วันพฤหัสบดี, 22 เมษายน 2564

โคกหนองนา​ โมเดล)หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ(นสร.)​กองทัพเรือ

06 เม.ย. 2021
30

ตามรอยปณิธานในหลวงรัชกาลที่​ 9​ เปิดศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทย (โคกหนองนา​ โมเดล)​หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ(นสร.)​กองทัพเรือ

บนเนื้อที่ 11 ไร่ ภายในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ตำบลแสมสาร​ อำเภอสัตหีบ​ จ.ชลบุรีได้จัดสรรพื้นที่จัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตามปณิธาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ​2​ ปีที่แล้ว​ ปัจจุบันได้ผสมผสานกับโครงการ โคกหนองนา​ โมเดล ในการทำเป็น”ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทย” เพื่อเปิดกว้างให้นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ เพื่อนำไปต่อ
ยอดใช้ดำรงชีวิตแบบพอเพียงตามปณิธานในหลวงรัชกาลที่​ 9

ทั้งนี้​ นาวาตรี​ ทองสุข​ ถาวงษ์กลาง​ รองประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทย​ และ​ พันจ่าเอกทัศ​ นิลบุตร​ ผู้ดูแล​ชุดผู้ปฎิบัติฯรับผิดชอบศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีไทยได้พาสื่อมวลชนชมพื้นที่บริเวณโดยรอบศูนย์พร้อมอธิบายในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มลงมือปลูกพืชผักต่างๆ​กรรมวิธี​ เทคนิค​ในการปรุงดิน​จนถึงนำไปจำหน่ายสร้างรายได้

ซึ่งนาวาตรีทองสุข​ อธิบายว่า หลักการของเราคือ​ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ให้การสนับสนุน​เต็ที่โดยได้รับนโยบายจากกองทัพเรือ ในการน้อมนำเอาแนวความคิดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นศาสตร์ความรู้ ความพัฒนา ที่ยั่งยืนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้กับพสกนิกรชาวไทย มาจัดทำเป็น ศูนย์การเรียนรู้อินทรีย์วิถีไทย ที่ครบวงจร ที่มีทั้งป่า นา และน้ำ มีนาปลูกข้าวไว้กิน มีน้ำไว้เป็นแหล่งกักเก็บ ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำโครงการทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และโครงการเกษตรอินทรีย์ทฤษฎีใหม่ประยุกต์ หรือโคกหนองนาโมเดล นำมาผสมผสาน เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

ซึ่งภายในศูนย์ฯแน่นอนจะมีการปลูก พืชผักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะม่วง​ กล้วย ข้าว​ มะเขือ​รวมถึงการเลี้ยงเป็ด ไก่ และปลายี่สก ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงเรายึดหลักทฤษฎีใหม่นั่นก็คือ “ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง” โดยปลูกทั้งไม้สูง ไม้กลางและไม้เตี้ยหรือไม้กินใบ ลักษณะการปลูกในหลุมพอเพียงยั่งยืน​ที่จะปลูกพืชทุกชนิดที่กินได้ลงในหลุมและยึดหลักเกษตรอินทรีย์ โดยใช้หญ้าแห้งฟางและน้ำหมักจุลินทรีย์จอมปลวก ฮอร์โมนที่ทำขึ้นเอง รดพืชผักให้เจริญงอกงาม

นาวาตรีทองสุข​ กล่าวด้วยว่า​ นอกจากนี้เรายังมีการเผาถ่าน แบบอินทรีย์โดยใช้ความร้อนอบ เพื่อป้องกันสารก่อมะเร็ง และมีโรงสีข้าวอินทรีย์​ รวมถึงโรงเลี้ยงไส้เดือน เพื่อเอามูลไส้เดือนและน้ำมาใช้ประโยชน์ในการรดพืชผักสวนครัว

และที่สำคัญของ​ ศูนย์การเรียนรู้ ที่จะหารายได้มาหมุนเวียน นั่นก็คือ การปลูกอ้อยพันธุ์อินทรีย์ หรือ RK 03 ที่มีลักษณะของพันธุ์ ทนต่อโรค แข็งแกร่ง ต้นลำสวย เมื่อคั้นน้ำออกมาแล้วจะมีรสหวานหอม เป็นที่ถูกอกถูกใจของนักท่องเที่ยว

โดยทางศูนย์ได้ปลูกไว้จำนวนมากเพื่อนำมาคั้นน้ำเป็นน้ำอ้อยสดและขายให้นักท่องเที่ยวในวันเสาร์​ อาทิตย์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ ให้เจ้าหน้าที่รวมถึงครอบครัวที่สนใจนำไปปลูกสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว

แหละนี่คือหลักสำคัญของศูนย์เรียนรู้ฯที่เรายึดปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า”พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น” นาวาตรีทองสุข​กล่าว

error: Content is protected !!