วันอังคาร, 28 กันยายน 2564

ปืนที่หาย อยู่ไหน?!

“แม่ทัพภาค4 “
ติดตาม คดี
ปืน AK-102 สูญหาย
สรุป ปืนหาย 20กระบอก
ชี้ 2 กระบอก เป็น”การผิดหลงทางด้านธุรการ “อีก 6 กระบอก เป็นปืนที่ตรวจยึด ได้จากบุคคลที่ครอบครองโดยผิดกม.
สั่งตามหา อีก20กระบอก
หวั่น ถูกนำไปก่อเหตุ
ยัน ต้องหาผู้รับผิดชอบ
พร้อม ออกคำสั่งให้มีจนท.คลังรับผิดชอบชัดเจน ทำบัญชีคุมอาวุธปืนทุกกระบอกในการเบิกจ่าย และนำออกจากคลัง สร้างมาตรการควบคุมอย่างเข้มแข็งของคลังอาวุธ และฐานปฏิบัติการ อส.
.
พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาค 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ คณะกรรมการ อนุกรรมการสอบสวนสาเหตุกรณีอาวุธปืนยาวเล็ก ขนาด 5.56 มม. รุ่น AK-102 จำนวน 28 กระบอก สูญหาย จากกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองนราธิวาส ประชุมติดตามคดี ที่ห้องประชุมพระนราภิบาลชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส
โดยได้มีการ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุของการสูญหาย ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นประธานกรรมการ ปลัดจังหวัดนราธิวาสเป็นกรรมการ และเลขานุการ รวมทั้งคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และมีประสิทธิภาพ
ผลการสอบสวนสรุป ว่า กรณีอาวุธปืนของกองร้อย อส. อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส สูญหายจำนวน 28 กระบอก นั้น แท้จริงแล้วมี การสูญหายเพียง 26 กระบอก อีก 2 กระบอก มิได้เกิดการสูญหาย ตั้งแต่ต้น แต่เป็นเพียงการผิดหลงทางด้านธุรการ
และได้ตรวจสอบที่มาที่ไปพบหลักฐานแล้วจำนวน 6 กระบอก โดยทั้ง 6 กระบอกนี้เป็นอาวุธปืนที่ได้มาจากการตรวจยึดหรือจับกุมบุคคลที่ครอบครองโดยผิดกฎหมาย
จึงคงยังมีอาวุธปืนที่สูญหายและอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้ได้มาอีกจำนวน 20 กระบอก
ซึ่งทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมการอยู่ระหว่างการสอบสวนสืบสวน ตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริงของการสูญหาย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ชัดเจน ถูกต้อง ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 30 วัน นับตั้งแต่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ แม่ทัพภาค 4 ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ความพยายามเร่งตรวจสอบอาวุธปืนที่ยังคงสูญหายอีกจำนวน 20 กระบอกให้กลับคืนมาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้บุคคลที่มีพฤติกรรมไม่หวังดี นำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง สร้างสถานการณ์ในพื้นที่ และเพื่อเป็นการไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำ
แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกคำสั่งให้มีเจ้าหน้าที่คลังรับผิดชอบอย่างชัดเจนในการทำหน้าที่บัญชีคุมอาวุธปืนทุกกระบอกในการเบิกจ่าย และนำออกจากคลัง สร้างมาตรการควบคุมอย่างเข้มแข็งของคลังอาวุธ ตลอดจนฐานปฏิบัติการอีกด้วย
พร้อมขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสดังกล่าวก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐได้ทันที ที่สายด่วน 1341 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 061-1732999 สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และชุดเครื่องแบบทหาร
error: Content is protected !!