วันอาทิตย์, 11 เมษายน 2564

“ผบ.ทบ.” ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ทหารพราน ชุดจรยุทธ์”

“ผบ.ทบ.” ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ
“ทหารพราน ชุดจรยุทธ์”
มอบ “ธงชาติไทย” ให้ครอบครัว
กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เผย พบกระสุน ยิงมาจากปืน 18 กระบอก
พบประวัติการก่อเหตุ 7 กระบอก
เชื่อมโยง 19 คดี
.
พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อส.ทพ.ศรราม ราชรักษ์
โดยทำพิธีมอบ ธงชาติไทย ให้ตามประเพณี ทบ. พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ ให้ครอบครัว ที่วัดควนส้าน อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช
อส.ทพ.ศรราม ราชรักษ์ ทหารพราน 45 ที่เสียชีวิตจากการที่ กลุ่มก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิด และซุ่มโจมตี ชป. จรยุทธ์ ที่ จะแนะ นราธิวาส 25 กพ.ที่ผ่านมา
แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เร่งดูแลเรื่องสิทธิตามระเบียบของทางราชการ อาทิ เงินช่วยเหลือ ค่าจัดการศพ ค่าทดแทน และการพิจารณาบรรจุทายาททดแทนตามสิทธิ์
ด้าน พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ ทองสองสี หัวหน้างานกิจการพลเรือน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ /ผู้ช่วยโฆษก กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนาย ธีรพงษ์ เพชรรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ / โฆษกศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงผลการปฏิบัติงาน แก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา จากที่ได้เกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โจมตีชุดปฏิบัติการจรยุทธกองร้อยทหารพรานที่ 4513 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต จำนวน 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 นั้น พลโทเกรียงไดร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้จัดตั้งที่บังคับการทางยุทธวิธีขึ้น
พร้อมให้หน่วยเร่งตรวจสอบรวบรวมวัตถุพยานต่าง ๆ กดดัน และเฝ้าตรวจทางอากาศ ตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว และให้ทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการในการคุ้มครองเส้นทาง และบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
จากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ในห้วงที่ดังกล่าว สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ต้องการตอบโต้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ หลังจากมีการเปิดแผนเชิงรุกเข้าพื้นที่ป่าภูเขา และพื้นที่ Support Site ซึ่งเป็นแหล่งหลบซ่อนพักพิงของผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อเข้าบังคับใช้กฎหมายพร้อมกันในทุกพื้นที่
นอกจากนี้ยังได้เปิดแผนเข้าสกัดกั้นและกวาดล้างแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด กลุ่มอิทธิพล ตลอดจนสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวกว่า 300 คน และ ผู้นำพา 15 คน รวมทั้งจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่นำไปสู่การยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้อาจเป็นปัจจัยเร่งทำให้มีการสร้างสถานการณ์เพื่อเป็นการตอบโต้ดังที่ปรากฏให้เห็นทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่
พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ ทองสองสี หัวหน้างานกิจการพลเรือน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ /ผู้ช่วยโฆษก กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แถลงถึงความคืบหน้าคดีความมั่นคงที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงที่ผ่านมา โดยชี้แจงสรุปสถิติการเกิดเหตุความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2564 และสถิติการออกหมายจับ ป.วิ.อาญาคดีความมั่นคง ซึ่งดำเนินการไปแล้ว จำนวน 3 หมาย จับกุม 1 ราย หลบหนี จำนวน 2 หมาย
ส่วน ความคืบหน้าคดีสำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิดและซุ่มยิง เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดปฏิบัติการจรยุทธ กองร้อยทหารพรานที่ 4513 ผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืน ของกลางพบว่า ใช้ยิงมาจากอาวุธปืน จำนวน 18 กระบอก พบประวัติการก่อเหตุจำนวน 7 กระบอก
เชื่อมโยง 19 คดี ที่สำคัญได้แก่ เหตุยิง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า บาดเจ็บ 2 ราย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 และคดีดังกล่าวออกหมาย ป.วิ.อาญา 6 หมาย จับกุมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี 1 รายและผลการตรวจพิสูจน์สะเก็ดระเบิด (Toolmark) พบว่า เชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุด รปภ.ครู เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ทั้งนี่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้ เป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มคนร้ายในคดีดังกล่าว
สำหรับผลคำพิพากษาคดีสำคัญมีดังนี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 ศาลจังหวัดปัตตานี อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีลอบวางระเบิด เขตเทศบาลเมืองปัตตานี เมื่อปี 2559 โดยลงโทษประหารชีวิต 6 คน จำคุกตลอดชีวิต 3 คน และจำคุก 36 ปี 8 เดือน 1 คน ซึ่งยืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์, เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลจังหวัดปัตตานี พิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต 1 คน ในคดียิงนายโชติ อยู่เจริญ และนางอรวรรณ ดอกเตย (เสียชีวิต) เมื่อ 21 มกราคม 2551 และเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลจังหวัดปัตตานี พิพากษา จำคุกตลอดชีวิต 1 คน คดียิงนายฮำมือซะ แซยูโซะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2564
error: Content is protected !!