วันอังคาร, 3 สิงหาคม 2564

“บิ๊กปุย” นำทีม รัฐสภาไทย ประชุม รัฐสภาอิเล็กทรอนิกส์โลก

“บิ๊กปุย” นำทีม รัฐสภาไทย ประชุม
รัฐสภาอิเล็กทรอนิกส์โลก
พบ เทรนด์
ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
ในรัฐสภา ในการทำงานมากขึ้น
และสื่อสาร กับประชาชน มากขึ้น
มุ่งสู่ รัฐสภา ไฮเทคฯ
“บิ๊กปุย” พลเอก สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้แทนรัฐสภาไทย ร่วมการประชุม รัฐสภาอิเล็กทรอนิกส์โลก ครั้งที่ 9 (Virtual World e-Parliament Conference 2021) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ จัดโดยสหภาพรัฐสภา
โดยมี นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายวาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้สังเกตการณ์ นางสาวโสมอุษา บูรณะเหตุ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล ที่ปรึกษาด้านการเมือง การปกครองและการบริหารจัดการ ในฐานะ CIO ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมประชุม เมื่อ กลางเดือน มิย.ที่ผ่านมา
ที่ประชุมได้รับฟัง Mr. Martin Chungong เลขาธิการสหภาพรัฐสภา รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสหภาพรัฐสภาที่รับผิดชอบงานของศูนย์นวัตกรรมรัฐสภา (Centre for Innovation in Parliaments : CIP) กล่าวเปิดการประชุม ซึ่งปกติจะจัดขึ้นปีเว้นปี
โดยกรอบการประชุมนี้ให้ความสำคัญกับการจัดทำรายงานรัฐสภาอิเล็กทรอนิกส์โลกเพื่อสำรวจความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่รัฐสภาทั่วโลกนำมาใช้สนับสนุนงานนิติบัญญัติ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และเป็นกลไกสื่อกลางทางความคิดของสมาชิกรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รัฐสภาที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
รวมถึงการรับฟังรายงานรัฐสภาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งฉบับล่าสุด คือ ฉบับประจำปี 2020 มีการค้นพบสำคัญในด้านปริมาณการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรัฐสภาที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ผู้แทนรัฐสภาไทย ได้สอบถามผ่านระบบสนทนาผ่านข้อความ (Live chat) ของการประชุมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีของรัฐสภาบราซิลและชิลีในด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลของสมาชิกรัฐสภา
ซึ่งผู้แทนรัฐสภาบราซิลได้แลกเปลี่ยนความเห็นในเรื่องนี้ว่าพบข้อจำกัดด้านความสามารถด้านดิจิทัลของสมาชิกรัฐสภาเช่นกัน จึงคงรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid) เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้เริ่มเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลและปรับเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การทำงานแบบออนไลน์อย่างค่อยเป็นค่อยไป
และเนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดของบราซิล เมื่อปี 2561 บรรดาผู้มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ ยูทูปและอินสตาแกรมจำนวนมากได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา จึงเกิดแรงบันดาลใจให้สมาชิกรัฐสภาบราซิลจำนวนมากหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในรัฐสภาในการทำงานมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ผู้แทนรัฐสภาชิลีได้กล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่ออนุญาตให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาสนับสนุนกระบวนนิติบัญญัติได้
พลเอก สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้แทนรัฐสภาไทย ได้แลกเปลี่ยนผ่านระบบสนทนาผ่านข้อความของการประชุมเกี่ยวกับการทำงานของสมาชิกรัฐสภาในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในช่วงโควิด-19
และในช่วงปิดเมือง (Lockdowns) ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสหภาพรัฐสภาได้เชิญชวนให้ผู้แทนของไทยร่วมกลุ่มเสวนาแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมในช่วงการอภิปรายที่ไม่ใช่การประชุม (Unconference sessions) ในการประชุมวันที่2
นอกจากนี้ คณะผู้แทนรัฐสภาไทย ยังได้รับชมวิดีทัศน์กรณีศึกษา (Parliamentary showcase) ของรัฐสภาหลายประเทศ บราซิล อาร์เจนตินา ซาอุดีอาระเบีย ลัตเวีย เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมการทำงานของรัฐสภาและการพัฒนารัฐสภาดิจิทัล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 เช่น การประชุมรัฐสภาและการประชุมคณะกรรมาธิการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การลงมติผ่านระบบออนไลน์ และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นต้น
นอกเหนือจากระบบการประชุมทางไกลที่ทันสมัยซึ่ง IPU ได้ริเริ่มนำมาใช้ในการประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งได้รวบรวมเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมการประชุม อาทิ ระบบสนทนาผ่านข้อความ (Chat) เพื่อใช้ในการถาม-ตอบสด ระบบการเผยแพร่เอกสาร และวิดีทัศน์กรณีศึกษา ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้การประชุมออนไลน์มีความใกล้เคียงกับการประชุมแบบกายภาพตามปกติ
โดยเฉพาะการจัดให้มีห้องย่อย (Breakout rooms) ในช่วงการอภิปรายที่ไม่ใช่การประชุม (Unconference sessions) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมมีทางเลือกมากขึ้นในการติดตามประเด็นที่น่าสนใจ
การตั้งสำนักงานทางไกล (Remote offices) การนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) มาใช้ในกระบวนการนิติบัญญัติ การให้บริการสมาชิกรัฐสภาด้วยเทคโนโลยีสำหรับการแปลและการล่ามในอนาคต โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากสำนักงานเลขาธิการสหภาพรัฐสภาและจากประเทศต่าง ๆ มาร่วมนำเสนอข้อมูลและร่วมแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง
ตลอดเวลา 3 วันของการประชุม ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของรัฐสภาประเทศต่าง ๆ ที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาทดแทนการทำงานตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์นวัตกรรมรัฐสภา ตลอดจนแนวปฏิบัติจากคู่มือการใช้สื่อสังคมออนไลน์สำหรับรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา (Social Media Guide for Parliaments and Parliamentarians) รวมถึงนโยบายของรัฐสภาบราซิลซึ่งได้นำแอพพลิเคชันที่ใช้อยู่เดิมในรัฐสภามาพัฒนาให้สมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้ใช้งานสามารถลงมติทางไกลผ่านแอพพลิเคชันดังกล่าวบนอุปกรณ์สื่อสารส่วนบุคคลได้อย่างปลอดภัย โดยมีระบบการยืนยันตัวตนและการแจ้งผลการลงมติผ่านข้อความสั้น (SMS)
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เรียนรู้ว่าการใช้ผลจากงานวิจัยเชิงประจักษ์เป็นเครื่องยืนยันว่าเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยโน้มน้าวให้ผู้ตัดสินใจในระดับนโยบายได้เล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ของเทคโนโลยีดังกล่าว
ทั้งนี้ วัฒนธรรมองค์กรจะต้องตอบสนองในเชิงบวกต่อผลของการปรับเปลี่ยนนั้นด้วย เพื่อให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในรัฐสภาดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
.
Cr. :กลุ่มงานสหภาพรัฐสภา
สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ภาพ : สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
error: Content is protected !!