วันเสาร์, 27 กุมภาพันธ์ 2564

เปิดบันทึกทหารเสือฯ ทำไม “บิ๊กตู่”ได้เป็นนักรบเหรียญรามา

19 ม.ค. 2021
6310

พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์

“บิ๊กเข้” ทหารเสือราชินี อดีตปลัดกลาโหม บันทึก “ยุทธการเขาพนมปะ”ปี2526 ” ที่ “บิ๊กตู่-บิ๊กโด่ง”นำทีม ร.21 รอ. ขับไล่ทหารเวียดนาม พ้นแผ่นดินไทย จนได้เป็น นักรบเหรียญรามา เมื่อ 28 ปีที่แล้ว พร้อมเผยยุทธวิธี ที่เอาชนะทหารเวียดนามได้ ภายใต้การบัญชาการของ “ผู้พันณรงค์เดช” ซุปเปอร์ทหารเสือฯ และ 4 ขุนพลน้อย ที่แบ่งกำลังกันดูแลด้านต่างๆ จนผลักดันทหารเวียดนาม ที่จะล้ำเข้ามาในดินแดนไทย ได้สำเร็จ แม้ต้องสูญเสีย จนได้รับพระราชทานเหรียญรามา เป็น “วีรบุรุษเขาพนมปะ”

บิ๊กเข้ พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีต ปลัดกลาโหม ผช.ผบ.ทบ. แม่ทัพภาค 1 ผบ.พล.ร.2รอ. และ ผบ.ร.21รอ. นายทหารเสือราชินี ที่รับราชการมากับ พี่น้อง3 ป. ได้เขียนบันทึกเหตุการณ์สำคัญ ในชีวิตรับราชการทหารตนเอง

ถึงเหตุการณ์สำคัญ ในชีวิตรับราชการ ในตอนหนึ่ง ชื่อว่า “ยุทธการเขาพนมปะ” อ.ตาพระยา จ.ปราจีนบุรี เมื่อปี2526 ที่ ร.21รอ.ได้รับคำสั่งให้ผลักดันกองกำลังต่างชาติออกจากผืนแผ่นดินไทย ที่ พลเอก เทพพงศ์ เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการสู้รบด้วย

ที่ในเวลานั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นร้อยเอก ที่กำลังทำการฝึกหลักสูตรทหารเสือราชินี ของ ร.21รอ. อยู่. แต่ต้องนำกำลังไปปฏิบัติหน้าที่ ขับไล่ทหารเวียดนาม

แม้จะต้องยากลำบาก ต้องเสี่ยงอันตราย และตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก ที่วางกำลังที่มากกว่า อาวุธที่มากกว่า ตีโอบเข้ามาหมายยึด เขาพนมปะ เป็นฐานที่มั่นที่ได้เปรียบ ในเชิงชัยภูมิ และ แม้จะต้องสูญเสียลูกน้องไป แต่มันคือ หน้าที่ของทหารไทย และความร่วมแรงร่วมใจของทหารไทย ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ปกป้องผืนแผ่นดินไทย จึงทำให้ฝ่าฝันศึกครั้งนั้น มาได้

โดยในหนังสือตอนหนึ่ง ระบุว่า ….
การต่อสู้ของ เขมรแดงกับกองทัพเวียดนาม เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นวลานานหลายปี

และหลายครั้งที่กองกำลังเวียดนามได้รุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย เกิดการปะทะกับกองกำลังป้องกันชายแดน

โดยครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2526 ราวหกโมงเช้า ที่ ทหารเวียดนาม ประมาณ 2 กรมทหารราบ เข้ากวาดล้างกองกำลังเขมรแดง บริเวณตรงข้ามบ้านหนองจาน ตำบลโคกสูง พื้นที่รับผิดชอบของกรมทหารราบที่ 1กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ (ร.21พัน1รอ.) มีกำลังบางส่วนรุกล้ำเข้าเขตประเทศไทย จึงเกิดการปะทะกัน

ซึ่งฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่และระเบิดยิงสนับสนุน ทำให้ทหารเวียดนามสูญเสียอย่างหนักและถอนกำลังออกไป

แต่แล้ว ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2526 ทหารเวียดนาม 1 กองพันทหารราบ พร้อมด้วยรถถังสนับสนุน ล่วงล้ำเข้ามาในเขตไทย อีก พร้อมระดมยิงด้วยปืนใหญ่ และจรวด 107 มิลลิมตร มายังฐานปฏิบัติการ

ทหารไทย ก็ตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิดกลับไป จนข้าศึกต้องสูญเสียรถถังจำนวน คัน 2 กำลังพลและยุทโธปกรณ์อีกจำนวนมาก

อีกครั้ง ในวันที่ 31 มีนาคม 2526 ทหารเวียดนามได้ทำการ
กวาดล้างทหารเขมร 3 ฝ่ายอย่างรุนแรง จนต้องถอยร่นเข้ามาในเขตไทยและทหารเวียดนาม ได้รุกไล่ข้ามเขตแดนเข้ามาจนปะทะกับกำลังทหารไทย ซึ่ง
ปฏิบัติหน้าที่แนวกองรักษาด่านรบของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์(ร.21 พัน2 รอ.) จนถึงขั้นรบประชิด

และจากการยิงสนับสนุนด้วยอาวุธหนักทั้งปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิด ทำให้ทหารเวียดนามถอยร่นออกจากเขตไทย ด้วยการสูญเสียอย่างมาก

และจากการประชุมประเมินสถานการณ์ ของพันโท ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช ผบ.ร.21พัน2 รอ.
ประเมินว่าทหารเวียดนามจะเข้าตีและกวาดล้าง ข้าศึกบริเวณพื้นที่เขตพนมปะ หลักเขต37 อีก

จึงเตรียมการเพิ่มเติมกำลังพร้อมมาตรการป้องกันและลาดตระเวน เพิ่มมากขึ้น

ครั้งที่ 3 การรบเกิดขึ้นในวันที่ 1 เมษายน 2526 ทหารเวียดนามได้ทำการกวาดล้างกองกำลังเขมรอย่งรุนแรงและหนักหน่วง ทำให้การรบ ติดพันรุกล้ำข้ามขตมาปะทะกับกองกำลังทหารไทยที่เป็นชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจเขาพนมปะ
และกดดันด้วยอาวุธหนักนานาชนิด จนชุดลาดตระเวนต้องร้องขอกำลังสนับสนุนจาก ร้อยเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บังคับกองร้อย
อาวุธเบาที่ 1กองพันทหารราบที่ ๒2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
ได้ส่งกำลังและอาวุธยิงสนับสนุน และจากการรุกของฝ่ายเราสามารถ
ถอนชุดลาดตระวนออกมาได้

จากปฏิบัติการครั้งนั้น คาคว่ามีทหารเวียดนามได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

จากนั้นข้าศึกได้ใช้อาวุธประจำหน่วยปืนใหญ่ ปืนใหญ่รถถังระดมยิงมายังพื้นที่ บริเวณชายแดนลึกเข้ามาด้านหลังของ เขาพนมปะ

แต่การยิงทั้งหมดไม่ถูกที่ตั้ง
ร้อยเอก ประยุทธ์ ได้สั่งทำการยิง
สกัดกันตามแนวชายแดน และยึดคืนพื้นที่ป้องกันไม่ให้กองกำลังเวียดนามรุกคืบเข้ามาได้

ฝ่ายไทยมีการใช้อาวุธทุกชนิดอย่างเป็นระเบียบและได้ผล ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล

พันโท ณรงค์เดช ซึ่งติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และเชื่อว่า
ฝ่ายเวียดนามต้องการยึดเขาพนมปะให้ได้ เนื่องจากเป็นภูมิประเทศสำคัญ สามารถตรวจการณ์และปรับการยิงทำลายที่ตั้งปืนของฝ่ายเราได้ และได้มีการระดมยิงปืนใหญ่ในพิกัดต่างๆที่คาดว่าเป็นที่ตั้งปินของฝ่ายไทย

รวมทั้งได้มีการเพิ่มเติมกำล้งทั้งทหารราบและรถถังบริเวณหน้าเขาพนมปะ

พันโท ณรงค์เดช ได้สั่งการให้ ร้อยเอก ประยุทธ์ จัดกำลังเตรียมพร้อม ซึ่งประกอบด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ ชุดทหารเสือฯ (ซึ่งอยู่ระหว่าง
การฝึกหลักสูตรทหารเสือ) โดยมีพันตรี เดชศักดิ์ ศิริกุล พันตรี ธวัชชัย พะลายนนท์ และพันตรี พงษ์เทพ กนิษฐานนท์ ควบคุมที่ทำการทางยุทธวิธี

และอาวุธยิงสนับสนุน และมีรถถัง และรถAPC สายพานลำเลียงพล เป็นนำกำลังเข้าผลักดันกองกำลังของเวียดนาม ด้วยการเข้าตีอย่างจำกัดตามสันเขาพนปะ เพื่อผลักดันให้กองกำลังเวียดนาม ออกนอกชายแดนไทย

และสามารถผลักดันจนถึงหลักเขตที่ 38 ฝ่ายเวียดนามจำต้องถอนตัวจากแนวรบลงจากเขาพนมปะ

ฝ่ายไทยได้จัดกำลังหนุนเสริมแนวเพิ่มความมั่นคงของแนวป้องกันประเทศ

และขอกองหนุนของกรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์ มาสนับสนุนในวันที่ 2 เมษายน 2526

ครั้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2526 เวลา ประมาณ แปดโมงเช้า ฝ่ายข้าศึก
มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะยึดเขาพนมปะให้ได้ โดยมีการใช้อาวุธหนักและอาวุธวิถีโค้ง รถถัง จรวด RPG ระดมยิงเข้ามาที่เขาพนมปะ

พันโทณรงค์เดช จึงได้ตัดสินใจนำชุดปฏิบัติการพิเศษและชุดปฏิบัติการทหารเสือ ขึ้นไปเพิ่มเติมกำลังที่เขาพนมปะ

โดยมี ร้อยตรี เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการทหารเสือชุดหนึ่งที่เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย

จากนั้น ราว เก้าโมงเช้า ข้าศึกได้ใช้อาวุธหนักและอาวุธวิถีโค้ง รถถัง จรวด RPG ระดมยิงเข้ามาที่เขาพนมปะ เป็นระลอกๆ เพื่อกดดันฝ่ายไทย พร้อมทั้งเคลื่อนที่กระจายกำลังเข้าตีฝ่ายไทยทั้ง 3 ด้าน

โดยการรบดำเนินไป ฝ่ายไทยได้ต้านทานอย่างเหนียวแน่น โดยแบ่งความรับผิดชอบ

ดังนี้ พันโท ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช คุมกำลังทางปีกขวา และควบคุมสั่งการกำลังทุกส่วน

พันตรี พงษ์เทพ กนิษฐานนท์ คุมกำลังทางด้านซ้าย พันตรี เดชศักดิ์ ศิริกุล คุมกำลังกองหนุนที่ทำการยุทธวิธี

ส่วน ร้อยเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กำลังทางด้านขวา ร้อยเอก สัมพันธ์ ชนะวรรณ คุมกำลังทางปีกซ้าย

ฝ่ายไทยได้ใช้อาวุธทุกชนิดอย่างประณีตและคุ้มค่าในการยิงทำลาย

การรบดำเนินไปจนกระทั่งข้าศึกเริ่มถอนตัว พร้อมทั้งระดมยิงกดฝ่ายเราอย่างหนัก

จากการปฏิบัติในครั้งนั้น ฝ่ายไทยสามารถตั้งรับอย่างได้ผล ป้องกันการเข้าดีของกองพันที่ 4 กองพันที่ 9 กรม753 กับ 1 กองพันของกรมป้องกันชายแดน 8 และสนับสนุนด้วยรถถังได้

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 14.20 น ของวันที่ 2 เมษายน 2526 กำลังกองหนุนของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ

ซึ่งจัดกำลังจากกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯนำโดย ร้อยเอก อุดมเดช สีตบุตร ผู้บังคับกองร้อย ได้เคลื่อนย้ายออกจากที่รวมพล และเข้ากวาดล้างจากทางด้านตะวันตกไปตะวันออก

การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป ทหารเวียดนามถอนตัวออกไปภายใต้
การยิงกดจากปืนใหญ่ รถถังของข้าศึก ของฝ่ายเรา ปรับใช้ปืนใหญ่ยิงสกัดกั้นการถอนตัว

ร้อยเอก อุดมเดช สีตบุตร ทหารเวียดนาม พยายามลากผู้เสียชีวิตข้ามเข้าเขตกัมพูชา โดยใช้ปืนใหญ่รถถัง และเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 82 มิลลิเมตร ยิงเข้ามในฐานเป็นระยะๆ

การถอนตัวของทหารเวียดนามอย่างเชื่องช้า ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21
รักษพระองค์ ได้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด40 มิลลิเมตร ทำการ
ได้ผลด้วยตนเอง

กำลังจากเขาพนมปะ ยังคงยิงเวียดนาม

จนเวลาประมาณ 15.40 น. ชุดสนับสนุน ได้รุกขึ้นไปเพิ่ม
อุปกรณ์ให้กับหน่วยพร้อมลำเลียงผู้บาดเจ็บและเคลื่อนย้ายศพกลับ
ลงมา ประมาณ 15.30 น ฝ่ายข้าศึกถอนตัวออกนอกพื้นที่ แต่ยังคง ใช้ปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด ยิงมาตกในเขตไทยเป็นระยะๆ

และเหตุการณ์สงบลงเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2526 เวลา 16.00 น

กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ๆ ได้ส่งมอบพื้นที่ให้กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ (กองหนุนกรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์ฯ) รับผิดชอบพื้นที่ต่อไป

กองร้อยอาวุธเบาที่ 1 ถอนตัวกลับลงมาเพิ่มเติมเสบียง สิ่งอุปกรณ์ และรับคำสั่งจาก ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ให้ขึ้นเตรียมรับสถานการณ์ที่พนมฉัตรต่อไป

กำลังพลส่วนนี้ขึ้นไปพนมฉัตร เมื่อ
วันที่ 2 เมษายน 2526 เวลา 18.00น. จากผลการสู้รบครั้งนี้
กำลังพลทุกนายมีจิตใจกล้าหาญ มีขวัญกำลังใจดี ทำการรบจนถึงระยะ
ที่สามารถผลักดันข้าศึก ซึ่งมีกำลังมากกว่าหลายเท่าตัวให้ถอยร่นกลับไป

ฝ่ายข้าศึกบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก (จากการข่าว เสียชีวิตไป200 คน) ฝ่ายเราสูญเสีย5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย สูญหาย1 นาย

และรักษาอธิปไตยของชาติ จากเหตุวิกฤตครั้งนั้นมาได้

คืนวันที่ 2 เมษายน 2526 ทหารเวียดนามยังคงเข้าตีฝ่ายไทยและถอนตัวไปในเช้าวันที่ 3 เมษายน 2526

ฝ่ายไทยเข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่ พบศพทหารเวียดนาม 4 ศพ และอาวุธยุทโธปกรณ์52 รายการ

จากวีรกรรมในครั้งนี้ทำให้ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญรามมาลา เข็มกล้ากลางสมร ประดับธงชัยเฉลิมพล เมื่อวันที่11 กรกฎาคม 2526 ให้แก่กรม
ทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ๆ ทั้ง 3 กองพัน

(ราชกิจจนเบกษา ฉบับพิศษ เล่ม ๑๐๐ ตอนที่
เหรียญรามมาลา เข็มกล้า
๑๒๕ หน้า ๑๕ ลง ๒๗ ก.ค.๒๕๒๖)

จากการต้องปฏิบัติงานจริง ได้เห็นการบาดเจ็บและเสียชีวิตของ
กำลังพลชุดปฏิบัติการและผู้ใต้บัคับบัญชา และด้วยสภาพภูมิประเทศ
ที่ยากลำบาก รวมทั้งการรบที่ติดพัน การลำเลียงผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
ไม่สามารถส่งกลับทางอากาศได้ ต้องใช้การแบกหามลงจากเนินเขาอย่างเดียว

การรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น จึงทำให้สามารถบรรลุภารกิจได้
ด้วยประสบการณ์อันล้ำค่าครั้งนั้นที่ต้องแลกด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ
ทำให้ได้หลักคิดและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตั้งแต่บัตนั้น
คือ
“การไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

  

error: Content is protected !!