วันศุกร์, 22 ตุลาคม 2564

“บิ๊กแป๊ะ”เปิดใจลงสมัครผู้ว่ากทม.ในนามอิสระ

“บิ๊กแป๊ะ”เปิดใจลงสมัครผู้ว่ากทม.ในนามอิสระ เมินถูกมองเป็นนอมินีพรรคพปชร.รับ “บิ๊กป้อม” ยกหูถาม “ถ้าไม่มีอะไรทำน่าไปลงผู้ว่าฯ” วาง 4 เสาหลักพัฒนาเมืองกรุง
เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2564​ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงสมัครว่ากอทอมอในครั้งนี้ว่า จริงๆแล้วไม่มีความคิดเรื่องการเมืองอยู่ในสมองและติดเรื่องเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่มีเวทีเดียวที่จะลงรับเลือกตั้งได้คือสนามกทม. ซึ่งการตัดสินใจมีองค์ประกอบหลายอย่าง ถ้าจะบอกว่าคำตอบคือไม่มีแรงบันดาลใจ ก็จะถือว่าโกหกยอมรับว่ามีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ได้โทรศัพท์มาบอกว่า ถ้าไม่มีอะไรทำ ก็น่าจะไปลงผู้ว่าฯกทม. ส่วนเรื่องการจะสนับสนุนอย่างเป็นทางการหรือไม่อย่างไร คงต้องถามพล.อ.ประวิตร เอง แต่การที่ท่านเป็นนักการเมืองจะมาพูดว่าช่วยก็จะเกิดความหมิ่นเหม่อีก ซึ่งตนตอนนั้นก็ไม่ได้อะไรก็ตอบตกลงไป ซึ่งตนก็คิดว่าจะลงในนามอิสระแน่นอน ซึ่งเราร่างแผนไว้หมดแล้ว ว่าอยากจะมาช่วยแชร์ความรู้ประสบการณ์ต่างๆให้คนกทม.ว่าจะทำอะไรให้คนกทม.ดีขึ้น และเชื่อว่า. คนที่จะลงสมัครผู้ว่ากทม.ก็มีแนวคิดเช่นเดียวกันคือจะทำอย่างไรให้คนกทม.ดีขึ้น
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวคิดของตนที่จะทำให้กับคนกทม.นั้นคิดว่าคงขายกับหลายคนทั้งเรื่องปัญหาการจราจร ปัญหาขยะและปัญหาความปลอดภัย ขนาดที่เรื่องความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ บางครั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาลด้วย ดังนั้นเราจะพูดถึงแค่ในส่วนของกทม.เท่านั้นว่าจะทำอะไรให้บ้าง อย่างไรก็ตามประเทศไทย เคยมีนายกฯ เป็นทั้งทหารตำรวจ และพลเรือนประชาชน จะเลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการติดตัดสินใจของคนกทม.เพียงขอให้แยกอาชีพกลับตัวตนออกจากกัน
“ในฐานะที่เป็นอดีตนายตำรวจเก่ารู้ถึงปัญหาต่างๆโดยเฉพาะเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม.ก็เปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัวที่จะทำอย่างไรให้พี่น้องของเราดีขึ้น ให้บ้านหลังนี้ดีขึ้น ฉะนั้นหลักก็คือจะต้องมี 4 เสาหลัก โดยมีผมเป็นเสาเอก คืน 1. เรื่องความจิงใจ 2.ประสบการณ์ความรู้วิสัยทัศน์ที่จะนำมาใช้ในบ้านหลังนี้ 3.รับฟังปัญหาของทุกคนจากทุกองค์กรและสิ่งที่สำคัญที่สุด 4.การซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ”พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ตนเพิ่งลงพื้นที่ 2-3 เดือน รู้อยู่แล้วว่ามาช้ากว่าคนอื่น และรู้ดีว่ามีข้อเสียเปรียบเยอะ บางคนมีฐานทางการเมืองอยู่แล้วขนาดที่ตนไม่มีอะไรเลย เข้ามาตัวคนเดียว ดังนั้นจะต้องทำการบ้านหนักพอสมควร แต่โชคดีที่เคยอยู่ในพื้นที่กทม.รู้ปัญหา นี่คือสิ่งที่ได้เปรียบจากอาชีพเดิม
เมื่อถามว่าการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในครั้งนี้มีคนมองว่าเป็นนอมินีของพรรคพปชร.พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ขอถามว่าคนที่จะลงเป็นคู่แข่งกับตนจะบอกคนกทม.อย่างไรว่าไม่ใช่นอมินีของพรรคนั้น พรรคนี้ และในอนาคตนอาจจะอยู่พรรคไหนก็ได้ แต่ตอนนี้ขอลงผู้ว่าฯกทม.ในนามอิสระแน่นอน บางคนบอกว่าไม่กลัวที่จะถูกมองว่าเป็นนอมินี หรือเพราะรู้จักกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร แต่ตนอยากบอกว่าคนที่อยู่พรรคเดียวกันคนละพวกก็เยอะ พวกเดียวกันคนละพรรคก็มี แต่สำหรับตนมีแต่พรรคพวก.
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, กำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม
ปู๊ด ปูดข่าว
error: Content is protected !!