วันศุกร์, 6 สิงหาคม 2564

“บิ๊กแก้ว” ร่วมประชุม ผบ.สูงสุดAsean “พลเอก มิ่นอ่องหล่าย” ร่วมVTC ด้วย

“บิ๊กแก้ว” ร่วมประชุม ผบ.สูงสุดAsean
“พลเอก มิ่นอ่องหล่าย” ร่วมVTC ด้วย
บรูไน เสนอจัดฝึก ASEAN Military Exercise (AMX)
เตรียมความพร้อมรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
เวียดนาม แนะเปิดเวที ASEAN Military Intelligence Community
แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
เห็นชอบ Joint Statementความร่วมมือทางทหารอาเซียน 2564 – 2566
ส่งมอบประธาน ให้กัมพูชา
พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ครั้งที่ 18 (The 18th ASEAN Chiefs of Defence Forces Meeting (ACDFM-18) 2021) ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Teleconference : VTC)ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
โดยมี ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เข้าร่วมประชุม
โดยเป็นการหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บัญชาการทางทหารระดับสูงของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค
ภายใต้หัวข้อ We Care, We Prepare, We Prosper
ประกอบด้วย การเสนอความคิดเห็นของผู้แทนแต่ละประเทศถึงสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค
รวมทั้ง สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 แนวทางการรับมือและบทบาทของกองทัพในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความสำคัญของการเตรียมพร้อมในการเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้าย โจรสลัด เป็นต้น
รวมถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ผ่านกลไกอาเซียนในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การฝึก การประชุม และการเตรียมพร้อมในทุกมิติ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ทั้งภายในและนอกอาเซียน
ซึ่งกองทัพบรูไน ในฐานะประธานการประชุมฯ ได้เสนอแนวคิดให้มีการจัดการฝึก ASEAN Military Exercise (AMX) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
รวมทั้ง การร่วมผลักดันเวที ASEAN Military Intelligence Community (AMIC) ที่กองทัพเวียดนามได้เสนอในการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ครั้งที่ 17 เมื่อปี 2563 ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้แทนกองทัพประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ร่วมเห็นชอบในเอกสารสรุปผลการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ครั้งที่ 18 (18th ACDFM Joint Statement)
รวมถึงแผนงานกิจกรรมความร่วมมือทางทหารอาเซียน ห้วงเวลา 2 ปี (พ.ศ.2564 – 2566) (2-Year ASEAN Militaries Work Plan (2021 – 2023) อีกด้วย
ในโอกาสนี้ พลเอก เฉลิมพล ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือและบทบาทของกองทัพอาเซียน รวมถึงความสำเร็จของการปฏิบัติร่วมกันในภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระหว่างกันและกัน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจ (We Care) การเตรียมพร้อม (We Prepare) และอนาคตที่ทุกประเทศจะเจริญรุ่งเรือง (We Prosper) ไปด้วยกัน
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้แทนกองทัพประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ร่วมเห็นชอบในเอกสารสรุปผลการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ครั้งที่ 18 (18th ACDFM Joint Statement) ซึ่งรวมถึงแผนงานกิจกรรมความร่วมมือทางทหารอาเซียน ห้วงเวลา 2 ปี (พ.ศ.2564 – 2566) (2-Year ASEAN Militaries Work Plan (2021 – 2023) อีกด้วย
ภายหลังจากการประชุมฯ กองทัพบรูไนได้ส่งมอบหน้าที่ประธานการประชุมฯ ครั้งต่อไป ให้แก่ กองทัพกัมพูชา ซึ่งจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2565
error: Content is protected !!