วันอาทิตย์, 25 กรกฎาคม 2564

“แม่ทัพภาค4” สำรวจพื้นที่ มาเลเซีย สร้างรั้ว งง สร้างตั้งแต่ เมื่อไหร่

“แม่ทัพภาค4” สำรวจพื้นที่
มาเลเซีย สร้างรั้ว
งง สร้างตั้งแต่ เมื่อไหร่
เผย ปี 2530 มาลาดตระเวน ปราบ จคม.แถวนี้ ยังไม่มี
แต่สร้างในเขตมาเลเซีย
ติดพื้นที่ No Man’s Land
แถวนี้ ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะภูมิประเทศยากลำบาก
ทหารไทย เน้นลาดตระเวน ชายแดน พื้นที่ช่องทางธรรมชาติ ที่ไม่มีกำแพงรั้ว
พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาค 4 ตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดนไทย- มาเลเซีย แนวรั้วชายแดน บ้านจาเราะปูโงะ เทศบาลเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา บริเวณหลักเขตที่ 52/27 ที่มีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันชายแดนที่ 4 วางกำลังคุมเข้มตลอดเส้นทาง ประมาณ 22 กิโลเมตร
โดยลักษณะเขตแดน เป็นแนวกำแพงคอนกรีต สลับกับรั้วลวดหนามแน่นหนากั้นเขตแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย สลับกับป่าภูเขา ที่ลักษณะภูมิประเทศซับซ้อนยากต่อการเดินทางข้ามตามช่องทาง
ซึ่งเป็นจุดที่มีการวางกำลังเอาไว้ ลาดตระเวน เพื่อคอยระวังป้องกัน พื้นที่ชายแดน ที่มีรั้วที่มาเลเซียสร้างไว้ ในเขตมาเลเซีย ติดพื้นที่ No Man’s Land
แม่ทัพ 4 เผยว่า ในพื้นที่นี้ ไปจนถึงพื้นที่ บ้านจาเราะซูซู ต.ธารน้ำทิพย์. อ. เบตง จ.ยะลา เขตแดนติดกับมาเลเซีย แม่ทัพเคยเดินจับปืนลาดตระเวน เมื่อปี 2530 ในการต่อสู้โจรจีนคอมมิวนิวสต์ (จคม.) สมัยนั้น มีกับระเบิด และ ยังไม่มีการสร้างรั้วแบบนี้ ในพื้นที่นี้ มีฐานจคม.เก่า มีสนามบาสฯ และโรงงิ้ว โรงละคร
แม่ทัพเกรียง กล่าวกับชุดปฎิบัติการจรยุทธ์ ว่า การปฎิบัติตัองปลอดภัย ไทยและมาเลเซีย มีการลาดตระเวนร่วมกัน
โดยประเทศไทยเน้นการลาดตระเวนด้วยการเดินเท้า ตามสภาพภูมิประเทศ แต่ในทางด้านฝั่ง มาเลเซียได้ใช้การลาดตระเว ด้วยจักรยาน และจักรยานยนต์ ตามสภาพภูมิประเทศ
ทั้งนี้ได้เน้นย้ำเรื่องการสกัดกั้นเฝ้าระวังเรื่องการแพร่ระบาด ของเชื้อโควิดฯ หากพบ คนลักลอบ และเข้าจับกุม ขอให้ปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความระมัดระวัง
พร้อมขอให้กำลังพลที่เดินลาดตระเวน หากพบปะ หมู่บ้าน ก็อยากให้เพิ่มเติมการสร้างความรับรู้ สร้างเครือข่าย และการให้ความรู้เกี่ยวกันการแพร่ระบาด ให้เป็นการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที ด้วย
ไม่เช่นนั้น กลุ่มคนที่ลักลอบเข้ามาอาจเป็นผู้แพร่เชื้อได้
แม่ทัพภาค 4 กำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายอย่าประมาท ให้จับตาเฝ้าดูอย่าให้มีการหลุดรอดเข้ามาได้ และคอยทำความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ ประชาชนในพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญอย่าหลงทำผิดทำสิ่งผิดกฎหมาน เพราะจะทำให้สถานการณ์ลุกลามเป็นเรื่องร้ายต่อประเทศ
เชื่อมั่นในความปลอดภัยในพื้นที่ อาศัยประสบการณ์จากระลอกแรก มาเป็นการ์ดป้องกัน ควบคุมสถานการณ์อย่างจริงจัง ชะงักต่อการนำพาเดินทางข้ามแดนแบบผิดกฎหมาย
error: Content is protected !!