วันอาทิตย์, 28 กุมภาพันธ์ 2564

ฮือฮา!! “บิ๊กจิ๋ว-หญิงหลุยส์” แตกหัก! ขึ้นศาล ฟ้องร้อง ปม บ้านปิ่นประภาคม-บ้านนครพนม

หลัง บิ๊กจิ๋ว ย้ายออกจากบ้านตัวเปล่า เมื่อหย่าร้าง ตามประสาชายชาติทหาร แต่อดีตภรรยา กลับยกให้ ทหารเฝ้าบ้าน- บิ๊กจิ๋ว ไปนครพนม เข้าบ้านไม่ได้ แถมชื่อหลุด จากเจ้าบ้าน -ส่วนบ้านปิ่นประภาคม โดนจำนอง ชี้ผิดเจตนารมณ์ บิ๊กจิ๋ว หวังให้เก็บไว้ เป็นที่อาศัย และให้ลูกๆ เพราะผ่อนมา ตั้งแต่ร้อยโท แต่ ยัน ไม่เคยทำเอกสารลงนาม ยกให้

.

จากที่แยกกันไปด้วยดี …..แต่ได้เกิดกระแสข่าวสะพัดว่า บิ๊กจิ๋ว และคุณหญิงหลุยส์ มีคดีความฟ้องร้องกันนั้น

.

มีรายงานข่าวจากสมาชิกในตระกูลยงใจยุทธ ว่า พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี วัย88 ปี และ คุณหญิงพันธ์เครือ ลิมปิภมร อดีตภรรยา วัย 82 ปี ต้องขึ้นศาล คดีสินสมรส หลังการหย่าร้าง เมื่อปี2560 ที่ผ่านมา

ด้วยเหตุที่ พลเอกชวลิต เป็นชายชาติทหาร เมื่อคุณหญิงพันธ์เครือ เป็นฝ่ายขอหย่า ก็ไม่ได้เอาสมบัติใดๆติดตัวมาเลย ยกบ้านปิ่นประภาคม นนทบุรี และบ้าน นครพนม ให้ คุณหญิงพันธ์เครือ. ด้วยวาจา แต่ไม่ได้มีการทำเอกสารใดๆ

แล้วย้ายออกมาอยู่บ้าน ทาวน์โฮม หลังเล็กๆ ของ นางอรทัย สรการ ยงใจยุทธ ภรรยาใหม่ ที่ดูแลกันมานานนับสิบปี ย่านเกษตรนวมินทร์

การหย่า เกิดขึ้น หลังจากที่ พลเอกชวลิต เกิดอาการ สโตรค ล้ม จนถูกส่งเข้ารพ. วิภาวดีฯ เดินไม่ได้ และ รักษาตัวและ ทำกายภาพบำบัด นาน 3 เดือน โดยมี นางอรทัย ดูแลใกล้ชิดตลอด จนย้ายมา รพ.พระมงกุฎฯ นอนรักษาอีก 3 เดือน ตอนนั้น ใครๆ ก็คืดว่า จะไม่รอด คุณหญิงพันธ์เครือ จึงเตรียมจัดการเรื่องทรัพย์สินต่างๆ และหย่าขาดจากกัน โดยที่ พลเอกชวลิต แยกตัวออกมาอยู่ บ้าน นางอรทัย เพื่อดูแลรักษา ร่างกาย และทำกายภาพบำบัด รวมทั้งควบคุมเรื่องอาหารการกิน และหยูกยา

ในเวลานั้น จึงไม่ได้จัดการเรื่องทรัพย์สินใดๆ โดยเฉพาะบ้าน เพราะคิดว่า จะเป็นที่อยู่อาศัยของ คุณหญิงพันธ์เครือ ต่อไป และในอนาคต ก็คงจะเป็นของลูกๆ

แต่ภายหลังได้ทราบจากลูกๆ ว่า คุณหญิงพันธ์เครือ ได้จำนองบ้านปิ่นประภาคม ที่พลเอกชวลิต ซื้อมาตั้งแต่ปี 2505 ผ่อนมา ตั้งแต่เป็นนายทหาร ยศร้อยโท นั้นแล้ว

และ ยกบ้านที่ จ.นครพนม ให้ ทหารที่ใกล้ชิด ที่ดูแลบ้านมายาวนาน ซี่งผิดเจตนารมณ์ ของ พลเอก ชวลิต ที่ต้องการให้ บ้านนครพนม เป็นที่พักผ่อนของคนในครอบครัว ส่วน บ้านปิ่นประภาคม ก็ให้เป็นที่พักอาศัย และ ในอนาคต ก็ตกเป็นของลูกๆ แต่ กลับกลายเป็น ยกให้บุคคลอื่น และถูกจำนอง ไปแล้ว

บ้านที่นครพนม นั้น ได้ถูกเปลี่ยนเจ้าของ จากชื่อ พลเอกชวลิต ซี่งเป็นเจ้าบ้าน อยู่ มากลายเป็น ผู้อาศัย และ พลเอกชวลิต เคยไปที่นี่ แต่เข้าบ้านไม่ได้ เพราะเปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว

ที่สำคัญ พลเอกชวลิต ระบุว่า บ้านปิ่นประภาคม เป็นสินส่วนตัว มาก่อน เพราะผ่อนชำระ ด้วยเงินเดือนตัวเอง มายาวนาน แต่ภายหลัง เมื่อผ่อนหมดแล้ว ในเวลานั้น ได้แต่งงานกับ คุณหญิงพันธ์เครือ ไปแล้ว จึงกลายเป็น สินสมรส

ทั้งนี้ พลเอกชวลิต ไม่เคยคิดที่จะเรียกร้องแบ่งสินสมรส เพราะเป็นชายชาติทหาร จึงยกให้ภรรยา เมื่อหย่าร้างกัน อยู่อาศัย แต่ยังไม่ได้ทำเอกสาร ว่า ห้ามขาย หรือยกให้ใคร เพราะเชื่อใจกัน. แต่มาทราบว่า บ้านทั้ง2 หลัง ถูกใช้ผิดเจตนารมณ์ จึงเสียใจ

พลเอกชวลิต จึงต้องร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลเยาวชนและครอบครัว นนทบุรี

แม้ฝ่าย คุณหญิงพันธ์เครือ จะยื่นต่อศาล ว่า มีเอกสารที่ พลเอกชวลิต ลงนาม ยกบ้านให้ คุณหญิงพันธ์เครือ แล้ว ก็ตาม แต่ พลเอกชวลิต ยืนยันว่า ไม่เคยลงนาม และทำเอกสารใดๆ ในเรื่องนี้ และ ไม่เคยกลับไปที่บ้านปื่นประภาคม อีกเลย ตั้งแต่หย่าร้าง เมื่อ ปี 2560

ส่วน บ้านที่นครพนม นั้น ศาลได้เลื่อนการสอบปากคำ โจทก์และจำเลย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ออกไปเป็นเดือนมีนาคม 2564

โดยศาลไต่สวน ทั้ง โจทย์ และจำเลย ในคดีบ้านปิ่นประภาคม ครบแล้ว จะมีการพิพากษาตัดสิน ในวันที่ 25 ก.พ. นี้ แล้ว

cr ภาพ  วิกิพีเดีย, ทีนิวส์,เอ็มไทย

error: Content is protected !!