วันพฤหัสบดี, 22 เมษายน 2564

“บิ๊กตู่” ตั้งกก.ปราบบ่อน“ชาญเชาวน์ “อดีตปลัดยุติธรรม นั่งประธาน

“บิ๊กตู่” ตั้งกก.ปราบบ่อนแล้ว
“ชาญเชาวน์ “อดีตปลัดยุติธรรม
นั่งประธาน แต่ไม่กำหนดกรอบเวลา
หาผู้ทำผิด แนะเปิดรับร้องเรียน รายงานทุกๆสามสิบวัน
ฮือฮา! “ฟอร์ด จารุเดช” หนุ่มนักกฏหมาย นักเรียนนอก ทีม อ.วิษณุ เป็น 1 ใน10 คณะกรรมการ และเป็นผู้ช่วยเลขานุการด้วย
.
คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนัน
เป็นเหตุให้เกิดการแพระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตามที่ปรากฏว่าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เกิดการแพระบาดระลอกใหม่แบบกลุ่มก้อน
ขึ้นในหลายพื้นที่ตั้งแต่เดือนอันวาคม 2563 ป็นต้นมา
หลังจากที่สามารถควบคุมการระบาดของโรคในประเทศได้นานหลายเดือน ซึ่งผลการสอบสวนโรคเชื่อว่าเหตุสำคัญของการแพร่ระบาดครั้งนี้ประการหนึ่ง เกิดจากการติดต่อสัมผัสระหว่างบุคคลที่เข้าชุมนุมมั่วสุมกันในแหล่งเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานที่เล่นการพนั้น ซึ่งมีผู้เดินทางไปยังบ่อนการพนันขนาดเล็กหรือใหญ่ตามพื้นที่ต่างๆ ประกอบกับการเล่นการพนันมักลักลอบ กระทำในสถานที่ปกปิดซ่อนเร้น มีการสื่อสารส่งเสียงดัง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายคนเกิดการคลุกคลีใกล้ชิด ที่ไม่อาจรักษาระยะห่งระหว่างก้ได้และใช้เวลานานในการทำกิจกรรม
อีกทั้งผู้เล่นการพนันหรือผู้ทำงานในสถานที่ นั้นมักประวัติการเดิกางมาจากแหล่งเสี่ยงอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว และเมื่อเดินทางต่อไปยังที่อื่น ๆ มักปกปิดข้อมูล ตารางเวลาและสถานที่การเดินทาง หรือปิดบังอาการเจ็บปวยของตนทำให้การสอบสวนและควบคุมโรคล่าช้า จนเพิ่มความเสี่ยเป็นเหตุให้เชื้อโรคแพร่ระบาดจากสถานที่เล่นการพนันดังกล่าวไปในวงกว้าง
แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนันซึ่ต้องปราบปรามอยู่แล้ว แต่ในช่วงเวลาที่มีการประกาศ สถานการณ์ฉุกเนและมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่นนี้ ยิ่งนับเป็นความเสี่ยงร้ายแรง
ดังที่มีคำสั่งให้สถานที่เล่นการพนันที่เคยได้รับอนุญาต รวมทั้งกวดขันและตรวจสอบเพื่อนำตัวผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องกับการลักลอบเปิดบ่อนและผู้ลักลอบเล่นการพนันมาลงโทษ และจัดการกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้วก็ตาม
แต่เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก่อผลกระทบทางด้านการสาธารณสุข
และความปลอดภัยของประชาชน สควรให้มีคณะกรรมการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายในภาพรวม
อีกระดับหนึ่งและติดตามดูแลการทำงานทั้งระบบตลอดจนประสานงาน ให้คำแนะนำการดำเนินการ
แก่เจ้าหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ทั้งวางมาตรการป้องกันแก้ไขมิให้เกิด
เหตุทำนองนี้ขึ้นอีกโดยเฉพาะในสถานการณ์การะบาดของโรคโควิด – 19 ในขณะนี้
สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงตามกฎหมายนั้นก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถือเป็น ความผิดทั้งทางวินัยและทางอาญา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบด้วย
1.นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม
2.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม กรรมการ
การทุจริตในภาครัฐ
3.ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับมอบหมาย กรรมการ
4.รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม กรรมการ การฟอกเงิน ที่ได้รับมอบหมาย
5.จเรตำรวจ ที่ได้รับมอบหมาย
กรรมการ
6.รองอธิบดีกรมการปกครอง ที่ได้รับมอบหมาย กรรมการ
7.รองอธิบดีคมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ได้รับมอบหมาย กรรมการ
8. รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม กรรมการและ
การทุจริตในภาครัฐ ที่ได้รับมอบหมาย
เลขานุการ
9.นายจารุเดช บุญญสิทธิ์
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
10.เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและกรรมการและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ที่ได้รับมอบหมาย
ผู้ช่วยเลขานุการให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง มอบหมายบุคคลผู้มีตำแหน่งตาม (๓) ถึง (๘)
และ (๑๐) เป็นกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าว
ข้อ 6 ให้คณะกรรมการตามข้อ 1 มีอำนาจตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย กรณีการกระทำผิด
เกี่ยวกับการเปิดสถานที่เล่นการพน้นจนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ
ประสานงาน ตลอดจนให้คำแนะนำในการดำเนินการแก่เจ้าหน้าที่ในการนำตัวผู้กระทำผิดไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่
ของรัฐ หรือบุคคลใด ๆ ก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาลงโทษ และเสนอมาตรการป้องกันหรือการดำเนินการอื่น ที่เหมาะสมโดยให้มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และประสานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูล รวมทั้งการรับเรื่องร้องเรียนชี้เบาะแสจากประชาชน แล้วรายงานทางลับให้นายกรัฐมนตรี
พิจารณาสั่งการตามความจำเป็นหรือทุกรอบสามสิบวัน
ข้อ 3 การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็น ต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกา เบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 หรือตามระเบียบทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่
14 มกราคม 2564
พลเอก
(ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
นายกรัฐมนตรี
error: Content is protected !!