วันเสาร์, 8 พฤษภาคม 2564

“บิ๊กเล็ก” ขอบคุณ ภาคเอกชน-ประชาชน ร่วมมือ ศบค. สู้วิกฤตโควิดฯ

25 เม.ย. 2021
27
ขอบคุณ!!
.
“บิ๊กเล็ก” ขอบคุณ ภาคเอกชน-ประชาชน ร่วมมือ ศบค. สู้วิกฤตโควิดฯ
เผย ทำงาน ศบค.มาครบ13 เดือนแล้ว
ชื่นใจ เมื่อวิกฤต คนไทยร่วมมือดียิ่ง
ภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย
มั่นใจ จะฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ไปได้
เผย “บิ๊กตู่” ต้องคำนึงทั้งทางด้านสุขภาพ-ปลอดภัยจากโควิด และด้านเศรษฐกิจ-สังคม
สมาคมผู้คำปลีกไทย TSCA ออกแถลงการณ์ เปิดห้าง1100-2000 น.
สมาคมภัตตาคารไทย เพิ่มมาตรการสูงสุด
.
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯสมช. ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ชื่นใจ ประชาชน และ ภาคเอกชนร่วมมือ ในการแก้ปัญหาโควิดฯ
“น่าชื่นใจมากครับ….ที่ เมื่อใดที่ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์วิกฤต พี่น้องประชาชนคนไทย ก็จะให้ความร่วมมือ เป็นอย่างดียิ่ง
ผมทำงาน ศบค. มาครบ 13 เดือน ในวันนี้พอดี
รู้สึกมีความภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย
ศบค. ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนเสมอมา
ผมต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนเป็นอย่างสูงครับ
ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ทั้งทางด้านสุขภาพ/ความปลอดภัยจากโควิด และด้านเศรษฐกิจ/สังคม
ดังนั้น การที่พี่น้องประชาชน ได้กรุณาแสดงออก ถึงความต้องการที่จะช่วยเหลือ ศบค. เพื่อทำให้มาตรการป้องกันโควิดฯมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นนี้
ผมรู้สึกประทับใจมากครับ และมั่นใจว่า เราฃจะฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ไปได้ครับ…” พลเอก ณัฐพล ระบุ
ทั้งนี้ สมาคมผู้คำปลีกไทย TSCA ได้ออกแถลงการณ์ ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19 ในวันนี้ มีอัตราการติดเชื้อทั่วโลกประมาณ 8 แสน คน และมีแนวโน้มยังคงอยู่ในอัตราที่สูง ขณะเดียวกัน ในวันเสาร์ที่ 24 เมษายน ประเทศไทยมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
เป็นจำนวน 2,839 ราช ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงสุดที่เคยปรากฎมานับแต่เกิดการแพร่ระบาดเมื่อปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าการแพร่ระบาดมีความรุนแรงและเป็นวงกว้างกว่าระลอกที่ผ่านๆ มา จากข้อมูลการแพร่ระบาด สัปดาห์หน้า ( 25 เมษายน – 2 พฤษภาคม) จะเป็นช่วง peak ของความเสี่ยงสูงสุดแล้ว สองอาทิตย์หลังจากนั้น เป็นช่วงที่จะเห็นกราฟชัดเจน ว่าจะชี้ขึ้น หรือ ชี้ลง
นาย ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย แจ้งว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้ไทย ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องยกระดับมาตรการการเฝ้าระวังการระบาคของโดวิดขึ้นอีกระดับหนึ่ง
โดยสมาชิกสมาคมทั้งสองแห่งและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จะเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการคัดกรองผู้บริโภคเข้าศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ในระดับสูงสุด
โดยประกาศเลื่อน การเปีด-ปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ เป็นเวลา 11.00- 20.00 น. ยกเว้น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์ท และร้านอาหาร ที่ตั้งในศูนย์การค้า จะยังคงให้บริการถึง 21.00 น.
ส่วนร้านค้าสะดวกซื้อจะให้บริการตามเวลา 05.00 – 22.00 น.
ทั้งนี้มีผลครอบคลุมเฉพาะพื้นที่สีแดง 18 จังหวัดเท่านั้น ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน จนถึง วันอาทิตย์ที่ 2พฤษภาคม 2564
(ยกเว้นจะมีประกาศของจังหวัด ระบุอื่นใดนอกเหนือจากนี้)
อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ค้าปลึกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ยังคงงดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก รวมถึงการให้พนักงาน Work From Home เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ทุกหน่วยงานสามารถควบคุมการ แพร่ระบาดระลอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยและสมาคมศูนย์การค้า จะเป็นผู้นำให้เอกชนทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ให้จบเร็วที่สุด
# เราจะก้าวฝ่าวิกฤต ครั้งนี้ไปด้วยกัน#
THAI RETAILERS ASSOCIATIOY
ขณะที่ สมาคนภัตตาคารไทย
THAI RESTALIRANT ASSOCATION ออก
แถลงการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด 19 นับจนถึงวันนี้ 24 เมษายน 2564 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อจำนวน 2,839 คน ยอดผู้ป่วยสะสมประมาณ 50,000 คนและจะเพิ่มในอัตราสูงสุดเท่าที่เคยปรากฏ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์ได้คาดการไว้ว่า สัปดาห์หลังสงกรานต์จะมีตัวเลขที่สูงขึ้น รัฐบาลและศบค. พยายามควบคุมสถานการณ์ ด้วยการขอความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อพยายามควบคุมการแพร่ระบาดมิให้แพร่กระจาย เพื่อไม่ให้เกิดภาวะที่ เตียง แพทย์จะรักษาได้ โดยขอความร่วมมือมายังทุกภาคส่วนแล้วนั้น
ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศโดยเฉพาะในจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงสุด 18 จังหวัดได้รับการผ่อนปรนให้นั่งรับประทานได้ ถึง 21.00 น. และซื้อกลับบ้านได้ถึง 23.00 น. โดยคำนึงถึงห่วงโซ่ธุรกิจที่จะกระทบถึงทั้งภาคแรงงาน พ่อค้าในตลาดค้าปลีก ค้าส่ง
และเกษตรกร ซึ่งทางสมาคมภัตตาคารไทยเองก็ได้ให้ความร่วมมือทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการถึงความจำเป็นดังกล่าว ซึ่งหาก
ว่าสถานการณ์ดีขึ้น ทางรัฐบาลและศบค.จะผ่อนคลายการทำธุรกิจให้กลับคืนสภาพเดิมให้เร็วที่สุด โดยได้พยายามประคับประคอง
ทั้งด้านการสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
ในวันนี้ด้วยสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ทำงานที่บ้าน หยุดการเคลื่อนที่ หยุดการสังสรรค์รวมหมู่ให้มากที่สุด
รวมทั้งการสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ เกิดเป็นวงกว้าง กระทบถึงผู้คนในสังคม และความรุนแรงที่จะถึงแก่ชีวิตในเร็ววัน
ดังนั้นเพื่อร่วมกันให้สถานการณ์ดีขึ้นสมาคมภัตตาคารไทยใคร่ขอความร่วมมือ หากผู้ประกอบใด สามารถลดเวลาการนั่งในร้าน
หรือ ทำการ take-home อย่างเดียวได้ โดยภาครัฐไม่ต้องออกมาตรการ เคอร์ฟิว ล้อคดาวน์ (ซึ่งไม่ได้เกิดผลในแง่ของการชดเชย
ใดๆจากภาครัฐ)
สมาคมภัตตาคารไทยจะได้ขอนำส่งมาตรการการช่วยเหลือที่ต้องการจากผู้ประกอบการถึงท่นนายกรัฐมนตรีดังนี้
1. เพิ่มแหล่งเงิน Soft Loan ที่เข้าถึงได้ง่าย
2. ผ่อนผันชำระต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ (อาจจะพักดอก 6 เดือน พักต้น 1 ปี)
3. ช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งภาษี และค่าสาธารนูปโภค
4. ช่วยจ่ายค่าแรงพนักงาน 50% หรือ ผ่อนผันค่าใช้จ่ายประกันสังคม 3 เดือน
เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
นางฐนิวรรณ กุลมงคล
นายกสมาคมภัตตาคารไทย
error: Content is protected !!