วันพุธ, 4 สิงหาคม 2564

ซัดกันเอง!

“แรมโบ้”อัด “ศุภชัย ใจสมุทร”
หลัง โพสต์FB เหน็บ “บิ๊กตู่”ถนัดใช้แต่ กม.พิเศษ ใช้พรก.ฉุกเฉินฯ ตั้ง ศบค.รวบอำนาจ ใช้ สมช.นำ มองแต่ความมั่นคง
อัด เอาดีใส่ตัว โยนความผิดให้นายกฯ-ศบค. พูดทำลายกัน
ชี้ สปิริตของพรรคร่วมรัฐบาล
อะไรผิด-ถูก ต้องร่วมรับผิดชอบ
ไม่ใช่จะกระโดดเรือหนี
สะกิด พรรคภูมิใจไทย ถ้าเห็นดีเห็นงามกับความคิดคับแคบ-เอาตัวรอดแบบนี้
ถาม ต่อไปใครจะกล้าคบเป็นเพื่อน คบยากและไว้ใจยากจริง
ชี้ มิตรแท้ยามนี้ ควรช่วยกัน
“ศุภชัย” โพสต์ อีก โต้ พวกฟังไม่ได้ศัพท์ จับมากระเดียด เพื่อหวังเอาใจนาย
ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรมต.ประจำนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการกักตัว ได้ออกมาตอบโต้ นายศุภชัย ใจสมุทร รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทันควัน
หลังจากที่ นายศุภชัย โพสต์ข้อความในเหสบุ้คว่า เหน็บแนม พล.อ.ประยุทธ์ ที่ถนัดใช้แต่กม.พิเศษ รวบอำนาจการแก้ปัญหาโควิดฯไปไว้ที่ศบค. ตัดฝ่ายการเมืองออก มีแต่ฝ่ายความมั่นคง ให้ สมช.เป็นหลัก ทำให้รัฐมนตรีไม่มีส่วนในการแก้ปัญหา แถมมองเรื่องโควิดฯเป็นเรื่องความมั่นคง เลยไม่ประสบความสำเร็จ
“ผมไม่นึกว่า พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย จะมีชุดความคิดในการทำงานที่คับแคบและเอาแต่ได้ แบบนี้ “ นาย เสกสกล ระบุ
“ผมเข้าใจและเห็นใจที่ นายอนุทินกำลังมีข่าว บรรดาหมอๆออกมาขับไล่ เลยทำให้คนในพรรคภูมิใจไทย อาจเกิดความเครียด
แต่ว่าความเครียดดังกล่าว ไม่ควรมาลงที่นายกฯ เพราะการอ้างว่านายกฯตั้ง ศบค.ขึ้นมาแล้วทำให้รัฐมนตรีไม่มีอำนาจ ในการบริหารจัดการโควิดฯ
นายศุภชัย คงจะหมายถึง นายอนุทิน ว่าไม่มีอำนาจทำอะไรเลย จึงทำให้โควิดฯ ระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ อย่างนี้เป็นการพูดเอาดีใส่ตัว แล้วโยนความผิดให้คนอื่น มันเป็นธรรมหรือไม่
“ผมอยากให้นายศุภชัยไปย้อนถอดเทปฟังคำพูด ของนายอนุทินในการประชุมคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่กระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 25 มีนาคม2564 ที่ผ่านมา มีนายอนุทิน นั่งเป็นประธานการประชุมหัวโต๊ะพูดไว้ว่าอย่างไร พูดถึงนายกฯและศบค.ไว้อย่างไร ตรงข้ามกับที่ นายศุภชัยพูดทุกอย่าง อยากรู้ นายศุภชัย ควรไปถามนายอนุทินเอาเอง อย่าให้ผมต้องนำเทปมาเปิดให้นายศุภชัยอับอายเลย นายศุภชัยจะต้องเอาปี๊บ มาคลุมหัวแน่ ถ้าได้ฟังเทปนายอนุทินพูดในการประชุมวันนั้น”
ดร.เสกสกล กล่าวว่า อยากให้นายศุภชัย ไปดูโครงสร้างศบค. ว่ารวบอำนาจจริงหรือ รัฐมนตรี ไม่มีอำนาจจริงหรือ เพราะโครงสร้างนั้น คือมีการกระจายอำนาจให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการเสนอแนะและแก้ไขปัญหาควบคู่กันไป เราทำแบบนี้มาตั้งแต่โควิดฯรอบแรก จนมารอบ2 ก็ภายใต้โครงสร้างนี้ และก็ทำมาถูกทาง
“ผมไม่นึกว่าคนที่มีประสบการณ์และเป็นผู้อาวุโสทางการเมือง อย่างนายศุภชัย จะคิดเอาตัวรอด กระโดดเรือหนี ในยามวิกฤติของการแก้ปัญหา ที่ผ่านมาพรรคร่วมฯ อาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ทุกครั้งก็ได้แต่พูดถึงมารยาทของการอยู่ร่วมกัน
แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทย กลับไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ และไม่คำนึงถึงประชาชนที่กำลังเรียกร้องความร่วมมือในการทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤตให้ก้าวผ่านไปให้ได้”
ดร.เสกสกล กล่าวอีกว่า หลายครั้งที่ นายอนุทิน ออกมาแอ่นอกสู้กับปัญหา และหลายครั้งที่นายอนุทิน ก็ยอมรับในความผิดพลาดนั้น เป็นเรื่องปกติของการบริหารประเทศ
แต่สำหรับนายศุภชัย ผมสงสัยว่าใครสั่งให้ออกมาพูดทำลายน้ำใจ และทำลายบรรยากาศของการร่วมมือร่วมใจกันในครั้งนี้
หากพรรคภูมิใจไทยเห็นดีเห็นงามกับความคิดคับแคบและเอาตัวรอดแบบนี้ ต่อไปใครจะกล้าคบเป็นเพื่อน มิตรแท้ยามนี้ ควรช่วยกัน แต่คนที่อ้างตนเป็นมิตรแท้ บางครั้งก็คบยากและไว้ใจยากจริงๆ” นายเสกสกล กล่าว
ขณะที่ นายศุภชัย โพสต์ FB อีกครั้ง แจงเจตนา ในการเขียนข้อความ และบทบาทของสื่อบางฉบับ พร้อมเตือน แรมโบ้ และบรรดาองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับมากระเดียด เพื่อหวังเอาใจนาย
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และกำลังยืน
error: Content is protected !!