วันอาทิตย์, 20 มิถุนายน 2564

“Back-door Diplomacy”

“รมว.DES”ยัน ”บิ๊กตู่” ไม่เคย ถกลับ “มิน อ่อง หล่าย”
หลัง สื่อญี่ปุ่นรายงาน
ชี้ ข้อมูลคลาดเคลื่อน
เผย มีกลไก ประสานทางการอยู่แล้ว
ไม่ต้องคุย Back-door Diplomacy
เตือนระวัง เสนอข่าวกระทบสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในหลายมิติ
ปูด “อดีตข้าราชการ กต.” สายอำนาจเก่าปล่อยข่าว หวัง ดิสเครดิต รัฐบาล
ไม่ใช่ แหล่งข่าว ในสำนักนายกฯ
.
จากกรณีที่สำนักข่าวญี่ปุ่น Nikkei Asia นำเสนอว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการติดต่อกับพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทางทหารของเมียนมา ผ่านช่องทางการติดต่อประตูหลัง (Back door diplomacy) ก็สามารถสื่อสารกันได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพบปะกัน โดยมีการถูกแชร์ต่อในโซเชียลมีเดียไทย อย่างกว้างขวางนั้น
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ชี้แจงว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti fake news center) ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า ข้อมูลที่สื่อนำเสนอมีความคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง สร้างความสันสนให้กับผู้รับข่าวสารอย่างมาก และกังวลว่าเรื่องนี้จะบานปลาย กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในหลายมิติ
ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ในประเทศเมียนมา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยติดต่อกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ตามช่องทางตามที่สำนักข่าวนี้ นำเสนอ และไม่มีบุคคลระดับสูงที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปบอกกับทางสำนักข่าวต่างชาติอย่างแน่นอน
“นายกฯ ไม่มีความจำเป็นจะต้องติดต่อกันในทางลับ ตามที่สำนักข่าวญี่ปุ่นนำเสนอ ซึ่งอ้างอิงบุคคลที่เป็นแหล่งข่าวว่า เป็นคนให้ข้อมูล ไม่เปิดเผย หรือระบุตัวตนให้ชัดเจน ดังนั้น การนำเสนอเรื่องที่ละเอียดอ่อนควรระมัดระวังและรับผิดชอบให้มากกว่านี้ เพราะอาจเกิดผลกระทบในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้” นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ประเทศไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ชายแดนติดต่อกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีในทุกด้าน จึงมีกลไกการหารืออย่างเป็นทางการระหว่างกันในหลายระดับอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย แต่อย่างใด
และที่ผ่านมานายกฯไทย ก็ยืนยันในหลายวาระแล้วว่า การแก้ไขปัญหาของเมียนมา ถือเป็นกิจการภายใน โดยไทยมีจุดยืนต่อสถานการณ์ในเมียนมา ตามกลไกการแก้ปัญหาในระดับภูมิภาคอาเซียนอยู่แล้ว
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่าแหล่งข่าว ที่สำนักข่าวญี่ปุ่นอ้างอิงนั้น เป็นอดีตข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศไทย เป็นคนของกลุ่มอำนาจเก่าและมีจุดยืนอยู่ตรงข้ามรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว แต่กลับอ้างว่าเป็นแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน ซึ่งไม่เป็นความจริง
“ต้องถามว่า การปล่อยข่าวและการเสนอข่าวเช่นนี้มีวัตถุประสงค์ใด เป็นความพยายามดิสเครดิตรัฐบาลไทย และ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่” รมว.DEs ระบุ
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน
error: Content is protected !!