วันจันทร์, 10 พฤษภาคม 2564

Mekong Summit

“บิ๊กป้อม” เล็งจัด ประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ปลายปีนี้
และประชุมคณะมนตรีฯ
ในฐานะเป็นประธานคณะมนตรีฯ
พอใจ จีน ร่วมมือ เพิ่มระดับน้ำ จนปกติ มีค.64
หลัง คนไทย 8 จ.ริมแม่โขงเดือดร้อน
ไฟเขียว สทนช.- กรมสนธิสัญญาฯ ศึกษาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขง ร่วมกับ ลาว สั่ง เดินหน้า 24 โครงการ ตาม แผนปฏิบัติการระดับประเทศ พัฒนาลุ่มน้ำโขงยั่งยืน
.
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 ที่ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรองนายกฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ได้รับทราบสถานการณ์แม่น้ำโขง จากปัญหาภาพรวม การผันผวนของปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ตั้งแต่ 1 ม.ค 64 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนของไทยริมฝั่งแม่น้ำโขง ในการดำเนินชีวิต ทั้ง การเลี้ยงปลาในกระชัง การเดินเรือขนาดเล็ก เป็นต้น
ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศ และ สทนช. ได้ประสานงานร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน เพื่อแก้ปัญหา และได้รับความร่วมมือด้วยดี จนกระทั่ง ระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ตั้งแต่ มี.ค.64
และได้รับทราบ ผลการประชุมคณะมนตรีฯแม่น้ำโขงเมื่อ 26พ.ย.63 เห็นชอบกรอบความร่วมมือ ทั้งการพัฒนาลุ่มน้ำโขง การจัดการสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อม และการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น
จากนั้น คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญ ได้แก่การเตรียมจัดการประชุมสุดยอด ผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Greater Mekong Subregion Summit — GMS Summit) ครั้งที่ 4 การประชุมคณะมนตรีครั้งที่ 28 และการประชุมร่วมระหว่างคณะมนตรีกับกลุ่มหุ้นส่วนการพัฒนาครั้งที่ 26 ในฐานะไทยเป็นประธานคณะมนตรีฯปีพ.ศ.2564 ประมาณช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 64 และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ covid-19 ด้วย
และเห็นชอบให้ทำการศึกษาการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขง โดยให้ สทนช.ร่วมกับ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เร่งประสานงานกับ สปป.ลาว
รวมถึงเห็นชอบ ร่างแผนปฏิบัติการระดับประเทศ (พ.ศ.2564-2568) จำนวน 24 โครงการ เพื่อบริหารจัดการแม่น้ำโขง อย่างยั่งยืน สอดคล้อง แผนแม่บทบริหารทรัพยากรน้ำ 20ปี
พล.อ.ประวิตร ยังได้สั่งการ สทนช. และกำชับ หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามแผนงาน ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว โดยขอให้มีความคืบหน้าตามเป้าหมาย อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับสูงสุด ภายใต้กรอบความร่วมมือ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศให้มากขึ้น
ที่สำคัญอย่างยิ่งจะต้องเร่งขับเคลื่อนโครงการที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน จากผลกระทบ ของพี่น้องประชาชน 8 จังหวัด ริมแม่น้ำโขงของไทย อย่างรีบด่วน
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และผู้คนกำลังยืน
error: Content is protected !!