วันอังคาร, 2 มีนาคม 2564

เปล่าใช้ ม.112 ปิดปากคน ?!

“บิ๊กตู่”ยัน ฟ้อง “ม.112” ไม่ได้ต้องการจะใช้กฎหมายไปปิดปากคน หรือทำร้ายใครอะไรทั้งสิ้น แต่เขาทำมาซ้ำๆมันกี่ครั้งแล้ว เผยเคยให้โอกาสมาแล้ว
ยันไม่ได้จงใจ ฟ้อง ม.112”ธนาธร” แต่ผิดอะไรก็โดนหมด
ชี้ เปิดเผยเอกสารสัญญา วัคซีนในสภา ผมคิดว่าผมไม่ได้ผิดอะไร
ชี้ไม่เหมาะ ก่อม็อบ เรื่องวัคซีน
เตือนอย่าเอา การเมือง มากระทบ การแก้ปัญหาวัคซีน อันตราย เพราะเราไม่ใช่เจ้าของผลิตวัคซีนเอง
ยัน วัคซีนไม่เกี่ยว เรื่องสถาบัน
แค่รัฐบาลของพระราชทานให้ บ.สยามไบโอไซซ์ มาร่วมห่วงโซ่ผลิตวัคซีน
ชี้ ต่างประเทศ ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวกับการเมืองภายในบ้านเรา
เตือน นักการเมืองร่วมรับผิดชอบด้วยหากส่งผลกระทบต่อ ไทม์ไลน์ฉีดวัคซีน
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การชุมนุม เรื่องวัคซีน ว่า ผมคิดว่า เวลา มันไม่ใช่เวลานี้ และขอให้เข้าใจว่าการจะใช้วัคซีนนั้นมันต้องมีการทดสอบให้ชัดเจนเราต้องระมัดระวังผลข้างเคียง ที่อาจเกิดขึ้นได้
เรามีไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้อยู่แล้วไม่อยากให้มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่ ยึดหลักการทางสาธารณสุขและคณะกรรมการโรคระบาด และ อย. ให้ไม่อยากให้เกี่ยวพันเรื่องการเมือง มันอันตราย เพราะว่าเราไม่ใช่เป็นคนเจ้าของลิขสิทธิ์ผลิตวัคซีนเอง เราแค่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของเขาของ Astrazeneca เรา
จำเป็นต้องมีโรงงานในการผลิตรับจ้างการผลิตจากAstrszeneca .อย่าไปเกี่ยวข้องอะไรกับสถาบันเลยทั้งสิ้น
เป็นแผนเรื่องการดำเนินการทางธุรกิจ
เนื่องจากบริษัทนี้เป็นบริษัทที่อยู่ในพระนามาภิไธย รัฐบาลจำเป็นต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการให้บริษัทนี้มาช่วยในการผลิตวัคซีน ก็แค่นั้น
ส่วนเรื่องงบประมาณรัฐบาล ก็เป็นคนดำเนินการทั้งสิ้น ในการเพิ่มขีดความสามารถของโรงงาน ซึ่งจริงๆมีคนเสนอหลายบริษัท แต่ทางAstrazenecaเขาได้ตรวจสอบแล้วก็เห็นว่าของ สยามไบโอซายน์ มีมาตรฐานที่สุด
จึงเป็นเรื่องที่อยากเรียนให้ทราบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรทั้งสิ้น
ส่วนเรื่องการชุมนุมก็เป็นเรื่องธรรมดาขอแค่อย่าทำผิดกฏหมายเท่านั้นเอง
ส่วนการที่รัฐบาลมีการแจ้งความเอาผิดดำเนินคดีมาตรา 112 จากเรื่องวัคซีน นั้น พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า กฎหมายมีทุกมาตรา แต่ที่ผ่านมาในครั้งแรกๆเราให้โอกาส
“เราไม่ได้ต้องการจะใช้กฎหมายไปปิดปากคน หรือไปทำร้ายใครอะไรทั้งสิ้น แต่ต้องไปดูซิว่าที่เขาทำมาซ้ำๆมันกี่ครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเด็กหรือใครก็ผ่านการให้โอกาสมาเยอะแยะแล้ว แต่หลายคนอาจมีหลายคดีเพราะทำความผิดซ้ำต่างกรรมต่างวาระ เหมือนทุกกรณีที่มีการผิดกฎหมาย แต่ถ้าคิดว่าตัวเองถูกกฏหมายก็สามารถมาต่อสู้ได้ในกระบวนการยุติธรรมได้อยู่แล้ว
แต่เราไม่ต้องการให้เอาเรื่องนี้มา เกี่ยวพัน กับเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น
ตราบใดก็ตาม ที่มีการทำความผิดก็ต้องได้รับการลงโทษเท่านั้นเอง ตามกฏหมายไทย
ผมไม่อยากให้เอาเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นสำคัญ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะมันเป็นปัญหาภายในของเรา”
เมื่อถามว่าจะมีการเลื่อนไทม์ไลน์การฉีดวัคซีนเพราะผลกระทบจากเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์กล่าวว่าก็นั่นน่ะสิ ก็พยายามอย่าเอาไปเกี่ยวกับเรื่องการเมืองสิ
วันนี้การเจรจาก็เป็นไปได้ด้วยดี แต่หากเราประโคมข่าวไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดปัญหาความหวาดระแวงซึ่งกันและกันเขาก็ไม่อยากมาเกี่ยวข้องกับเรื่องในการเมืองของเรา นักการเมืองต้องระมัดระวังด้วยการจะพูดจาอะไรทำให้เกิดผลกระทบ
แต่เราคาดว่าคาดว่าเราจะชี้แจงทำความเข้าใจกับเขาได้เพราะฉะนั้นคนของเราเอง อย่าทำในเรื่องเหล่านี้มันมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศในการที่ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนตามเวลาที่ได้วางแผนไว้ตามไทม์ไลน์ของเรา
ถ้าทำให้เกิดความเสียหายก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้
ส่วนการที่นายธนาธรต้องการให้มีการเปิดเผยเอกสารสัญญานั้น พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยวไปว่ากันในสภาโน่น มีการชี้แจงอยู่แล้ว ผมคิดว่าผมไม่ได้ผิดอะไร
ส่วนเหตุผลที่แจ้งความเอาผิด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจในความผิดมาตรา 112 นั้น พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เลือกเพราะกฎหมายมีหลายมาตราทั้ง ม.112 ม.116 พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ อะไรก็มีผิดอะไรตรงไหนก็โดนตรงนั้น
ถ้าไม่อยากให้ผิดกฎหมาย ก็อย่าไปทำสิ กฎหมายมีไว้ต้องให้ปฏิบัติตามไม่ใช่หรือ
อย่าไปให้เครดิตเรื่องเหล่านี้เลย คนที่ทำความผิดโดยจงใจเจตนา มันถูกต้องไหมล่ะ ผมก็ไม่รู้ว่ามันผิดหรือมันถูกเพราะเป็นเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่
ผมมีแต่เพียงว่าให้เจ้าหน้าที่เขาทำตามกฏหมายและทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมถ้าคิดว่าไม่ผิดก็ไปสู้คดีกันไปเหมือนคดีอื่น นั่นแหละ
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และข้อความพูดว่า "фዘ台 WRE เปล่า เปล่าใช้ ม.112 ปิดปาก ปาก"
error: Content is protected !!