วันเสาร์, 24 กรกฎาคม 2564

“บิ๊กตู่” อ้อน คิดถึงสภาฯ แต่ไม่ได้หวาดกลัว สภาฯ พร้อมชี้แจง

“บิ๊กตู่” อ้อน คิดถึงสภาฯ
แต่ไม่ได้หวาดกลัว สภาฯ
พร้อมชี้แจง
ท้าเอาเรื่องบ่อนไปฟ้องร้องนอกสภาฯ
ยัน ไม่เคยรับส่วยบ่อน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้า พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายถึงเรื่องบ่อนการพนันที่ระบุว่า 100นายกฯก็แก้ปัญหาไม่ได้ ว่า ใช้เวลานั่งฟังมาค่อนวัน ขอชี้แจงบางประเด็นก่อน
“มีสมาชิกฯให้ผมลองหลับตา ผมก็หลับดูมันก็มืด แต่พอลืมตาขึ้นก็สว่างเหมือนเดิม จะให้หลับตาเพื่ออะไรผม
ไม่เข้าใจ หลับมากๆก็เวียนหัว หัวทิ่มอีก
ทุกอย่างเปิดเผยได้อยู่แล้ว อยู่ในกระบวนการยุติธรรม หากจะกล่าวอ้างว่าใครผิดใครถูกต้องต้องไปกระบวนการยุติธรรม ไปฟ้องร้องและต่อสู้คดีกันไป ถ้าจะพูดในสภาฯก็เป็นแบบนี้ พูดได้ตลอดทุกเรื่อง ซึ่งมีผลกระทบกับหลายคนหลายพรรค ต้องขอฝากด้วย
เรื่องแรกที่ผมอยากจะชี้แจง คือ เรื่องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ผมเป็นนายกฯมา 6 ปี รู้ว่ากติกากฎหมายว่าอย่างไร
และผมได้แจ้งเพิ่มเติมไปแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะเปิดเผยเมื่อไหร่ กรุณาดูกฎหมายด้วย
“อย่าพาลว่า ผมไปให้เขาแก้กฎหมายอีก ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับ ผมเลยทุกเรื่อง ผมกล่าวล่วงไม่ได้ “
ส่วนกรณีการเรียกรับผลประโยชน์มีคนอ้างอิงมีข้อมูลจากทางโทรทัศน์ ข้อมูลเหล่านี้เรียกว่าเป็นข้อมูลดิบ ฉะนั้นจะต้องไปหาหลักฐาน วัตถุพยาน พยานบุคคลเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องนอกสภาฯ เขาจะได้สู้กันเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง
การนำข้อมูลมาจากสื่อฯ ผมคิดว่า เป็นข้อมูลที่จะใช่หรือไม่ใช่ ผมไม่ทราบ แต่ผมยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง และจะเปิดให้ดูว่าที่ ผมพูดจริงๆมันคืออะไร พอดีเก็บข้อมูลไว้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การบริหารสถานการณืโควิด-19 เรื่องประเด็นเปิดบ่อนการพนัน การเล่นพนันออนไลน์ อันนี้เป็นสิ่งที่ท่านกล่าวหาตนเอง ตนในฐานะนายกฯเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับข้อกล่าวหาข้างตน ในฐานะบุคคลธรรมดา ตนไม่สนับสนุน นิยมชมชอบการเล่นพนันขันต่อ ไม่ว่าจะรูปแบบใด เพราะการพนันถือเป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมอันนี้ ขัดหลักศาสนา และเป็นสิ่งที่ต้องห้ามตามกฎหมาย และการตกเป็นทาสการพนันไม่ว่าจะรูปแบบใด จะก่อให้เกิดความเสี่ยง ไฟไหม้บ้าน 10 ครั้งยังเหลือที่ดิน แต่เล่นพนันครั้งเดียวอาจไม่เหลืออะไรสักอย่าง
ผมทราบดีว่าการพนันต้องขจัดให้หมดสิ้นไป จึงได้มีการสั่งการอยู่เสมอ กำกับดูแลติดตามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองเข้มงวดกวดขันไม่ให้มีการเล่นการพนันในท้องที่ที่รับผิดชอบ ไม่ต้องการให้ประชาชนหลงไหล มั่วเมา การพนันหากจับบ่อนการพนันในพื้นที่ใดได้ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิดฯ ผมได้มอบนโยบายสั่งการให้ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงดำนเนินการอย่างเข้มงวด เพราะการรวมตัวในบ่อนการพนัน จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นการแพร่ระบาดกลุ่มก้อนได้ง่าย
ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้มีการจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่ได้มาก มีการ สอบข้อเท็จจริงมีการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการฯ จนถึงผู้บังคับการฯ 51 ราย รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้รู้เห็นเป็นใจ หรือปล่อยปะละเลยให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่หรือไม่
ซึ่งผมได้ให้นโยบายไปแล้ว หากตรวจสอบพบและมีความเกี่ยวข้องจริงต้องลงโทษสถานหนักหรือได้รับผลประโยชน์
ที่ผ่านมาเชื่อว่าทุกรัฐบาลมีนโยบายกวาดล้างการพนัน แต่การจัดการบ่อนการพนันอย่างที่สมาชิกได้กล่าวมาไม่ใช่เรื่องง่าย อดีตที่ทำมาได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ท่านบอกว่าใช้คนไม่กี่คน ใช้ลูกน้องไม่กี่ไม่จำเป็นต้องทำเอง ตนก็เห็นว่าต้องกำกับทุกอันเหมือนกันและวันนี้ลูกน้องของท่านที่ทำงานด้วยวันนี้เป็นใหญ่เป็นโตในสตช.หลายคนแล้ว. ผมคิดว่าเขาคงใช้วิธีการที่ท่านเคยทำมา พี่สอนน้องมาอย่างไรเขาก็ทำตามนั้น วันนี้มีการปรับเทคโนโลยีต่างๆให้ดียิ่งขึ้น วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วเราต้องหาวิธีการ ผมไม่โทษกันไปมา
“ผมเชื่อมั่นว่าทุกรัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่แต่ปัจจุบันการเล่นการพนัน การกระทำความผิดสลับซับซ้อนมายิ่งขึ้น วันนี้ผมสงสัยว่าทำไมจับได้เฉพาะคนเล่น ผมได้ให้นโยบายว่าต้องจับคนอยู่เบื้องหลังและนายทุนด้วย เจอเครือข่ายก็ต้องเล่นทั้งเครือข่าย
ผมไม่มีผลประโยชน์อะไรจับหมด ฉะนั้นอย่ามาอ้างว่าผมได้รับผลประโยชน์ ก็ไปฟ้องร้องมาว่าจริงหรือไม่จริง หากไม่จริงผมก็สู้ข้างนอก ขออย่าหมิ่นประมาทกันในส่วนตรงนี้ถ้าผมไม่เอาจริงผมจะตั้งทำไม กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้รับผิดชอบโดยเฉพาะ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างพัฒนาหมดแล้ว
งผมยืนยันได้ว่ารัฐบาลเข้มงวดกวาดล้างการพนันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ ไม่ปล่อยปะละเลย อย่างที่มีการกล่าวหา สถิติการจับกุมการกระทำความผิดพ.ร.บ.การพนันช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากปี 2561-2563 มีการจับกุม 35,000 -50,000 คดีมีผู้ต้องหา 74,000 คน ถึง 98,000 คน และอาจจะมากกว่านี้หลังการสอบสวนเชื่อมโยงก็ต้องสู้คดีกันไป เรื่องนี้หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องง่าย เราอาจจะกล่าวหาว่าใครทำหรือไม่กระทำใครรับประโยชน์ใครเป็นเจ้าของบ่อน รวยจากบ่อน จากสิ่งที่ผิดกฎหมายทั้งหมดในเมื่อเราเป็นนิติรัฐต้องใช้อำนาจทางกฎหมายจะไปข่มขู่ข่มเหงอย่างที่กล่าวมาคงไม่เหมาะสมกับเจ้าพ่อ มันไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนจะทำอะไรต้องระมัดระวังเราจะต้องพิสูจน์ให้ได้ปราศจากข้อสงสัย ถ้าผู้ถูกกล่าวหาทำผิดจริงต้องลงโทษได้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปกครองต้องรอบคอบ มีพยานหลักฐานและคิดว่าที่จับมามีหลักฐานครบถ้วนก็ต้องดำเนินการต่อไป มีหลายคดีที่เกี่ยวข้องในตอนนี้บ่อนการพนันในจ.ระยอง จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี .จ.ตราด และจ.สมุทรปราการ บ่อนลอยฟ้ากทม.บ่อนไฮโลพาณิชย์ธนบุรี บ่อนแจ้งวัฒนะ บ่อนบางบัวทอง บ่อนไก่ชนทุ่งสเลียง บ่อนพนันออนไลน์ การจับกุมเสี่ยโป้ ผลการสอบสวนบ่อนพระราม 3 การรับส่วยเอื้อประโยชน์จากบ่อนการพนัน ท่านบอกว่าทำไมมาจับตอนนี้หลังจากที่ตนประกาศไปแล้วว่าทุกคนต้องร่วมมือต้องทำงานช่วยรัฐบาล แจ้งหลักฐาน แจ้งข้อมูลถึงนายกฯโดยตรง ตนก็ได้ข้อมูลมาและนำไปสู่การจับกุมมันไม่ง่าย โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะแต่เราต้องยืนยันเจตนารมณ์ต้องจับให้ได้ตราบใดที่ยังไม่มีบ่อนถูกกฎหมายและเห็นว่าท่านก็ศึกษาอยู่เป็นเรื่องของท่าน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิด การเล่นการพนันและทำให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19
กำกับโดยตนและรองนายกฯ มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยกับบ่อนการพนันภาคตะวันออกแล้ว ยืนยันทุกภาคจะถูกตรวจสอบทั้งหมด ใครที่กล่าวหาว่าตนรับผลประโยชน์ ยืนยันว่าบาทเดียวก็ไม่เกี่ยวข้อง เงินชั่วๆไม่รับจะรับแต่สิทธิประโยชน์ของตนตามกฎหมายเท่านั้น ท่านที่รู้โดยเฉพาะส.ส.ในฐานะข้าราชการการเมือง เมื่อรู้ต้องแจ้งความจะปล่อยปะละเลยไม่ได้และมาพูดทีหลังไม่ได้ ต้องแจ้งความนั้นคือการร่วมมือกันแก้ปัญหา ส่วนคำพูดในสื่อฯหรือคำพูดที่มีการกล่าวอ้างมา ตำรวจพูดอะไรพูดตนยืนยันว่าไม่ได้กับเขาคนจะพูดอะไรก็ได้ไปสอบสวนกระบวนความเอา หาข้อเท็จจริงกันไปที่นอกสภาฯเขาจะได้ชี้แจงได้
ทั้งนี้ในช่วงท้าย นายกได้หยิบโทรศัพท์มือถือ ขึ้นมาเปิดคลิป ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปรายไปก่อนหน้านี้ สลับกับคลิปคำให้สัมภาษณ์ ของนายกฯในเรื่องบ่อนการพนัน เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า “บิดเบือนไหมครับ เป็นตัวอย่างหนึ่ง ในหลายๆอย่างที่ถูกบิดเบือน ตัดต่อ คำพูด กิริยาไปทำให้ดูไม่ดี วันนี้ผมลืมตาพูดแล้ว ทุกอย่างก็ค่อยๆเปิดไปเรื่อย”
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ก็ยินดีที่ได้มาสภาฯ คิดถึง ผมไม่ได้หวาดกลัวอะไร และเป็นโอกาสที่ดีที่เราทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันทำเพื่อประเทศชาติ และประชาชนของเรา ถึงแม้ว่าท่านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ตาม ผมก็พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง อยากฝากประชาชนฟังแล้วให้คิดจะเชื่อหรือไม่อยู่ที่ฉันตัดสินใจ และเชื่ออย่างมีเหตุผล ถ้าไม่ฟังก็ไม่ได้ แต่ถ้าเชื่อทุกอย่างก็ไม่ดี ขอให้ฟังว่าฝ่ายใดมีข้อมูลชัดเจน อะไรที่เป็นความก้าวหน้า อะไรที่เป็นปัญหา อะไรที่เป็นอุปสรรค อะไรที่เราต้องแก้ไข
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เป็นผู้ปฏิบัติ ท่านต้องรู้ว่าควรเป็นนายกรัฐมนตรีทำงานอย่างไร หลายท่านพูดมาก็ไม่รู้ว่าต้องทำงานอย่างไร ลองไปเปิดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีมีอำนาจทางไหนทำงานอะไรได้บ้างปฏิบัติตามระเบียบอะไรบ้าง ซึ่งตนก็ไม่เคยทำอะไรนอกกรอบนี้ เพราะตนระมัดระวังอย่างที่สุดในการทำงาน ตนเป็นผู้กำหนดนโยบาย แสดงวิสัยทัศน์ และมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐบาลจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคไปปฏิบัติและติดตามกำกับดูแลเร่งรัด แก้ปัญหาให้เขา แต่สิ่งที่ดำเนินการคือนำนโยบายของตนไปแปลงสูตรพร้อมขับเคลื่อน และนำส่งไปยังหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติ เพื่อไปสู่ประชาชนข้างล่าง
“ผมได้ย้ำตลอด การทุจริต การผิดกฎหมายการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ไม่เคยละเว้นไม่เคยปล่อยอะไรไปง่ายๆหลายอย่างมีคนบอกว่าโครงการไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่งก็อาจมีปัญหาอยู่พอสมควรเพราะบางโครงการเสนอขึ้นมา แต่ไม่มีพื้นที่ในการทำ แต่อยากได้ซึ่งมันเป็นที่พื้นที่ของวัดเราก็ให้ไม่ได้ ในรัฐบาลผมงบประมาณที่ลงไปให้ทุกจังหวัดและมากขึ้นกว่าเดิม ท่านจะรังเกียจคนข้างบน ตรงกลางข้างล่างไม่ได้เพราะทุกอย่างเป็นห่วงโซ่เดียวกัน ถ้าไม่มีการลงทุนถ้าไม่มีการลงทุนก็ไปไม่ได้”
วันนี้รัฐบาลดูแลคนรายได้น้อยแต่ประสบปัญหาโควิด-19 ตนเห็นใจและเข้าใจจริงๆ วันนี้ตนเป็นนายกก็รักคนไทยทั้ง 67 ล้านคน แม้ว่าใครจะไม่รักตน แต่ตนก็รักท่านเพราะท่านอยู่บนแผ่นดินไทย ที่รักยิ่งของพวกเรา เกิดมา ทำอาชีพมา และตายบนแผ่นดินนี้ นั่นคือคนไทย
_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตอบคำถามต่อข้อกล่าวหาของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีบ่อนการพนัน ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปราย โดยยืนยันไม่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันผิดกฎหมาย รวมถึงรับประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว โดยที่ผ่านมาตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตาม และปราบปราม รวมถึงจับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นนายทุน ไม่เฉพาะผู้ที่เล่นการพนันเท่านั้น อย่างไรก็ตามกรณีที่ระบุว่าตนได้รับประโยชน์นั้น และนำข้อมูลจากสื่อมวลชนอ้างอิงนั้น เป็นเพียงข้อมูลดิบที่ต้องหาหลักฐาน วัตถุพยาน รวมถึงต้องพิสูจน์ ฟ้องร้องนอกสภาฯ ซึ่งตนยืนยันพร้อมจะต่อสู้ และขออย่าหมิ่นประมาทตน
“ปัญหาการปราบบ่อนการพนัน รวมถึงพนันออนไลน์นั้น ต้องยอมรับว่าโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องหาวิธีการ โดยตำรวจที่เป็นใหญ่เป็นโตขณะนี้ คือ ลูกน้องของท่าน ซึ่งคงใช้วิธีการที่เคยทำ พี่สอนน้องอย่างไรก็ทำตามนั้น” พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจง
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงด้วยว่า ส่วนกรณีที่นำคำพูดของตนว่า ต่อให้มีร้อยนายกฯ ก็แก้ไม่ได้ ถือว่าตัดตอน บิดเบือน และขอให้ฟังคลิปที่ตนเตรียมมา จากนั้นได้เปิดคลิปเสียงในประเด็นดังกล่าว ที่มีเนื้อหาระบุความสำคัญว่า ปัญหาบ่อนการพนันต่อให้มีร้อยนายกฯ ก็แก้ไม่ได้ หากทุกคนไม่ร่วมมือกัน
“รัฐบาล รัฐมนตรี ผู้ปฏิบัติ ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ไม่เคยทำอะไรนอกกรอบ เพราะต้องระวังการทำงาน ผมเป็นผู้กำหนดนโยบาย แสดงวิสัยทัศน์ และให้ส่วนราชการดำเนินการ ติดตาม กำกับดูแลสิ่งที่ดำเนินการ ต้องนำนโยบายผมไปขับเคลื่อนและส่งไปหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนปฏิบัติ ผมได้เน้นย้ำเรื่องทุจริต ใช้งบประมาณที่คุ้มค่า ไม่ปล่อยผ่าน ส่วนที่บอกว่าโครงการไม่ตรงกับประชาชน อาจมีปัญหาพอสมควร บางโครงการขอให้ทบทวน เพราะไม่มีพื้นที่ทำ ส่วนงบประมาณนั้น ผมให้ทุกจังหวัดมากกว่าเดิม” พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจง
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนยินดีที่ได้มาสภาฯ คิดถึง ไม่ได้หวาดกลัว โอกาสดีที่ร่วมมือกันทำเพื่อประเทศและประชาชน แม้จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ดีตนพร้อมแจงข้อเท็จจริง ฝากบอกประชาชน ฟังและคิด จะเชื่อหรือไม่ต้องตัดสินใจ ต้องเชื่ออย่างมีเหตุผล หากไม่ฟังไม่ได้ เชื่อทุกอย่างไม่ดี ฟังฝ่ายใดมีข้อมูลชัดเจน
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน
error: Content is protected !!