วันเสาร์, 24 กรกฎาคม 2564

รวบอำนาจ คนเดียว แต่ นายกฯไม่ได้พิจารณา คนเดียว

“โฆษกรัฐบาล” แจง
โอนอำนาจ ให้”บิ๊กตู่”
เคยทำมาแล้ว
สมัยโควิดฯ ระลอก1
ยัน ไม่ใช่การลิดรอนอำนาจรัฐมนตรี
แค่ทำให้รวดเร็วขึ้น
เพื่อสั่งการ ศบค. ชัดเจน รวดเร็ว จัดการเรื่องวัคซีน การขึ้นทะเบียน อย.ของวัคซีนได้เร็วขึ้น
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงเรื่องการโอนอำนาจตาม พรบ.31 ฉบับ มาให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า การโอนอำนาจมาที่นายก ฯไม่ได้มีต้นเหตุว่า คุมสถานการณ์ไม่ได้ หรือการทำงานของรมว.สาธารณสุข ในส่วนการกระจายวัคซีน ไม่มีประสิทธิภาพแต่อย่างใด
แต่การออกคำสั่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หลังจากครั้งแรก ได้ออกคำสั่งเมื่อเดือนมีนาคม 2563 เพื่อควบคุมสถานการณ์ โควิดฯของไทยและสามารถทำได้ดี ทำได้รวดเร็ว พบตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระดับน้อยมาก เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ
และได้ออกคำสั่งที่ 2 เพื่อคืนอำนาจให้รัฐมนตรี จากนั้นเมื่อสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงขึ้น จึงพิจารณาออกคำสั่งในครั้งที่ 3
ครั้งนี้ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากได้คืนใช้คำสั่งมาแล้วในรอบแรก แต่เนื่องจากว่าครั้งแรกไม่ได้มีการพูดคุย หรือดำเนินการเรื่องวัคซีน เรื่องการขึ้นทะเบียนวัคซีนให้รวดเร็วอย่างที่หลายคนทราบว่า ขณะนี้กระบวนการมีความล่าช้า
ในคำสั่งครั้งที่ 3 นี้จึงต้องการเร่งดำเนินการนำเข้าวัคซีนและ การขึ้นทะเบียนวัคซีนให้รวดเร็วมากขึ้น จึงให้อำนาจนายกรัฐมนตรี พิจารณาได้ทันที รวดเร็ว ไม่ต้องกลับไปที่กระทรวงเพื่อพิจารณา ทำประกาศหรือออกกฎกระทรวงอีก อาจจะเกิดความล่าช้าใช้เวลานาน โดยนายกรัฐมนตรีสามารถสรุปในที่ประชุม ศบค.และตัดสินใจได้เลย
นายกฯ จะบริหารงานผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ ศบค. หากเห็นชอบให้อำนาจใครบริหารงานในเรื่องต่างๆก็สามารถตัดสินใจมอบหมายออกคำสั่งได้เลย ซึ่งถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่โดยชอบธรรมแล้ว
ส่วนความกังวลว่าเมื่ออำนาจหน้าที่อยู่ที่นายกคนเดียวจะรับมือไหวหรือไม่นั้น
โฆษกรัฐบาล ยืนยัน ว่านายกฯ ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้แต่คนเดียว แต่จะขับเคลื่อนและพิจารณาปรึกษาหารือในที่ประชุม ศบค. ร่วมกับคณะกรรมการที่อยู่ใน ศบค.ซึ่งก็จะมีทั้งรมว.สาธารณสุข และรัฐมนตรีด้านต่างๆที่รับผิดชอบอยู่ร่วมในคณะกรรมการชุดนี้อยู่แล้ว นายกฯไม่ได้พิจารณาเพียงคนเดียว
ทั้งนี้ อำนาจการบริหารงานของแต่ละกระทรวงยังคงเป็นของรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงเหมือนเดิม แต่คำสั่งการโอนอำนาจให้นายกฯ เป็นเพียงการเพิ่มอำนาจโดยชอบธรรมให้นายกฯ นั้น ไม่ใช่การลิดรอนอำนาจของรัฐมนตรีคนอื่นๆ ซึ่งก็ยังดูแลกระทรวงตามปกติ แต่เป็นการให้อำนาจนายกฯ สั่งการในศบค.ได้ชัดเจนรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน
error: Content is protected !!