพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ โดย หน่วยบรรเทาสาธารณภัย โรงเรียนนายเรือ จัดชุดเตรียมพร้อม และศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ ได้ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิดและพร้อมให้การสนับสนุนเมื่อได้รับการร้องขอ ได้แก่ เตรียมรถดับเพลิง จำนวน 1 คัน รถบรรทุกน้ำ จำนวน 1 คัน รถพยาบาล จำนวน 1 คัน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน จำนวน 10 นาย
ในส่วนของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จัดชุด USAR Team เตรียมความพร้อมสนับสนุน โดยสามารถเข้าพื้นที่ได้ทันทีเมื่อได้รับการประสาน
กองทัพอากาศ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ เตรียมโฟมชนิด ARAFFF 3 % ผสมน้ำ จำนวน 70 ถัง รวม 1,330 ลิตร โดยสามารถเข้าพื้นที่ได้ทันทีเมื่อได้รับการประสาน
ทั้งนี้ กองทัพไทยขอความร่วมมือประชาชนไม่เดินทางออกนอกอาคารบ้านพักโดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการสูดดมสารพิษ
พร้อมทั้งขอให้ประชาชนโปรดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
อาจเป็นรูปภาพของ กำลังยืน, ไฟ และกลางแจ้ง
error: Content is protected !!