วันอาทิตย์, 25 กรกฎาคม 2564

หุ่นยนต์D–EMPIR CARE สนับสนุนภารกิจทีมแพทย์ใน รพ.สนาม บุษราคัม

DTi กลาโหม
ส่ง มอบหุ่นยนต์D–EMPIR CARE
ให้”อนุทิน” เพื่อสนับสนุนภารกิจทีมแพทย์ในรพ.สนาม บุษราคัม
ใช้หุ่นยนต์ ทำงานแทน ป้องกันการติดเชื้อ
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.:DTi) ส่งมอบหุ่นยนต์ให้บริการทางการแพทย์ (D–EMPIR CARE) เพื่อสนับสนุนภารกิจทีมแพทย์ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลบุษราคัม อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พร้อมด้วย พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ส่งมอบหุ่นยนต์ รุ่น D-EMPIR CARE ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข
นายอนุทิน กล่าวขอบคุณถึงการสนับสนุนหุ่นยนต์ รุ่น D–EMPIR CARE สำหรับภารกิจของทีมแพทย์โรงพยาบาลสนาม ณ โรงพยาบาลบุษราคัม
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้บุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็นต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่จะสนับสนุนการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
สทป. จึงเล็งเห็นถึงขีดความสามารถหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD Robot) ของ สทป. ที่สามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ติดตั้งบนตัวหุ่นยนต์ (payload) เพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามความเหมาะสมในภารกิจต่าง ๆ สทป. จึงมีแนวคิดที่จะดัดแปลงและปรับปรุงหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD Robot) รุ่น D-EMPIR มาเป็นรูปแบบของหุ่นยนต์สำหรับใช้ปฏิบัติงานในภารกิจโรงพยาบาลสนาม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์
ซึ่งหุ่นยนต์นี้มีขีดความสามารถในการควบคุมแบบไร้สายระยะไกล บรรทุกยา อาหาร หรือสิ่งของเพื่อส่งให้ผู้ป่วย พร้อมติดกล้อง และไมโครโฟน รวมถึงจอมอนิเตอร์เพื่อเป็นการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรทางแพทย์
และยังช่วยในการอำนวยความสะดวกและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์
​สทป. ได้ตั้งชื่อหุ่นยนต์นี้ว่า “D-EMPIR CARE” เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การใช้งานและความรู้สึก เป็นมิตรต่อการใช้งาน “user friendly”
โดยหุ่นยนต์ รุ่น D-EMPIR CARE ได้ถูกพิสูจน์ทดสอบและทดลองการใช้งาน แล้วระยะหนึ่ง (ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา) ที่โรงพยาบาลสนามของกองทัพบก ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
หุ่นยนต์ D-EMPIR CARE นั้น สามารถสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสะดวก ความปลอดภัย และลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ที่จะต้องสัมผัสและรักษาผู้ป่วยได้ตามวัตถุประสงค์
โดย “หุ่นยนต์ D-EMPIR CARE” มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ
• หุ่นยนต์ควบคุมแบบไร้สายระยะไกล รองรับการเชื่อมต่อระบบ WIFI หรือ เครือข่ายมือถือ (Cellular Network)
• รองรับการสนทนาระหว่างแพทย์และผู้ป่วยด้วยระบบ VDO Call
• ใช้งานต่อเนื่องนาน 2 ชั่วโมง
• สามารถข้ามเครื่องกีดขวางบนพื้นราบได้
• ขับเคลื่อนด้วยสายพานรองรับการทำงานทุกสภาพภูมิประเทศ
สทป. ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD Robot) ในรูปแบบการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อบูรณาการขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดให้สามารถตอบสนองภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของหน่วยผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานด้านความมั่นคง
ปัจจุบัน สทป. ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD Robot) ให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
โดยการพัฒนาหุ่นยนต์ตรวจการณ์ขนาดเล็ก รุ่น D-EMPIR และหุ่นยนต์ตรวจการณ์ขนาดพกพา รุ่น หนูนา (NooNar) ซึ่งได้ส่งมอบให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. นำไปทดสอบทดลองใช้ ต้นแบบ
หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด นี้ ได้ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา เจ้าหน้าที่สามารถพกพาไปปฏิบัติงานได้สะดวก เหมาะกับการใช้งานในระดับยุทธวิธี การพิสูจน์ทราบ ลาดตระเวนตรวจการณ์ และสำรวจพื้นที่เป้าหมาย ง่ายต่อการใช้งาน สามารถปฏิบัติงานต่อเนื่อง 1-2 ชั่วโมง คงทนต่อสภาพแวดล้อม รองรับด้วยมาตรฐานสากล สามารถปีนและไต่ทางลาดชันได้ไม่น้อยกว่า 35 องศา ควบคุมและสามารถสั่งการแบบไร้สายระยะไกล 200 เมตร รองรับการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ช่วยในการสนับสนุนภารกิจที่หลากหลาย เช่น ปืนยิงทำลายวงจรวัตถุระเบิด ระบบเอกซเรย์วัตถุระเบิด เป็นต้น
error: Content is protected !!