วันพฤหัสบดี, 29 กรกฎาคม 2564

“บิ๊กจิ๋ว”เปิดใจ ปม “ศักดิ์ศรี” เหตุ ฟ้อง “หญิงหลุยส์”​

“บิ๊กจิ๋ว”เปิดใจ
ปม “ศักดิ์ศรี”
เหตุ ฟ้อง “หญิงหลุยส์”​
เรียกคืนทรัพย์สิน
จำนองบ้าน-ยกบ้านให้คนอื่น
แทนที่จะเก็บให้ลูกหลาน
เผยเหตุหย่า เพราะไม่ดูแล. ห้ามใช้นามสกุล ยงใจยุทธ
ลั่น ผมรักในศักดิ์ศรีตระกูล ไม่ให้ใครมาเหยียดหยาม
ภูมิใจ 40 ปี เป็นทหาร
ผ่านหลายสนามรบ
ปลื้ม ผลงาน ช่วยเพื่อนบ้านแก้ปัญหา

.

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี​ เปิดใจครั้งแรก หลังมีคดีความฟ้องร้องกับ คุณหญิงพันธ์เครือ​ ลิมปิภมร อดีตภรรยา เรื่องทรัพย์สิน ว่า มันก็ไม่มีปัญหาใด นอกจากว่าหนึ่ง สิ่งที่เราเห็นไว้ในสัญญาในการหย่าโดยมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้คุณหญิงพันธุ์เครือ มีเจตนารมณ์เพื่อให้แบ่งสรรปันส่วน กับลูกหลาน แต่ปรากฏว่าคุณหญิงพันธุ์เครือ ​ ได้นำไปขายและจำนอง โดยไม่รู้ว่า เอาเงินไปทำอะไร

ส่วนการที่ คุณหญิงพันธ์เครือ ไม่ยอมเปลี่ยนนามสกุล ยังใช้นามสกุล”ยงใจยุทธ” นั้น พลเอกชวลิต กล่าวว่า ซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง. หญิงชายที่แต่งงานกันเมื่อหย่าขาดจากกัน​ ต้องกลับไปใช้นามสกุลเดิมของตัวเอง​

แต่คุณหญิงพันธุ์เครือ​ เป็นชาวอินโดนีเซีย และถูกนำมาเลี้ยงโดย หลวงนรอัฎบัญชา เป็นบุตรบุญธรรม​ และใช้นามสกุล​ ลิมปภมร เมื่อหย่าขาดจากกันแล้วคุณหญิงพันธุ์​ เธอต้องไปใช้นามสกุลเดิม

พลเอกชวลิต กล่าวว่า ตนเองไม่พอใจ ที่ มีการนำบ้านที่จังหวัดนครพนม ไปมอบให้กับคนอื่น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือด
นี่เป็นปัญหาที่มีขึ้นหลังจากการหย่า

“ความจริงผมไม่ได้ต้องการจะหย่า แต่คุณหญิงพันธุ์เครือ​ ชวนผมไปหย่า หลังจากนายอำเภอได้รับทราบ ก็ไม่สบายใจ แต่ร่างใบหย่าขึ้น และพยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้เกิดการหย่าร้าง

แต่คุณหญิงพันธุ์เครือ เป็นคนแรกที่เซ็นชื่อในใบหย่า ผมไปทราบเบื้องหลังมาพอสมควร แต่ไม่อยากพูด”

พลเอกชวลิต​ กล่าวว่า​ ผมเป็นลูกผู้ชายชาติทหาร ต้องเคารพสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งภรรยา​

แต่การนำบ้านที่ผมยกให้เอาไปขาย มอบให้กับคนอื่น ลูกชายและลูกสาวผมไม่เคยได้รับ นี่คือปัญหาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับตัวผม ผมรักในศักดิ์ศรีของตระกูล ไม่สามารถให้ใครมาเหยียดหยามหรือทำลายได้

ตลอดชีวิตผมทำแต่ความดี ทำงานให้กับหลวงให้กับประชาชน​ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาโดยตลอด 40 ปีในสนามรบ เริ่มตั้งแต่การปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มาจนถึงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับลาว

จนกระทั่งทำให้เกิดความสงบในกัมพูชา และผมก็ทำให้เสนาบดีฮุนเซนเป็นนายกรัฐมนตรี มาได้กว่า 40 ปี

หลังจากนั้นก็ไปสร้างความสัมพันธ์กับลีกวนยู​ ซึ่งเป็นพ่อของลีกวนลุง นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ในขณะนี้ และไปแก้ปัญหาให้อดีตนายกมหาเธร์ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เรื่อง พรรคคอมมิวนิสต์ที่ก่อกวนในประเทศมาเลเซีย ผมก็ทำจนสำเร็จ

ผมมีแต่ความรู้สึกที่ดี มอบให้คุณหญิงพันธ์เครือ​ แต่คุณหญิงพันธุ์เครือไม่ดูแลผม​ แม้แต่ตอนที่ผมป่วยหกล้ม เมื่อปี 59 ก็ไม่ดูแลผม” พลเอกชวลิต กล่าว

 

error: Content is protected !!