วันอังคาร, 20 เมษายน 2564

“อนุทิน” ลุยถึง แม่สามแลบ แม่ฮ่องสอน

“อนุทิน” ลุยถึง แม่สามแลบ
แม่ฮ่องสอน
ชายแดน พื้นที่ เมียนมา อพยพ
ตรวจมาตรการรองรับ ผู้หนีภัยการสู้รบ
และการคัดกรองโควิดฯ
หลังมอบ วัคซีนSinoVac 2 พันโดส ให้รพ.ฉีด บุคลากรทางการแพทย์ ทหาร ตำรวจ จนท.ชายแดน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานรองรับสถานการณ์ไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้านที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยังมีการระบาดของโรคโควิด-19
ทั้งนี้ นายอนุทินได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รวม 2,000 โด๊ส เพื่อให้โรงพยาบาลกระจายฉีดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กับผู้อพยพลี้ภัย
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายอนุทิน ได้พบปะผู้บริหารจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอแม่สะเรียง เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และเยี่ยมผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแม่สะเรียง
และประชุมหารือ ให้นโยบายทั้งบุคลากรด้านสาธารณสุข และฝ่ายความมั่นคง
โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นห่วงเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อเป็นกำลังแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อมนุษยธรรม เพื่อนบ้านที่หนีภัยความไม่สงบเข้ามายังประเทศไทย
พร้อมกับให้ความมั่นใจว่าฉีดวัคซีนSinoVac แล้วปลอดภัยเพราะรองนายกรัฐมนตรีก็ฉีดวัคซีนของซิโนแวคครบทั้ง 2 โด๊ส และไม่มีอาการข้างเคียง
หลังจากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจเยี่ยมรับฟังปัญหา ผลกระทบทางด้านสาธารณสุขจากความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นข้อมูลการกำหนดนโยบายรวมถึงการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ จ.แม่ฮ่องสอน แบ่งการบริหารเป็น 7 อำเภอ โดยมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเมียนมาทางบก 326 กิโลเมตร และทางน้ำ 157กิโลเมตร
ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.-1 เม.ย. 2564 มีผู้ลี้ภัยจากความไม่สงบในเมียนมาเข้ามา 4,297 คน และเดินทางกลับประเทศแล้ว 2,680 คน ส่วนที่เหลือพักอยู่ ณ พื้นที่จุดแรกรับ ตามแนวชายแดนริมแม่น้ำสาละวิน
ส่วนในพื้นที่ชั้นใน ขณะนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของชาวเมียนมาในพื้นที่พักพิงทั้ง 4 จุด ในอ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ขุนยวม และ อ.สบเมย
โดยข้อกังวลหลักของจังหวัดในสถานการณ์ขณะนี้คือปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งต้องการการสนับสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์จากส่วนกลาง
error: Content is protected !!