วันอังคาร, 28 กันยายน 2564

“ตู่ จตุพร” นำกลุ่มไทยไม่ทน บุกข้างทำเนียบฯ ยื่นหนังสือ ให้ “บิ๊กตู่”ลาออก

“ตู่ จตุพร” นำกลุ่มไทยไม่ทน
บุกข้างทำเนียบฯ
ยื่นหนังสือ ให้ “บิ๊กตู่”ลาออก
เปิดทาง นายกฯคนใหม่ อย่าคิดว่าจะไม่มีใคร เป็นได้
เริ่มนับ1 ใหม่ ปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามประชาธิปไตย
จวก 7 ปี ประเทศล้มเหลว
ยก “ป๋าเปรม” เป็นตัวอย่าง “คนรู้จักพอ”
ถามหา “แรมโบ้ เสกสกล” ชิ่ง ส่งรองปลัด สปน.รับหน้าแทน
เหน็บ ขอให้รัก “ประยุทธ์”นานเหมือนรัก “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”
.
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มไทยไม่ทน “คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” นำโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์. นายจตุพร พรหมพันธ์ นาย วีระ สมความคิด, เมธา มาสขาว, ไทกร พลสุวรรณ, นางพะเยาว์ อัคฮาด, หมู่อาร์ม ส.อ.ณรงค์ชัย, กุ๊ก นันทพงษ์ ปานมาศ ยื่นหนังสือ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
โดยมี นายสมพาส นิลพันธุ์ รองปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มารับหนังสือ. ทั้งนี้ เพื่อขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯเนื่องจากการบริหารงานมา 7 ปี ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ ทั้งเรื่องการปฏิรูปประเทศที่ล้มเหลว การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่เข้ากับยุคสมัย การสร้างความปรองดองที่ไม่ได้ผล เพราะปัจจุบันความขัดแย้งทางการเมืองยังมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นก็มีพัฒนาการที่เสื่อมถอย มีปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำมาตลอด 7 ปี รัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดิน 20.8 ล้านล้านบาท แต่ตัวเลขคนจนยังพุ่งสูงขึ้น 100%
นอกจากนี้การละเมิดสถาบันยังเป็นปัญหาที่แบ่งแยกประชาชน โดยเฉพาะบุคคลในอำนาจรัฐและเครือข่ายกลับแอบอ้างเพื่อแสวงหาประโยชน์เข้าตัวเองและพวกพ้อง
นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่าอยู่เพื่อปกป้องสถาบัน แต่ความจริงแล้วไม่เคยออกมาปกป้อง ยกตัวอย่างได้จากการเกิดข่าวลือต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังนิ่งเฉยปล่อยประละเลยไม่ออกมาชี้แจง และยังใช้มาตรา 112 มุ่งทำลายบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมือง ทั้งที่มาตรา 112 ไม่สามารถที่จะใช้แบล็กเมล์หรือปกป้องรัฐบาลได้ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างอีกว่าวันนี้อยู่เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 มีการประกาศยึดอำนาจจากคณะรัฐมนตรีถึง 3 ครั้งเพื่อรวมอำนาจไว้ที่นายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาโควิด-19 ได้ และยังไม่ยอมรับผิดชอบ
ดังนั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่ โควิดก็คงยังอยู่ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอ้างว่าอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่น แต่ความจริงแล้ว การทุจริตไม่ได้หมดไปและยังคงเกิดขึ้น อย่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท ก็เป็นจุดหนึ่งที่เสี่ยงจะเกิดการทุจริตได้
นายจตุพร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกจากตำแหน่งเพื่อเปิดโอกาสให้มีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่นายกฯและไม่ต้องห่วงว่าจะทำหน้าที่ไม่ได้ เพราะเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นได้ คนอื่นก็เป็นได้
“ขอให้ลาออกไปเพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่ ปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามประชาธิปไตย
และอยากให้ดูตัวอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้มาเป็นตัวอย่างให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะพล.อ.เปรมเป็นบุคคลที่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ทั้งหมด แต่พล.อ.เปรมรู้จักพอ หลังจากดำรงตำแหน่งมา 8 ปี ก็ปฏิเสธการเข้ารับตำแหน่งจากการเสนอชื่อของนักการเมือง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนที่ต้องรู้จักพอ”
ทั้งนึ้ แรมโบ้ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดการจะมาเป็นผู้รับหนังสือเอง แต่ไม่ออกมารับหนังสือเอง แต่ส่งตัวแทนมารับ
นายจตุพร กล่าวถึงนายเสกสกลว่า ตนคิดว่านายเสกสกลน่าจะประเมินแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ตนมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มาไล่นายเสกสกล ก็ขอให้นายเสกสกลรัก พล.อ.ประยุทธ์นานๆเหมือนกับที่รักนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ทั้งนี้ หลังยื่นหนังสือเสร็จ นาย อดุลย์ และ นาย จตุพร ได้พบปะ ให้กำลังใจ กลุ่ม saveบางกลอย อีกด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มไทยไม่ทนมีกำหนดการจะไปยื่นหนังสือที่พรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.) และวันที่ 27-28 พ.ค.จะไปที่กองบัญชาการกองทัพบก และที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือให้ผู้บัญชาการกองทัพบก และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลาออกจากตำแหน่ง ส.ว.เพราะจะได้มีเวลาทำงานตามหน้าที่ราชการเต็มที่
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังยืน
error: Content is protected !!