วันอาทิตย์, 11 เมษายน 2564

“ศรชล.”โต้ หนัง Seaspiracy NetFlix ฉายสถานการณ์ เก่า

08 เม.ย. 2021
57
“ศรชล.”โต้ หนัง Seaspiracy
NetFlix ฉายสถานการณ์ เก่า
ยัน รัฐบาลไทย ยุค คสช.แก้ประมงผิดกม. iUU Fishing
จนEU ปลดไทยจากบัญชีใบเหลือง ในปี 2562
สหรัฐฯ จัดไทยในบัญชีการค้ามนุษย์ดีขึ้น จาก2559 Tier3 เป็น Tier2.5 และ Tier 2 ปี 2562 แล้ว
ย้อน อดีต ตั้ง “ศปมผ.”
แก้ประมงผิดกม.-แรงงานทาส-ค้ามนุษย์
จนมาตอนนี้ ตั้ง “ศรชล” ดูแล
พร้อมให้ตรวจสอบทุกแง่มุม
ลั่นจุดยืน4 ข้อ นโยบาย 6ด้าน
.
หลัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และ ผอ.ศรชล.ได้ดูหนังSeaspiracyทาง Netflix แล้วพบว่ามีช่วงที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย ในเรื่องการทำประมงผิดกม.
“เสธ.คลื่น”พลเรือตรี ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) ชี้แจงกรณีภาพยนตร์ เรื่อง Seaspiracy ทางช่อง NETFLIX บางตอนพาดพิงประเทศไทยในเรื่องการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ในเรือประมงทำให้เสียภาพลักษณ์ประเทศไทย นั้น
ศรชล. ขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ภาพยนตร์ Seaspiracy เริ่มออกอากาศเมื่อ 24 มีนาคม 2564 โดยมี นาย Kip Andersen เป็นผู้อำนวยการผลิต และ นาย Ali Tabrizi เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และ Miss.Lucy Tabrizi Manning ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์
ในภาพยนตร์ นาทีที่ 1:06:00 – 1:12:00 เป็นการนำเสนอเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับลูกเรือประมง ซึ่งเชื่อว่ามีอยู่จนถึงปี 2558
โดยมีสาระสำคัญของปัญหา ประกอบด้วย ปัญหาแรก การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ทั้งในน่านน้ำไทยและในทะเลหลวง โดยใช้เรือไทย และในน่านน้ำประเทศใกล้เคียง
โดยใช้เรือที่โอนทะเบียนไปชักธงรัฐนั้น ๆ และปัญหาที่สอง การค้ามนุษย์หรือการบังคับใช้แรงงานบนเรือประมง ที่ทำประมงในน่านน้ำดังกล่าวข้างต้น
แต่ทว่า สถานะปัจจุบัน….หลังประเทศไทยทุ่มเทแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2558 จนสำเร็จในปี 2562 ใช้เวลา 4 ปีครึ่ง
ซึ่งมีจุดบ่งชี้ที่สำคัญ คือ ไทยพ้นจากใบเหลือง IUU ขั้นเลวร้าย มาเป็นใบเขียว คือ ปกติ และพ้นจากบัญชีค้ามนุษย์ขั้นเลวร้ายมาอยู่ใน Tier2 ต้องแต่ปี 2562
จึงขอชี้แจงว่า 1)ประเทศไทยยินดีอย่างยิ่งที่มีการตรวจสอบทุกแง่มุม เพื่อสนับสนุนหลักการด้านความโปร่งใส
2) ประเทศไทยยึดถือและมุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อความยั่งยืนของทะเล และทรัพยากรประมง
3) ประเทศไทยจะไม่อดทนต่อการค้ามนุษย์ในภาคประมงอีกต่อไป
4) ประเทศไทย มิได้ดำเนินการแก้ปัญหาโดยลำพัง แต่มีหุ้นส่วนที่ร่วมทำงานแก้ปัญหาทุกมิติ และในทุกพื้นที่ที่มีปัญหามาตลอดเวลา และมุ่งมั่นจะดำรงความโปร่งใสและชัดเจนตลอดการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนต่อไป
การตระหนักถึงปัญหา
สัญญาณด้านลบที่ได้รับ 2 ด้านที่สำคัญ ในปี 2558 ประกอบด้วย ด้านแรก สหภาพยุโรป จัดไทยขึ้นบัญชี IUU-ใบเหลือง และสหรัฐฯ จัดไทยขึ้นบัญชีค้ามนุษย์ Tier-3
การนี้ ไทยมิใช่เพียงตระหนักถึงปัญหาหนักเฉพาะหน้า แต่ยังยึดถือความยั่งยืนของท้องทะเล ทรัพยากรประมง และของแรงงานประมงเป็นสำคัญ
กลไกความพยายามระดับชาติ
รัฐบาล คสช. ในขณะนั้น จึงทำการแก้ปัญหา โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) มาขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปการประมง ตามแผนบริหารจัดการประมงแห่งชาติเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรประมงทะเลที่มีการกำกับและตรวจสอบโดยคณะตรวจสอบของกรรมาธิการทะเลแห่งรัฐสภาสหภาพยุโรป และแผนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ มีการติดตามความก้าวหน้าโดยฝ่ายสหรัฐฯ ตลอดช่วงการแก้ไขปัญหา
นโยบายหลัก
ศปมผ. ทำงานตามเป้าหมายเชิงนโยบาย 6 ด้าน คือ 1) การปฏิรูปกฎหมาย 2) การจัดการกองเรือ 3) การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง 4) การบังคับใช้กฎหมาย 5) การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในภาคประมง 6) การแสวงหาหุ้นส่วน
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนนโยบายหลักเหล่านี้ดำเนินการอย่างมีลำดับขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลทุกประเด็น
ผู้นำรัฐบาล มุ่งมั่นในการขับเคลื่อน ครอบคลุมทั้งด้านการประมงและการค้ามนุษย์ มีความจริงจัง ต่อเนื่อง ตลอดเวลา จนถึงวันที่บรรลุเป้าหมาย การสนับสนุนทางการเงินและการจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการแก้ปัญหาประมงในน่านน้ำ และการช่วยเหลือลูกเรือที่เป็นเหยื่อนอกน่านน้ำ ในระดับปฏิบัติการมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้การนำของ ศรชล. ได้แก่ กองทัพเรือ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมเป็น “ชุดสหวิชาชีพ” ทั้งเพื่อการตรวจเรือหน้าท่า และการปูพรมตรวจแรงงานในสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ และกิจการต่อเนื่องอาหารทะเล (ยุบเลิกเมื่อตรวจเสร็จตามเป้า)
โดยได้ ตราพระราชกำหนดการประมง ปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ในเรือประมงทั้งในและนอกน่านน้ำอย่างเฉียบขาด
มีรายงานผลคดีทุกปี จัดระบบข้อมูลและทะเบียนเรือประมงทั้งประเทศ เพื่อควบคุมอุตสาหกรรมประมงทั้งระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
รวมถึงการนำแนวทางการออกใบอนุญาตทำการประมงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมง และปริมาณผลผลิตสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ค่าผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน (Maximum Sustainable Yield : MSY)
และจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) ในทุกจังหวัดชายทะเล เพื่อควบคุมการเข้าออกท่าเทียบเรือประมง มีการใช้ระบบประเมินความเสี่ยงร่วม (Common Risk Assessment : CRA) ในการควบคุมการทำการประมงด้วย และจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือประมงเข้าออก (Port In – Port Out Controlling Centre: PIPO) ครบทุกจังหวัดชายทะเลเพื่อกำกับการเข้าออก
ให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 (C188)
และจัดระเบียบและจัดระบบลูกเรือประมง ทั้งด้านการอนุญาต การจ้างงาน การคุ้มครองแรงงาน และการตรวจตราการเข้า-ออกกับเรือในการทำประมง เก็บอัตลักษณ์บุคคลเป็นชุดข้อมูลไบโอเมตริก โดย จนท. ที่เกี่ยวข้องตรวจยืนยันบุคคลได้ผ่านฐานข้อมูลดิจิตอล การช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยในต่างแดนจากทุกภูมิภาค การตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของศูนย์ PIPO อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ผลการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหาอย่างเอาจริงเอาจังสามารถจัดระบบให้เรือประมงและแรงงานประมงทะเลมีระบบกำกับดูแลและตรวจสอบอย่างต่อเนื่องได้เรียบร้อยใน ปี 2562
โดยมีตัวชี้วัดสำคัญ คือ สหภาพยุโรปปลดประเทศไทยจากบัญชีใบเหลือง ในต้นปี 2562 และสหรัฐฯ จัดไทยในบัญชีการค้ามนุษย์ดีขึ้นจาก Tier3 ในปี 2559 เป็น Tier2.5 และ Tier 2 ตามลำดับ ในปี 2562
จนสิ้นสุดภารกิจ รัฐบาล โดย ครม. มีมติเห็นชอบตามที่ ทร. เสนอเมื่อ 8 ตุลาคม พ.ศ.2562 ให้ถ่ายโอนภารกิจจาก ศปมผ. ไปยังหน่วยงานตามพันธกิจ เพื่อปฏิบัติการรักษากฎหมายต่อไป
ปัจจุบัน ศรชล. หรือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นหน่วยที่รับผิดชอบในการเป็นแม่งานต่อไป
โดย ศรชล. และหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินงานด้วยระบบตรวจสอบ และเฝ้าระวัง การประมงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อประกันความยั่งยืนของทะเล และการคุ้มครองแรงงานประมงตามแนวทางของสหประชาชาติต่อไป
error: Content is protected !!