วันเสาร์, 31 กรกฎาคม 2564

“เจ็บ แต่ จบ” “เจ็บ แล้ว จำ”

“บิ๊กตู่” ชวนคิด บทเรียนโควิดฯระลอกแรก ยึด “เจ็บ แต่ จบ” ล็อคดาวน์ แต่ระลอก2 อะไรที่ “เจ็บ แล้ว ต้องจำ”
โวย พวกด่านายกฯ ปิดตลาด ไม่ปิดห้าง เอื้อเจ้าสัว “ไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้ตรรกะ ไร้ข้อมูลโดยสิ้นเชิง”
พลเอก ประยุทธ์ กล่าวใน PodCast ไทยคู่ฟ้า เช้าวันเสาร์ ว่า อยากให้พวกเราทุกคนร่วมตั้งข้อสังเกตร่วมกันว่า เมื่อปีที่แล้ว ด้วยความไม่ประมาท “ เจ็บ แต่ จบ” เราเลือกการล็อกดาวน์ เพราะเราและชาวโลกต่างไม่รู้จักโรคระบาดนี้มาก่อน
แต่เป็นการล็อกดาวน์ที่ค่อยเป็นและค่อยไปตามจังหวะและเวลาที่เหมาะสมกับการแพร่ระบาด ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยคำนึงถึงความสมดุลเรื่องสุขภาพและปากท้อง และเราก็ประสบความสำเร็จ
ในขณะที่หลายประเทศไม่กล้าปิดประเทศหรือตัดสินใจเมื่อสายไป สุดท้าย ก็ต้องล็อกดาวน์อยู่ดี จนทำให้ไม่สามารถควบคุมโรคได้
จนถึงทุกวันนี้เกิดการระบาดระลอกที่ 2 และ 3 ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็ต้องดูต่างประเทศด้วย
เราคนไทยมีคติภาษิตอยู่แล้วว่า “เจ็บแล้วต้องจำ” เราจะบันทึกทุกอย่างเป็นบทเรียนและสถิติ และเราจะต้องวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดการเรียนรู้ เชื่อมั่นว่ารู้จักกับการรับมือโรคนี้มากขึ้น และปรับใช้มาตรการต่างๆให้สอดคล้องกับการระบาด
โดยต้องตั้งอยู่บนหลักวิชาการและบริบทของประเทศไทย ซึ่งทุกประเทศมีความแตกต่างกันหมด ทั้งคน พื้นที่ ประชากร เช่น การที่เราจะปิดสถานประกอบการใดต้องพิจารณาจากตัวเลขสถิติที่จะสะท้อนการแพร่ระบาดของโรค
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบค.) พบว่าการแพร่ระบาดร้อยละ 40 มาจากชุมชน ตลาด ร้อยละ 4 มาจากสถานบันเทิง ร้อยละ 3 มาจากบ่อนการพนัน ในขณะที่ร้านอาหารมีตัวเลขไม่ถึงร้อยละ 1 โดยตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนออกมาเป็นข้อกำหมดและมาตรการของศบค.ในปัจจุบันทั้งสิ้น
“หลายคนอาจจะกล่าวอ้างว่า ปิดตลาดแต่ไม่ปิดห้างสรรพสินค้า เอื้อเจ้าสัว ไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้ตรรกะ ไร้ข้อมูลโดยสิ้นเชิง” นายกฯ ระบุ
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความพูดว่า ""บิ๊กตู่" เตือนคนไทย "เจ็บ แต่ จบ" "เจ็บ แล้ว จำ" ปัด เอื้อเจ้าสัว"
error: Content is protected !!