วันศุกร์, 23 กรกฎาคม 2564

“หญิงหลุยส์” ทวงศักดิ์ศรี “คุณหญิง” คืน ! โต้ “บิ๊กจิ๋ว” ทุกประเด็น ยัน จนตอนนี้ ก็ไม่มีใครในชีวิต

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความพูดว่า ""คุณหญิงหลุยส์" ท่วงศักดิ์ศรี คืน โต้ "บิ๊กจิ๋ว""
ถือฤกษ์ วาเลนไทนส์ ย้ำ รักบิ๊กจิ๋ว
หวังอยู่ครองคู่กัน จนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร
ยัน จนตอนนี้ เป็นม่าย รำลึกเวลา31 ปี 3 เดือน ที่ครองคู่ตัดพ้อ บิ๊กจิ๋ว มีคนอื่นดูแลมาเป็น 10ปี ไม่เคยรู้ ยอมหย่า เพราะบอกจะเล่นการเมือง แต่หย่า 8 เดือน แต่งงานใหม่ เลย ย้อน แจงบัญชีทรัพย์สิน ปปช. บิ๊กจิ๋ว ไม่ได้มีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์บ้านเลย ชี้ ตนเองผ่อนบ้านปิ่นประภาคมแปลงแรก มาก่อน เผย ขายเบเกอรี่. และเป็นนายหน้าขายที่ดิน เลี้ยงชีพ ส่วนบ้านนครพนม ตนเองเป็นเจ้าของ ยกให้บริวาร เพื่อตอบแทนที่ดูแลกันมา บิ๊กจิ๋ว ไม่มีความจำเป็นใด ต้องมาบ้านนึ้ ยัน ดูแลช่วยเหลือ บิ๊กจิ๋ว ในหน้าที่ราชการมาอย่างสมศักดิ์ศรี และดูแล เฝ้าไข้ มาตลอด ตอนล้ม รักษาตัว รพ. ขอทวงศักดิ์ศรี คุณหญิง
คุณหญิง พันธุ์เครือ ลิมปิภมร อดีตภริยา พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เขียนจดหมาย จาก บ้านปีนประภาคม ถึงสื่อมวลชน ชี้แจง ตอบโต้ พลเอกชวลิตในวันแห่งความรัก วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564
ระบุว่า ตนเอง คุณหญิงพันธ์เศรีอ
ยงใจยุทธ (ลิมปิภมร) ได้จดทะเบียนสมรสกับ พลเอกชวลิต
ยงใจยุทธ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2509 ไม่มีบุตรด้วยกัน และหย่าขาดจากกัน เมื่อวันที่ 26กันยายน 2560 รวมระยะเวลาที่อยู่กินฉันท์สามี ภริยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 51 ปื 3 เดือน
และในการจดทะเบีนหย่า พลเอก ชวลิต ให้เหตุผล ว่า ท่านจะขอกลับไปเล่นการเมือง
เกรงว่า จะกระทบต่อทรัพย์สิน ของตนเอง จึงขอให้จดทะเบียนหย่าไปก่อน ตนเองเชื่อใจท่านเสมอมา จึงได้ลงลายมือชื่อในทะเบียนหย่า ณ ที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด ในวันดังกล่าว
และไม่ทราบมาก่อนว่า ท่านมีผู้หญิงคอยดูแลมาก่อนจดทะเบียนเป็นเวลาถึง 10 ปี
สำหรับตนเองแล้ว มีเหตุผลที่จะขอหย่าขาด จากพลเอกชวลิต เนื่องจาก
ข้อ 1 ตนเองกับ พลอกชวลิต ครองคู่อยู่กินฉันท์สามีภรรยาอย่างถูกค้องตามกฎหมายมายาวนานถึง 31ปี 3เดือน ซึ่งนับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร
ข้อ2. ตนเองได้พยายามทำหน้าที่ภริยาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างดีที่สุด เชิดชูเกียรติยศ
ศักดิ์ศรี และตำแหน่งหน้าที่ราชการให้แก่พลเอกชวลิตย่างสมภียรติ สมฐานะ และสมศักดิ์ศรี
ข้อ3. ตนเองสนับสนุนงานราชการทหาร ในกองทัพ และงานทางด้านการเมืองอย่างเต็มกำลังโดยเฉพาะงานด้านการมือง ที่ตนเองทุ่มเท อย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถในทุกวิธีทาง โดยเฉพาะการสนับสนุนเงินทุน กิจการบริหารทั้งปวงของพรรคตามกฎหมาย
ไม่ว่าจะนำทรัพย์สินส่วนตัวไปขายฝากหรือจำนอง เพื่อที่พลเอกขวลิต จะได้ทำหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดินตามเจตนารมณ์ที่ต้องการ
ข้อ 4. ในวันจดทะเบียนหย่าร้างตนเอง อายุ 78ปิ จึง
ไม่มีสาเหตุที่จะไปขอหย่าจากพล
เอก ชวลิต นอกจากคิดจะครองคู่ ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ข้อ 5. ณ ปัจจุบัน ตนเองยังคงครองสถานภาพม่าย และไม่มีใครในชีวิต ในขณะที่พลเอก ชวลิต หลังจากจดทะเบียนหย่าได้ไม่ถึง 8 เดือน ก็ประกาศแต่งงานใหม่กับ ผู้หญิงที่พลอกชวลิต กลำวต่อสื่อมวลชนว่า ดูแลมาก่อน จดทะเบียนหยำกับตนเอง มาเป็นเวลานับ 10 ปี
ข้อ6 .กรณีที่พลเอก ชวลิตให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ตนเอง ลงลายมีอชื่อในทะเบียนหย่า
เป็นคนแรกนั้น ซึ่งประเด็นนี้ เป็นการ
ให้ความยินยอมของทั้งสอง ต่อหน้านายทะเบียนตามกฏหมาย ซึ่งจะต้องลงลายมือชื่อ ตามที่กฏหมายบัญญัติ ดังนั้นลำดับการลงลายมือชื่อ จึงไมใช่สิ่งสำคัญ
ข้อ 7. เรื่องที่ พลเอก ชวลิต กลำวถึงกรณีที่ล้ม และกล่าวหาว่า ตนเองไม่ดูแล เอาใจใส่นั้น ไม่เป็นความริง ซึ่งในระหว่างที่ พลเอก ชวลิต พักรักษาตัว นั้น ตนเองได้ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาพยาบาล ร่วมกับบุตรชายคนโตของพลเอกชวลิต และทำหน้าที่ภริยา อย่างครบถ้วนในฐานะคนเฝ้าไข้
สำหรับบันทึกข้อตกลงหย่า พลอกชวลิตได้ให้ทนายความที่เคยทำคดีให้ในอดีตเป็นคนรำงบันทึกให้จำนวน 3 ข้อ โดย ข้อ1 มีเนี้อความว่าทั้งสองยินยธมหย่าขาดจากกัน
ข้อ 2 ระบุว่า พลอกชวลิด กลว่าทรัพย์ที่ได้มาในระหว่างสมรสและ/หรือสินสมรส ขอยกให้
เป็นกรรมสิทธิ์แก่คุณหญิงพันธ์เครือแต่เพียงฝ่ายเดียว
และภายหลังจากการหย่า หากพลเอกชวลิตมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น พลอกขวลิตจะมอบให้ ตนเอง ตามที่ พลเอกชวลิต เห็นสมควรเป็นกรณีไป
ส่วนข้อ 3 ระบุว่า ให้ตนเองตกลงว่าหนี้สินที่เกิดขึ้นในระหว่างสมรสกับตนเอง ถึงวันที่ 19 พฤษภาตม 2560 คุณหญิงพันธ์เครือ ต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
นี่เป็นช้อตกลงที่อยู่ในบันทึกการหย่า และขณะนี้คุณหญิงพันธ์เครือ ก็รับภาระในกรชำระหนี้สินให้แก่พลอกชวลิต ซึ่งเป็นภาระหนี้ที่มาก
พอสมควร
ส่วนทรัพย์สินที่พลเอกชวลิต ได้ให้สัมภาษณ์ และให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในหลายสำนักที่ได้
นำเสนอเป็นข่าวต่อสาธารณชนไปแล้วนั้น คือ บ้านปิ่นประภาคม และบ้านที่จังหวัดนครพนม
นั้น
คุณหญิงพันธ์เครือ ขอชี้แจงดังต่อไปนี้
ที่ดินบ้านประภาค แปลงแรก คุณหญิงพันธ์เครือ เริ่มผ่อนมาตั้งแต่ พ ศ.2505 โดยผ่อนเดือนละ 350-550 บาท ก่อนแต่งงานกับพลเอกชวลิต เมื่อผ่อนแปลงแรก เสร็จ
คุณหญิงพันธ์เครือ ก็จำนองที่ดินแปลงแรก เพื่อนำเงินที่ได้จากการจำนอง ไปซื้อที่ดินแปลงที่ 2 และแปลงที่ 3 ถ้ามีเงินเหลือก็จะหาซิ้อที่ดิน เพื่อนำมาขายต่อ เพื่อทำกำไร
เงินเดือนราชการทหารของพลเอกขวลิต บางส่วน จะนำมาให้คุณหญิงพันธ์เครือ เลี้ยงดูบุตรทั้ง3 ของ พลเอกชวลิต
อาชีพเสริมของคุณหญิงพันธ์เครือ คือ การทำเบเกอรี่ชาย รวมทั้งผู้ประสานงานซื้อขายที่ดิน ก็พอได้เงินมาซื้อที่ดินและช่วยเหลือ
สนับสนุนงานของพลอกชวติต ได้มากพอสมควร
ส่วนที่ดิน 3 แปลง ที่จังวัดนครพนม เนื่องจากคุณหญิงพันธ์เครือ เป็นคนดูแลบริวารทั้งหมด ของพลเอกชวลิตตลอดมา ภาระค่าใช้จำยทั้งหมด จึงเป็นความรับผิดชอบของคุณหญิงพันธ์เครือ
บริวารคนนี้เป็นพลขับรับใช้พลเอกชวลิต มาตั้งแต่ปี พศ. 2542 ในฐานะพลขับและดูแลทรัพย์สินที่จังหวัดนครพนมให้แก่คุณหญิงพันธ์เครือ อย่างซื่อสัตย์ เป็นระยะเวลา22 ปี คุณหญิงพันธ์เครือ เกรงว่า ถ้าตนเองเป็นอะไรไป บริวารของ ตนเอง รวมทั้งบริวารที่บ้านปีนประภาคม จะไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มี
เงินหองที่จะใช้ดำรงชีวิต
คุณหญิงพันธ์เครือ จึงได้พยายามชดเชยและดูแล พวกเขาอย่างสุด
ความสามารถ แทนพลเอกชวลิต เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้น ที่ดูแลตนเอง และพลเอกชวลิตเป็นอย่างดี
มาโดยตลอด ซึ่งตนเองมีความรักและความห่วงใยบริวารเหล่านี้ประดุจลูกหลาน ได้ลืมตาอ้าปากได้
บ้าง
แต่เมื่อ พลเอก ชวลิต ฟ้องคดี ตรเอง และกล่าวอ้างว่า บริวาร ดังกล่าวว่า ตนเองและภรรยาคนใหม่ ไม่สามารถเข้าไปในบ้านที่จังหวัดนครพนมซึ่งเป็นทรัพย์สินของตนเอง
อย่างถูกค้องตามกฎหมาย และพล
เอกขวลิต ตกอยู่ในสถานภาพ ของผู้อาศัยในทะเบียนราษฎร จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติวิสัยแต่อย่างใค
และคุณหญิงพันธ์เครือ ก็เห็นว่าไม่มีเหตุผลใดที่พลเอกชวลิตทและภรรยาใหม่จะเข้าไปวุ่นวายในหรัพย์สิน ส่วนตัวของตนเอง เนื่องจากพลเอกขวลิตได้หย่าขาดจากตนเอง มา 3 ปีกว่า แต่เพิ่งมาฟ้องแบ่งสินสมรสเมื่อปี 2563
กอปรกับบริวารของตนเอง คนดังกล่าวได้ชออนุญาตโอนคืนที่ดินให้แก่ ตนเองตั้งแต่ปีที่แล้ว ด้วยความเกรงว่า ตนเองจะเดือดร้อน
ซึ่งพลเอกชวลิต ก็หราบดีว่า บริวารคนดังกล่าว ได้คืนที่ดินให้แก่ตนเองแล้ว ดังนั้นพลอกขวลิต จึงไม่สมควรให้ช้อมูลที่บิดเบือนและไม่
ถูกต้อวแก่สื่อมวลชนที่ต้องนำเสนอข่าวแก่ประชาชนและสาธารณซน ซึ่งก่อให้เกิตความเสียหายต่อ
ตนเอง
และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ทำให้ลูกน้องในอดีตที่รับใช้พลเอกขวลิต ได้รับความเตือดร้อน โดยไม่สมควร ด้วยเหตุที่ตนเอง และพลอกขวลิตต่าคนก็ป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีคนนับหน้าถือตา ควรเป็นต้วอย่างที่ดีให้แก่คนรุ่นต่อไป
อีกประการหนึ่ง พลอกขวลิตได้แจ้ง ปปช.ตอนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วันที่ 7พฤศจิกายน 254 (นายก ฯ คนที่ 22 มีทรัพย์ตินจำนวน 23 ล้านบาท ตนเอง ในฐานะภริยา จำนวน146.9 ล้านบาท ซึ่ง พลเอกชวลิต จะด้องแสดงบัญชีทรัพย์สินที่แท้จริง แยกขาดจาก ตนเองดามกฎหมายของ ป ป ช ที่เกี่ยวข้อง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์สินซึ่งกันและกัน เพราะ
การแสดงบัญชีทรัพย์สินของ พลเอกชวลิต จะต้องเป็นทรัพย์สินของพลเอกชวลิตอย่างแท้จริง เนื่องจากอยู่ในการดรวจสอบและดูแลของสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่ขาติ (สำนักงาน ป ปช ) ซึ่งสินสมรสที่
พลอกชวลิต นำมากล่าวอ้าง และชื่อในกรรมสีทธิ์นั้น ไม่เคยมีชื่อ พลเอกชวลิด เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแม้แต่แปลงเตียว
ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นชื่อและกรรมสิทธิ์ของตนเอง แต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่ต้น
ดังนั้น คุณหญิงพันธ์เครือ ยงใจยุทธ (ลิมปิภมร) จึง ขอความกรุณาและความอนุเคราะห์มายังสื่อมวลขนทุกสำนักและผู้สื่อข่าวทุกคนได้ไปรดเผยแพร่และนำเสนอข่าว
ตามความเป็นจริงตามที่ฯ นำเรียนชี้แจงตั้งแต่ เพื่อประชาชนและสาธารณชน จะได้รับทราบความจริงที่ถูกต้องและเกิดความเป็นธรรมแก่ตนเอง รวมทั้งศักดิ์ศรีความเป็น “คุณหญิง” ที่ได้รับโปรดเกล้าฯพระราชทานมา
ทั้งนี้ความจริงทั้งหมดอยู่ในกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลซึ่งศาลได้นัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 นี้
error: Content is protected !!