วันเสาร์, 17 เมษายน 2564

ทบ. แจง โครงการ Solar Cells แค่ศึกษาความเป็นไปได้

ทบ. แจง
โครงการ Solar Cells
แค่ศึกษาความเป็นไปได้
ในการใช้พื้นที่ทหาร-ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
เปล่า หวังผล เชิงพาณิชย์
ยัน ทำ เพื่อ ชาติและประชาชน
เน้น ถูกต้องตามกม.
หนุน สร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
.
พลโท สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก และ พันเอก สุธา อดุลย์ฐานานุศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักสนับสนุน กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ร่วมกันแถลงข่าว ชี้แจง กรณีที่สื่อบางรายการ มีการเสนอข่าวสารที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกระหว่างกองทัพบก กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยใช้พื้นที่ราชพัสดุในความครอบครองและ
ใช้ประโยชน์ของกองทัพบก
กองทัพบกขอชี้แจง ว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 กองทัพบกได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนิน“โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก”
ตามแนวความคิดในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกด้วยแสงอาทิตย์ หรือ โซล่าฟาร์ม
โดยใช้พื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในการดูแล
ของกองทัพบก ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดลดมลภาวะรักษาสิ่งแวดล้อม
การศึกษาความเป็นไปได้ดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก
ที่ต้องการสนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
โดยใช้ทรัพยากรในการดูแลของกองทัพบก ช่วยลดต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้า
สอดคล้องกับนโยบายในการนำที่ดินราชพัสดุในการดูแลของกองทัพบกไปสร้างประโยชน์กับทางราชการและประชาชนส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ทั้งนี้ หลังจากได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงแล้ว กองทัพบกและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ทำงานร่วมกัน และขณะนี้อยู่ในขั้นรวบรวมข้อมูล ศึกษาความเป็นไปได้ด้านพื้นที่ พิจารณาแนวทางดำเนินการ และศึกษาข้อกฎหมายและระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯ มีกรอบระยะเวลาประมาณ 2 ปี
หากผลการศึกษาความเป็นไปได้ออกมาในรูปแบบใด กองทัพบกและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะได้ร่วมกันพิจารณาดำเนินการต่อไป
ต่อกรณีที่มีข่าวสารหลากหลายเกี่ยวกับโครงการฯ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ขอเรียนย้ำว่าโครงการฯ นี้ ยังอยู่ในช่วงของการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น
ทั้งนี้ หากกองทัพบกและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเห็นชอบร่วมกัน ว่าโครงการฯ มีความเป็นไปได้ กองทัพบกจะได้ดำเนินการส่งมอบพื้นที่ราชพัสดุในความครอบครองและใช้ประโยชน์ของกองทัพบกดังกล่าวให้กับกรมธนารักษ์ เพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดำเนินการขอเช่าพื้นที่กับกรมธนารักษ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า กองทัพบกไม่ได้มีนโยบายที่จะดำเนินโครงการฯ ในเชิงพาณิชย์ แต่มุ่งหวังเพื่อต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคง
ด้านพลังงาน อันจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
หากจะมีการดำเนินการใด ๆ
ต่อโครงการนี้ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปตามเจตนารมณ์ในการใช้ที่ดินราชพัสดุ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และข้อความ
error: Content is protected !!