“กอ.รมน.ทะเล”

“บิ๊กอุ้ย” สั่ง ทร.พร้อมรับการทำงาน ตามกรอบอัตรากำลังใหม่ ของ “ศรชล.” หลัง สภากลาโหม อนุมัติ 652 อัตรา เริ่ม ตค.64 นี้ 423 อัตรา
ที่เหลืออีก 229 อัตรา จะบรรจุเพิ่มตามความจําเป็น
เผย โครงสร้าง อัตรากำลัง ศรชล. หรือ กอ.รมน.ทะเล
กองทัพเรือ 652 อัตรา
กรมเจ้าท่า -กรมประมง-กรมศุลกากร
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ส่งจนท.มาประจำ ศรชล 45 อัตรา –
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 23 อัตรา
ตำรวจน้ำ 47 อัตรา
พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานการประชุม หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ
ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม ณ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ได้หารือ ถึงการทำงานของ
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
หลังจาก เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการจัดโครงสร้าง การแบ่งส่วนงาน หน้าที่และอำนาจของส่วนงาน และอัตรากำลังของ ศรชล. จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,277 อัตรา ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีลักษณะแบบผสมผสาน จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยในส่วนของอัตรากำลังแทนเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ จำนวน 902 อัตรา ประกอบด้วย กองทัพเรือ 652 อัตรา กรมเจ้าท่า 45 อัตรา กรมประมง 45 อัตรา กรมศุลกากร 45 อัตรา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 45 อัตรา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 23 อัตรา และตำรวจน้ำ
47 อัตรา เป็นโครงสร้างผสมรองรับการบริหารงานแบบบูรณาการ ที่มีเป้าหมายการดำเนินการร่วมกัน ทั้งในเชิงภารกิจและเชิงพื้นที่
มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.ศรชล. กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องข้างต้น ต้องจัดข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอัตราตามโครงสร้างของ ศรชล.
โดยให้ “องค์กรกลางบริหารงานบุคคล” หรือองค์กรอื่นที่มีหน้าที่และอำนาจทำนองเดียวกันของหน่วยงานของรัฐนั้น
ซึ่งในที่นี้หมายถึง “อ.ก.พ.ของแต่ละกระทรวง” และ“สภากลาโหม” จัดให้มีอัตรากำลังแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐนั้น ได้ตามความจำเป็น แต่ไม่เกินจำนวนอัตรากำลังที่จัดส่งไป โดยสามารถจัดเป็นรายอัตราหรือเป็นหน่วยก็ได้
ต่อมา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน มีหนังสือที่ นร.1008/ว 6 ลง 6 สิงหาคม 2563 เรื่องแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดอัตรากำลังแทน สำหรับส่วนราชการที่ส่งข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการรูปแบบเฉพาะ มีเนื้อหาสรุปได้คือ เป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานของรัฐ ต้องส่งข้าราชการไปปฏิบัติงานในส่วนราชการรูปแบบเฉพาะ และเมื่อส่งไปปฏิบัติงานแล้ว ให้มีอัตรากำลังมาทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลงได้
กองทัพเรือ จึงได้เสนอขอความเห็นชอบ “กรอบอัตรากำลังแทนประจำกองทัพเรือ” จำนวน 652 อัตรา เพื่อจะส่งข้าราชการ ทร.ไปปฏิบัติงานใน ศรชล. ตามภารกิจหน้าที่ที่กำหนดใน พ.ร.บ.ศรชล. ดังกล่าว โดยได้เสนอเรื่องตามสายงานจนถึง สำนักนโยบายและแผนกลาโหม และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภากลาโหม เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564
ซึ่งสภากลาโหมมีมติเห็นชอบกรอบอัตรากำลังแทนของกองทัพเรือ เพื่อไปปฏิบัติงานใน ศรชล. จำนวน 652 อัตรา ตามที่เสนอ
สำหรับการบรรจุกำลังพลนั้น จะบรรจุกำลังพลจํานวน 423 อัตรา (ร้อยละ 65) ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ส่วนอัตรากําลังที่เหลืออีก 229 อัตรา จะบรรจุเพิ่มตามความจําเป็น โดยไม่ให้กระทบต่อภารกิจและงบประมาณ ของ กองทัพเรือ และ กระทรวงกลาโหม
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และชุดเครื่องแบบทหาร
error: Content is protected !!