วันเสาร์, 31 กรกฎาคม 2564

มทภ. 4 เข้มมาตรการสกัดกั้น แรงงานต่างด้าวหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด 19 ตามแนวชายแดนใต้

 

ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ตร.ภาค 9 และนายชัยสิทธิ์ พาณิชพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ร่วมแถลงถึงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด 19 ในการสกัดกั้น กวดขันแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อCOVID-19 ทำให้ประเทศมาเลเซียปิดจุดผ่านแดนเมื่อมี.ค.2563 โดยอนุญาตให้คนไทยเดินทางกลับต้องลงทะเบียนผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ทางด่านพรมแดน​ เบตง สุไหงโกลก สะเดา ปาดังเบซาร์ วังประจัน ประมาณ 26,970 คน
ซึ่งแนวโน้มการแพร่ระบาด ทั้งประเทศมาเลเซีย และเมียนมาร์ ยังรุนแรงทำให้ต้องล็อคดาวน์ ลดการจ้างงาน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย

ล่าสุดมาเลเซียประกาศควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ถึงวันที่ 1 ส.ค.2564 หรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นจึงจำกัดการเดินทางในบางพื้นที่​ โดยทางรัฐบาล กอ.รมน. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย จึงสั่งเพิ่มความเข้มงวด กวดขันป้องกันไม่ให้มีการลักลอบหลบหนีเข้าประเทศ​ รวมทั้งจับกุมขบวนการนำพาต่างด้าวลักลอบเข้ามาโดยผิดกฎหมาย

ดังนั้นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้เพิ่มมาตรการป้องกันควบคุมดังนี้
1.จัดตั้งที่บังคับการทางยุทธวิธี โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ในพื้นที่ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อเพิ่มความเข้มงวดควบคุมการปฏิบัติตามแนวชายแดน สกัดกั้น โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก และ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เพิ่มการลาดตระเวนอย่างเข้มข้นทุกตารางนิ้ว สกัดกั้นทางน้ำ และชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ตามแนวชายแดน โดยบูรณาการกำลัง กับทุกภาคส่วนในการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด

2.การเสริมกำลังตามแนวชายแดน เฝ้าระวังป้องกันจุดล่อแหลมที่เป็นช่องทางข้ามแดนตามธรรมชาติทั้งทางบกและทางน้ำ โดยแนวลำน้ำ ใช้กำลังชุดปฏิบัติการทางน้ำ ประสานงานกับทหารเรือ ตำรวจน้ำ จัดชุดลาดตระเวนตรวจทางเรือ สำหรับพื้นที่ป่าเขา จัดกำลังกองร้อยเฉพาะกิจเข้าเสริมการปฏิบัติงานของกำลังป้องกันชายแดนให้ครอบคลุมพื้นที่ รวมถึงเสริมระบบไฟส่องสว่าง เครื่องกีดขวางปิดช่องทางธรรมชาติ ตลอดจนการซ่อมแซมรั้วชายแดน​ รวมถึงจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

1. ส่วนในพื้นที่ตอนในใช้การบูรณาการกำลังร่วมกันทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ อสม. ค้นหาเชิงรุกในชุมชนและหมู่บ้านขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชน เฝ้าระวัง เป็นหูเป็นตา ช่วยกันสกัดกั้นป้องกันตามแนวชายแดนและสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19

ทั้งนี้ พลโทเกรียงไกร กล่าวว่า การควบคุมสกัดกั้น บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ได้มีการกวดขันจับกุมขบวนการนำพาบุคคลต่างด้าว ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดและควบคุมการปฏิบัติตามแนวชายแดน รวมทั้งเพิ่มมาตรการสกัดกั้นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

error: Content is protected !!