วันเสาร์, 10 เมษายน 2564

Win-Win

“บิ๊กตู่” ยัน ไม่ได้รับ เป็น “คนกลาง” แก้ปัญหาในเมียนมา
ย้ำ ไม่ได้รับรองอะไรทั้งสิ้น
พบ รมว.ต่างประเทศเมียนมา
แค่รับฟังปัญหาการเมืองภายในที่ต้องแก้เอง
พร้อมให้กำลงใจ
ย้ำยืดหลักอาเซียน win win
ยืดประชาชนและชาติเป็นหลัก
.
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาเข้าพบวานี้ ว่าความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ขอเยี่ยมคารวะ ในความสัมพันธ์ทางการต่างประเทศ ซึ่งเขาขอก็ต้องพบเขา ไม่ได้หมายความว่าตนจะไปรับรองอะไรทั้งสิ้น จึงอยากให้เข้าใจ
ซึ่งวานนี้มีการพบปะกัน 2 ประเทศ เริ่มจากอินโดนีเชียและต่อด้วยเมียนมา
นายกรัฐมนตรี ยังเผยด้วยว่า มีการพูดคุยเรื่องพัฒนาการทางการเมืองในประเทศและสถานการณ์ในประเทศของเมียนมา และยังได้แสดงความห่วงใยในนามของประเทศไทย ในฐานนะประเทศที่มีชายแดนติดกัน และมีประชาชนไปมาหาสู่ จึงมีปัญหาการลับลอบเข้าเมืองผิดกฏหมายตามแนวชายแดน แรงงานต่างด้าว รวมถึงปัญหาโควิดด้วย
ยืนยัน การเมืองภายในประเทศเมียนมา ก็เป็นเรื่องของเขา ผมก็เป็นกำลังใจให้เมียนมา พร้อมถามว่า จะเดินหน้าประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งปัญหาของแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าไทยจะต้องไปตอบรับหรือไม่ตอบรับ ซึ่งทางรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาก็เล่าให้ฟัง ซึ่งตนก็รับฟังในนามประเทศไทยและในนามอาเซียนด้วยที่มีอยู่หลายประเทศด้วยกัน ซึ่งมติอาเซียนก็ออกมาแล้วต่อเรื่องนี้ โดยประเทศบรูไน แต่วันนี้จะทำอย่างไรให้เกิดความสำเร็จแบบwin win ไปด้วยกันทั้งหมด ซึ่งหมายถึงประชาชนและประเทศชาติ
เมื่อถามถึงกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไทยและอินโดนีเชียจะเป็นตัวกลางในการพูดคุย แก่ปัญหาในเมียนมา เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่าทีของประเทศไทย คือ ต่างคนต่างแก้ปัญหาไป ไม่ใช่เราจะไปเป็นตัวกลางให้iซึ่งมีอาเซียนเป็นตัวกลางอยู่แล้ว แค่รับฟังเขา เราเป็นตัวแทนใครไม่ได้ แต่ในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา จะทำอย่างไรให้งานของเรากับเขา 2 ประเทศ win win ทั้งเศรษฐกิจ ประชาชน ส่วนเรื่องการเมืองของเมียนมาก็เป็นเรื่องของเขา อย่าเอามาพันกัน
ส่วนที่สื่อต่างประเทศเขียนในลักษณะนี้ก็ขอให้สื่อไทยช่วยอธิบายด้วย
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และผู้คนกำลังยืน
error: Content is protected !!