วันศุกร์, 22 ตุลาคม 2564

กอ.รมน. แถลงแจง โซล่าร์เซลส์ “อมก๋อย” ไม่แพงเกินจริง

15 ม.ค. 2021
163
กอ.รมน. แถลงแจง โซล่าร์เซลส์ “อมก๋อย” ไม่แพงเกินจริง เทียบจากราคากลางของกรมบัญชีกลาง เป็นหลัก
เผย เป็นความต้องการชาวบ้านไม่ใช่ กอ.รมน.ต้องการ
จาก 54 ล้านเหลือ 45 ล้าน
ชี้ บริษัทที่ได้ มีคุณสมบัติ ไม่เกี่ยว “นามสกุล”อะไร ถือเป็น Fair play game ที่สุด ใครก็ได้ที่มีประสบการณ์ เสนอเข้ามา ประมูลผ่าน E-Bidding
ขอบคุณ “พิมรี่พาย”นำร่องที่ดี กอ.รมน. มีแผน เข้าไปทำที่ บ้านแม่เกิบ
ยันไม่คิดฟ้องกลับใครด่า แต่ดีที่ช่วยกันตรวจสอบ จะได้ไม่มีคอรัปชั่น
พลตรี ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ชี้แจงว่า ตามที่มีเอกสารประกาศเชิญชวน การประกวดราคาของการจัดทำโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ปรากฏบนสื่อโซเชียล และมีการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างนั้น
กอ.รมน. ขอชี้แจงแนวทางการจัดทำโครงการฯ งบประมาณ จำนวน 45,100,000บาท โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2562 เพื่อติดตั้งระบบ ผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 215 กิโลวัตต์ พร้อมติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่ลิเธียม) ขนาดความจุ 998 กิโลวัตต์ – ชั่วโมง พร้อมติดตั้งโครงข่ายไฟฟ้าชุมชนระยะทาง 5,409เมตร, ติดตั้งเสาไฟฟ้าแสงสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 120 ชุด และโรงคลุมแบตเตอรี่ฯ ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่
1.หมู่บ้านพะอัน ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 30.72 กิโลวัตต์
2.หมู่บ้านจกปก ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 51.20กิโลวัตต์
3.หมู่บ้านห้วยไก่ป่า ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 51.20กิโลวัตต์
4.หมู่บ้านมูเซอหลังเมือง ต.ม่อนจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 51.20กิโลวัตต์
5.ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ จำนวน 30.72 กิโลวัตต์
ในปี 2561 ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคง พื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่สำรวจ ความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ทำการประชุมประชาคมของประชาชนทั้ง 4 หมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ของ 3 อบต. ได้แก่ อบต.สบโขง, อบต.แม่ตื่น และ อบต.ม่อนจอง โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการติดตั้งระบบฯ
กอ.รมน.ภาค 3จึงได้เสนอโครงการฯ เข้ารับการสนับสนุนงบประมาณในกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2562
การจัดซื้อจัดจ้างได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560โดยกำหนดราคากลางของโครงการตามบัญชีราคามาตรฐานของกรมบัญชีกลาง และการสืบราคาจากท้องตลาด โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
“นี่ คือ Fair play game ที่สุด ใครก็ได้ที่มีประสบการณ์ เสนอเข้ามา ประมูลผ่าน E-Bidding”
กอ.รมน. เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการทั่วไปยื่นข้อเสนอ ที่ผ่านมามีผู้สนใจยื่นรับเอกสารผ่านระบบฯ จำนวน 4 ราย และมีผู้ยื่นเสนอราคา จำนวน 3 ราย
เมื่อตรวจสอบเอกสาร ตามเงื่อนไขปรากฏว่ามีผู้ยื่นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน จำนวน 2 ราย คือ บ.ทีซัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บ.บี.เอ็น.โซล่าร์ เพาเวอร์ จำกัด
ส่วนกิจการร่วมค้า เอ็ม เอ็ม ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง และไม่ครบถ้วน จำนวน 11 รายการ ซึ่งเป็นเอกสารที่เป็นสาระสำคัญต่อผลสำเร็จของโครงการ จึงไม่ผ่านการคัดเลือก ประสบการณ์ ไม่เคยมีที่ปรึกษา ก.คลัง ไม่มีที่กักเก็บไฟฟ้า จึงจุดตกไป คุณสมบัติ ใน11 ข้อ ไม่ครบ เพราะในโครงการมีเสาไฟฟ้า การลากสาย โรงคลุมแบตเตอรี่. กันฟ้าฝน ด้วย
สำหรับ บ.บี.เอ็น.โซล่าร์ เพาเวอร์ จำกัด ที่เป็นผู้ชนะการประกวดราคา 45,100,000 ได้จดทะเบียนตั้ง บริษัทในปี 2557 มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบกิจการด้านพลังงานทดแทนอย่างชัดเจน ประกอบกับมีผลงานการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานวงเงินไม่น้อยกว่า 12ล้านบาทตามเงื่อนไข
เมื่อถามว่าบริษัท ที่ได้ นามสกุลเดียวกับสส.พรรคฝ่ายค้านนั้ย พลตรีธนาธิป กล่าวว่า บริษัทที่ได้ มีคุณสมบัติ ไม่เกี่ยว “นามสกุล”อะไร ถือเป็น Fair play game ที่สุด ใครก็ได้ที่มีประสบการณ์ เสนอเข้ามา ประมูลผ่าน E-Bidding
การดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ โดยมีเป้าหมายหลักไปยังพื้นที่สาธารณะประโยชน์ และพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ได้แก่ อาคารเรียน, ศาลาประชาคมประจำพื้นที่ และเสาไฟส่องสว่างตามเส้นทางภายในหมู่บ้าน ส่วนโครงข่ายไฟฟ้าชุมชนที่ให้ประชาชนใช้งานภายในบ้านจะดำเนินการต่อไป
ที่ผ่านมา กอ.รมน. ได้ดำเนินการตรวจรับงานแล้ว เมื่อเดือน ก.ย. 2563 ระบบสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพพร้อมจัดทำบัญชีคุมอุปกรณ์การผลิตไฟฟ้าฯ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการโอน/ส่งมอบระบบให้ทั้ง 3 อบต. ใช้งาน
โดยเมื่อ 30 ธ.ค. 2563 กอ.รมน. ได้ส่งหนังสือการพิจารณายืนยันการรับมอบระบบฯ ไปยัง 3 อบต. ภายหลังจาก อบต. ตอบหนังสือยืนยันกลับมาแล้วจึงจะทำการโอนระบบให้ อบต. แล้วจึงจะบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าชุมชน โดยการเชื่อมสายไฟเข้าไปในตัวบ้านเพื่อใช้งานต่อไป
ส่วนการที่ อบต.ไม่รับ นั้น กอรมน. ได้ทำหนังสือ ลง30 ธค. 63 ส่งไป 3 อบต. และได้ประสานงานแล้วว่า อบต รับแล้ว ก็ต้องประชุมสภา อบต. กพ.-มีค จึงยังไม่มีการรับมอบ
โครงการของ กอ.รมน.
เน้นพื้นที่ส่วนกลางโรงเรือน ศาลาประชาคม ห้องสมุด โรงอาหาร สถานที่เรียน เสาไฟฟ้า stand Alone
ส่วนการต่อไฟเข้าครัวเรือน เข้าบ้าน นั้น ต้องให้อบต.รับผืดชอบ ค่าใช้จ่ายเอง ต้องทำกองทุน ใครจะต่อไฟเข้าบ้าน ก็ต้องจ่ายค่าสายไฟ มิเตอร์ แล้วจ่ายค่าไฟ เงินเข้ากองทุน ไว้เพิ่อใช้ในการดูแล ซ่อมแซม
พลตรีธนาธิป ได้แสดงภาพโครงการ. เพิ่อยืนยันว่า ลงพื้นที่ไปทำจริงๆ
ส่วนการจะฟ้องกลับ หรือไม่นั้น พลตรีธนาธิป กล่าวว่า ไม่ฟ้อง แต่ต้องชื่นชม เพราะเป็นระบบการตรวจสอบ จะทำให้ลดการคอรัปชั่น ทำไมใช้ งบฯ เกินเหตุ โดยทาง กอ.รมน. พร้อมพาไปดู สถานที่
ส่วนการที่ใช้ขึ้นเขาสูงสุด อุปกรณ์ส่วนควบ และ ลากสายไฟฟ้า หน้าหมู่บ้าน ให้ มาเกี่ยว เสาไฟฟ้าในหมู่บ้าน ที่ตั้งไว้แล้ว
ส่วน บริษัท ที่ได้งานนั้น ถ้าเป็นวิธีจัดซื้อจัดจ้าง แบบอื่น แบบเรียกเข้ามา ก็ไม่แน่แต่นี่ ประกวดราคา ผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์ ดังนั้น ไม่ว่านามสกุลอะไร ก็แล้วแต่ ขอมีคุณสมบัติตามสเปค
ส่วนที่แม่ฮ่องสอน นั้น กอ รมน ภาค3 แจ้งว่า เมื่อ กค.63 แก้ไข ใน20 จุด ตามวงรอบ ประกัน เข้าไปดูแล อาจมีบ้าง ที่มีปัญหา แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ใช้งานได้จริง ขอไปตรวจสอบในหมู่บ้าน เลย มีการดูดน้ำจากบ่อน้ำ ผ่านระบบกรอง ขึ้นมา
“เอาราคากลางของกรมบัญชีกลาง เป็นหลัก “
ส่วนที่มีการเรียกร้อง ให้ ยุบ กอ.รมน. เพราะไม่มีความจำเป็นนั้น พลตรีธนาธิป กล่าวว่า ผมเป็น กอ.รมน ผมตอบไม่ได้ว่า ควรยุบมั้ย เพราะเราเป็นหน่วยประสานงาน โดยจะเห็นจากการแก้โควิดฯตอนนี้
พลตรีธนาธิป กล่าวถึง บ้านแม่เกิบ ที่ “พิมรี่พาย” ไปทำโซล่าร์ เซลส์ นั้น ยังไม่ได้ทำ แต่อยู่ในแผนที่ กอ.รมน.จะเข้าไป
แต่ถือว่า เป็นสิ่งดี ๆ ในการช่วยกันตรวจสอบ และทำให้เด็กนักเรียน แต่โครงการของ กอ.รมน.เราทำแต่ส่วนกลาง แต่เสาไฟยังไม่มี ต้องไปดู
“สิ่งที่ พิมรี่พาย ทำนั้นถือเป็นการ นำร่องที่ดี “
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป
error: Content is protected !!