วันพฤหัสบดี, 29 กรกฎาคม 2564

“แม่ทัพภาค4” สั่งตั้ง “ทก.ทางยุทธวิธี ฉก.นราธิวาส”ที่ปาเสมัส

“แม่ทัพภาค4”
สั่งตั้ง “ทก.ทางยุทธวิธี ฉก.นราธิวาส”ที่ปาเสมัส
พร้อมปรับแผน
หลังเกิดเหตุ วางระเบิดดักตำรวจEOD
ที่ ศรีสาคร
ยัน สกัดกั้น ทั้งทางน้ำ ทางบก
ใช้ “ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์”ตามแนวชายแดน ละเอียด มากขึ้น
ยัน กอ.รมน.ภาค 4 สน. – ศอ.บต. และ กกล.ตำรวจจชต.ทำงานร่วมกันใกล้ชิด
พร้อมรับฟังเสียงประชาชน ผ่านเวทีสภาสันติสุขตำบล
.
พันเอก วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า มีการจัดตั้ง “ที่บังคับการทางยุทธวิธีหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส” เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ชายแดนป้องกันการลักลอบผ่านแดนโดยผิดกฎหมาย และปรับแผนการปฏิบัติ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการปรับเปลี่ยนของผู้ก่อเหตุรุนแรง
หลังจา เกิดเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร พร้อมด้วยชุด EOD ขณะกำลังเดินทางเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายก่อกวน แขวนป้ายผ้า เหตุเกิดบริเวณ บ.ปาหนัน – บ.ไอร์กาแซ ต./อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อ 31 ม.ค. 64 เวลา 12.20 น. เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บรวม 8 ราย นั้น
ภายหลังจากที่ประเทศมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมการสัญจร และปิดประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีแรงงานต่างด้าวรวมถึงคนไทย จะทำการลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติที่ผิดกฎหมาย
พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาค4/ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้จัดตั้งที่บังคับการทางยุทธวิธีหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขึ้น ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อเพิ่มความเข้มงวดและควบคุมการปฏิบัติตามแนวชายแดน สกัดกั้นการลักลอบผ่านแดนโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.แว้ง อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวน อย่างเข้มข้นทุกตารางนิ้ว
สกัดกั้นทั้งทางน้ำ ทางบก และใช้ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ตามแนวชายแดน
โดยได้บูรณาการคนและเครื่องมือร่วมกับทุกภาคส่วนในการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
พร้อมกับเสริมกำลังตามแนวชายแดน จัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด โดยเฉพาะช่องทางที่มีชุมชนหรือหมู่บ้านอาศัย
อยู่ใกล้แนวชายแดน และจัดตั้งแหล่งข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบผ่านแดนโดยผิดกฎหมาย และจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนลงพื้นที่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ถึงความสำคัญในเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19
พร้อมทั้งขอความร่วมมือ และช่วยแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้น
การกระทำผิดตามแนวชายแดน เพื่อตัดต้นตอของขบวนการนำพา
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการจับกุมผู้ลักลอบผ่านแดนโดยผิดกฎหมายได้จำนวน 34 ครั้ง ผู้ต้องหาจำนวน 269 คน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดีในการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดจนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว
สำหรับกรณีเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร และชุด EOD ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 นาย นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 64 พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุลอบวางระเบิดอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังสรุปสถานการณ์เพื่อปรับแผนการปฏิบัติ ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่มีการปรับเปลี่ยนของผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยได้เน้นย้ำให้ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ต้องไม่ประมาท ลาดตระเวนเส้นทางให้ปลอดภัย เพื่อให้ชาวบ้านได้อุ่นใจ เห็นทหารอยู่ใกล้ชิด คอยช่วยดูแลพื้นที่ได้ หากมีอะไรผิดสังเกตก็จะได้เข้าไปตรวจสอบได้ทันท่วงที
นอกจากนี้จะต้องเพิ่มความละเอียดในการตรวจสอบพื้นที่เส้นทางล่อแหลม จุดเสี่ยง ต้องเพิ่มการตรวจตราโดยเฉพาะบริเวณท่อลอดคอสะพาน หรือจุดอื่นๆที่ไม่คิดว่าจะสามารถใช้เป็นที่ก่อเหตุได้
ทั้งนี้ ยังยืนยันถึงผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานสภาสันติสุขตำบล ว่าประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจ
ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งปฏิเสธความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ และต้องการให้พื้นที่สงบ เพื่อให้เกิดการพัฒนา ประชาชนก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตามก็ยังคงเปิดโอกาสให้บุคคลที่เห็นต่างเข้ามาร่วมพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี อย่างต่อเนื่อง
และขอฝากไปยังพี่น้องประชาชน ขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐอีกทางหนึ่งด้วย
หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ ขอให้แจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร 061-173-2999 หรือสายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, กำลังยืน, ชุดเครื่องแบบทหาร และกลางแจ้ง
error: Content is protected !!