วันเสาร์, 31 กรกฎาคม 2564

โน สน โน แคร์!

“บิ๊กตู่” ไม่แคร์ คะแนนโหวต ได้มาก-น้อย วัดกันแค่ที่ผ่าน
ยัน ผมไม่จำเป็นต้องโทรหาใคร
หลังมีข่าว โทรปลอบใจ “ณัฏฐพล”
ชี้ กระแสข่าว ปรับครม.สื่อปลุกปั่นเองเราไม่เคยพูด
ชี้ แซว “ธรรมนัส” แค่แหย่กันเล่น โยนปัญหาความขัดแย้งเป็นเรื่องพรรคการเมืองเคลียร์กัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาว่า เรื่องต่างๆที่มีการอภิปรายในสภาก็รับทั้งหมด อะไรที่เป็นข้อสังเกตุ ที่เป็นประโยชน์ที่ต้องแก้ไข ที่จะต้องติดตามสอบสวนอะไรก็ว่าไป อันนี้เป็นเรื่องการทำงานในระบบการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว
ทั้งนี้อยากให้ติดตามการทำงานของรัฐบาลมากกว่าการเสนอข่าวเรื่องความขัดแย้งอย่างเดียว มันทำให้สิ่งต่างๆที่ทำมาดีหายหมด อะไรผิดก็ว่าไป สิ่งไหนถูกก็กรุณาสร้างความเข้าใจให้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึง ควันหลงการอภิปรายไม่ไว้วางใจและเกิดปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องคะแนนโหวต จะส่งผลกระทบถึงการทำงานจนถึงขั้นปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ควันหลงเป็นเรื่องการเมือง ผมไม่ให้ความสำคัญตรงนี้สักเท่าไหร่ ผมดูที่ว่าเราจะแก้ไขอย่างไร แต่ละกระทรวงจะทำงานอย่างไรให้สามารถตอบรับความต้องการของประชาชนได้
ส่วนเรื่องการทุจริตก็ไปสอบสวนกัน เรื่องระหว่างพรรคก็เป็นเรื่องของพรรค มันก็เป็นอย่างนี้มาตลอดยาวนานแล้ว ไม่ใช่มาเกิดเฉพาะวันนี้ ก็ต้องปฏิรูปตัวเองกันด้วย ทั้งในสภานอกสภา อะไรก็แล้วแต่ ผมไม่ตำหนิใคร
เมื่อถามว่านายกฯได้โทรหา นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ หรือไม่ หลังจากที่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด นายกฯ กล่าวว่า ผมไม่ได้สนใจใครได้คะแนนมากน้อย มันผ่านการอภิปรายก็จบตรงโน้น ใครจะมากจะน้อย
“แม้ผมได้น้อย ก็ไม่ได้แคร์อะไร เพราะผมก็ผ่าน เขากำหนดกันตรงนั้นไม่ใช้หรือ ผ่านการอภิปราย หรือไม่ผ่านการอภิปราย “
งานหลายงานหลายกระทรวง ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ทุกกระทรวง ผมได้สั่งการไปอีกเยอะ ที่อยู่ในขั้นตอนต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ทั้งองค์กร ทั้งบุคคลากรต่างๆต้องปรับทั้งหมด ไม่เช่นนั้นก็อยู่ที่เดิม ฉะนั้นหลายอย่างอาจจะมีความขัดแย้งยังไม่เห็นชอบร่วมกัน แต่ในระดับยุทธศาสตร์หรือระดับบริหารตนจำเป็นต้องให้ปรับ
ฉะนั้นต้องไปว่ากันในสภา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปหรือการออกพระราชบัญญัติต่างๆ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอยู่ที่สภา ทุกเรื่องเป็นเรื่องของรัฐสภา ผมบริหาร
“ผมไม่จำเป็นต้องโทรหาใคร วันนั้นหลังเลิกประชุมหลายคนเดินผ่านมาแสดงความยินดีกับผม ผมก็แสดงความยินดีกับเขา ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะได้เท่าไหร่ อยู่ที่ผ่านหรือเปล่า
ฉะนั้นอย่างเอาเรื่องนี้ ประเด็นนี้มาเป็นความขัดแย้งต่อไปเลย พรรคเป็นเรื่องของพรรค การจะลงคะแนนเสียงก็เป็นมติของพรรค หรือแล้วแต่จะให้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวหรือไม่ ก็แล้วแต่เขา แต่ถ้าเขาไม่ทำก็เรื่องของเขา ผมจะไปยุ่งอะไรกับเขาได้ แล้วมันผ่านหรือเปล่า ถามกันอยู่อย่างนี้ จะมากจะน้อยไม่สำคัญ ถ้ามันผ่านก็คือผ่าน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่าจะสยบข่าวลือเรื่องการปรับครม.อย่างไร หรือว่าเป็นความจริง นายกฯกล่าวว่า กระแสสื่อเป็นคนปลุกปั่นขึ้นมาเองเราไม่เคยพูด
เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าตนเองแซว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้คะแนนมาก คราวหน้าให้มาเป็นนายกฯนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พูดแหย่ พูดเล่นกัน ไม่ได้หรืออย่างไร จะจับมาเป็นประเด็นทุกเรื่องไม่ได้
บางเรื่องก็แสดงความยินดี ได้มากหน่อย น้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร มันก็ผ่าน จะแซวอะไรกันเป็นเรื่องภายใน แหย่กันเล่นไม่ได้หรือไง ไม่ได้ตั้งใจให้สื่อเอามาแพร่ตรงนั้น มันไม่ใช่
ผมไม่จำเป็นต้องไปอะไรกับใคร ผมถือเป็นมติของสภาก็จบ นั่นคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าสมาชิกเสียงข้างมากไว้วางใจก็จบแค่นั้น
ผมก็ต้องมาดูสิ่งที่ผมทำไปแล้วได้ทำไปถึงไหนกัน ถ้ายังไม่ทำให้เสร็จก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา และความขัดแย้งเกิดสูงหรือไม่ เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ระบบการศึกษา พวกท่านไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดหรอก แต่ผมรู้ทุกเรื่อง
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, กำลังยืน และกลางแจ้ง
error: Content is protected !!