วันศุกร์, 30 กรกฎาคม 2564

“บิ๊กตู่” ปัด สั่งทหารชายแดน บล็อค ชาวเมียนมา ไม่ให้อพยพเข้าไทย

“บิ๊กตู่” ปัด สั่งทหารชายแดน
บล็อค ชาวเมียนมา ไม่ให้อพยพเข้าไทย
ย้ำดูแลตามหลักมนุษยธรรม แต่จุดไหน ถ้ายังไม่เดิอดร้อน ก็ให้กลับไปก่อน ไม่ใช่การเอาปืนผาหน้าไม้ไปที่ไล่ให้ออกไป แต่เป็นการจับไม้จับมืออวยพรให้กันด้วยซ้ำไป นั่นคือมนุษยธรรม
ยันมีประสบการณ์ ดูแลผู้อพยพ9 ศูนย์ กว่า4 แสนคน มา10-20ปี แล้ว เหลือกว่า1แสนคน เตือนสื่อ อย่าลงรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องความมั่นคงอย่ากระพือข่าว ประเด็นอันตราย
เหน็บ UNHCR“ไม่ต้องประสานหรอกเขามาอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว ซึ่งมีมาตลอด มาเสร็จแล้วบางที people of concern ก็ไปไม่ได้ก็ตอนนี้ จะไปอยู่ประเทศโน้นประเทศนี้แล้วไปได้สักกี่คน ก็ค้างกันอยู่แบบนี้ ทั้งหมดทุกคนก็มีความหวังจะไปประเทศโน้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม. ถึงกรณีกลุ่มชาติพันธุ์ทะลักเข้าไทยและถูกผลักดันไป เพราะตอนนี้ผู้ที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพูดไม่ตรงกัน ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงทะลัก แต่มีสื่อบางคนเอาภาพไปเผยแพร่
อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วมีการเจรจาพูดคุยมาตลอด ซึ่งหลายคนก็เข้ามาในหมู่บ้านต่างๆ นำร่องมาก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่เจอก็ให้ชี้แจงและถามว่ามีปัญหาอะไรในประเทศ และในส่วนที่เขาอยู่หรือไม่ ซึ่งก็ได้ตอบกลับมาว่าไม่มี ดังนั้น เมื่อไม่มีก็ได้ขอให้กลับไปก่อน ซึ่งไม่ใช่การเอาปืนผาหน้าไม้ไปที่ไล่ให้ออกไป แต่เป็นการจับไม้จับมืออวยพรให้กันด้วยซ้ำไป นั่นคือมนุษยธรรม
และหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นเราก็ต้องค่อยๆ แก้กันไป ทั้งนี้ เรามีประสบการณ์เรื่องนี้มาหลายปี มีศูนย์อพยพ 9 ศูนย์ที่ดูแลกว่า 4 แสนคนมา 10-20 ปีนี้เหลือแสนกว่าคน ซึ่งเดิมเคยสัญญาว่าจะเอากลับแต่เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็ต้องหยุดไป และของใหม่ก็ต้องเตรียมการให้พร้อม
“เราต้องดูแลตามมนุษยธรรม ประสบการณ์เราเยอะเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ไม่มีการผลักดัน เราผลักดันไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเขารบๆ กันอยู่จะผลักดันไปได้ยังไง ถ้าไม่มีก็กลับไปก่อนได้ไหม” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่าขณะนี้ทางฝั่งเมียนมาสถานการณ์ตึงเครียดและมีกลุ่มคนหวังมาอยู่ตามแนวชายแดน ทางไทยจะอำนวยความสะดวกให้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ทำไมผมจะต้องพูดตรงนี้ มันเป็นเรื่องของความมั่นคง ถ้าถึงเวลาผมก็ตัดสินใจเอง เราจะไปพูดป่าวประกาศรับโน่นรับนี่ มันใช่ไหมล่ะ เข้ามาแล้วจะทำยังไงต่อไป ซึ่งเราก็ต้องเตรียมแผน จำเป็นต้องเข้ามาเราก็ดูแลเขา แค่นั้นเอง อย่าเปิดประเด็นเลยเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่าต่างชาติให้ความสนใจว่าประเทศไทยมีนโยบายอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อ้างว่าได้รับนโยบายให้บล็อกไม่ให้คนเมียนมาเข้ามาในประเทศ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราก็จำเป็น เพราะเป็นเขตแดนไทย การจะเข้ามาก็เข้ามาโดยถูกกฎหมาย แต่สถานการณ์การสู้รบมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเกิดภัยพิบัติเกิดการบาดเจ็บล้มตายจากฝั่งโน้นก็อาจเข้ามา ซึ่งเราก็ต้องหามาตรการของเราเตรียมไว้ ยืนยันไม่ได้ผลักดันถ้าเดือดร้อนจริงและมีการสู้รบในพื้นที่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่ตอนนี้เราจะไปประกาศโครมครามว่ายินดีรับใครเข้ามา มันก็ไม่ใช่ ส่วนแนวทางปฏิบัติมีหมดแล้ว ได้สั่งผู้บัญชาการทหารบก สั่งกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งสั่งทุกหน่วยงานจนไม่รู้จะสั่งอย่างไรแล้ว แต่ละหน่วยงานก็มีวิธีการของตัวเอง ดังนั้น เรื่องอะไรที่อันตรายอย่าไปกระพือข่าวกันนักเลย
เทื่อถามว่าถ้าผู้ลี้ภัยมีจำนวนมากขึ้นจะมีการประสานองค์กรต่างประเทศ เช่น UNHCR หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ต้องประสานหรอกเขามาอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว ซึ่งมีมาตลอด มาเสร็จแล้วบางทีก็ไปไม่ได้ก็ตอนนี้ จะไปอยู่ประเทศโน้นประเทศนี้แล้วไปได้สักกี่คน ก็ค้างกันอยู่แบบนี้ ทั้งหมดทุกคน people of concernก็มีความหวังจะไปประเทศโน้นใช่ไหม”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับสื่อว่า “นี่เราคุยกันเฉยๆ คุยด้วยหลักการไม่ได้แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น นายกฯก็ใจเย็นที่สุดแล้ว พูดกับสื่อต้องยิ้ม เดี๋ยวชอบหาว่าหน้างอหน้าหงิก บางทีมีเรื่องที่ต้องคิด หน้าตามันก็เลยเครียด แต่ผมเป็นคนใจดี ทุกคนรู้อยู่แล้ว”
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และกำลังยืน
error: Content is protected !!