วันจันทร์, 19 เมษายน 2564

“ผบ.ทร.” สั่ง เตรียมพร้อมเต็มพิกัด ทั้งทร.-ศรชล. เตรียม 2 รพ.ทหารเรือ ในกทม.-สัตหีบ รองรับผู้ป่วยCoViDอาการหนัก

“ผบ.ทร.” สั่ง เตรียมพร้อมเต็มพิกัด
ทั้งทร.-ศรชล.
เตรียม 2 รพ.ทหารเรือ
ในกทม.-สัตหีบ
รองรับผู้ป่วยCoViDอาการหนัก
รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า-รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
อีก2 รพ.ทหารเรือกรุงเทพ-รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ รับผู้ป่วย ที่ไม่แสดงอาการ
เตรียม6ค่ายทหาร เป็น State quarantine
กรุงเทพฯ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ศาลายา-อาคารรับรองกองทัพเรือสัตหีบ – หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง -กกล.ป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด-ฐานทัพเรือสงขลา-ฐานทัพเรือพังงา-ค่ายจุฬาภรณ์ นราธิวาส
เตรียม3 โรงพยาบาลสนาม
ที่ศูนย์การฝึก สอ.รฝ. ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า -หน่วยบัญชาการ
นาวิกโยธิน- สนามฝึกกองทัพเรือ บ้านจันทเขลม จันทบุรี
กรมแพทย์ทหารเรือ จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ ตรวจคัดกรองแรงงานประมง นสมุทรสาคร ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก 2,000 คน ภายใน 5 วัน
.
พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน
ผู้บัญชาการทหารเรือ/รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
(ศรชล.) เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ
ร่วมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม
พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วาระการประชุมที่สำคัญคือ การรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID – 19)
ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ได้สั่งการในที่ประชุมให้ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง กองทัพเรือ(ศปม.ทร.) /ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ บูรณาการทำงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และ
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
ในการร่วมสนับสนุนเฝ้าระวังป้องกันและแก้ปัญหาการแพร่ระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่แพร่ระบาดจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวภาคประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รมว.กลาโหมได้สั่งการในที่ประชุมสภากลาโหม เมื่อ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้กองทัพเรือได้ดำเนินการตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือได้สั่งการในที่ประชุมดังนี้
1. ให้กรมแพทย์ทหารเรือ จัดเตรียมโรงพยาบาลหลัก ประกอบด้วยโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าและโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สำหรับตรวจวินิจฉัยและรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก
เตรียมโรงพยาบาลเฉพาะโรค 2 แห่งคือโรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพและโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ สำหรับผู้ป่วย ที่ไม่แสดงอาการ
2. ให้หน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ต่างๆ จัดพื้นที่ควบคุมเพื่อเฝ้าระวัง หรือ State quarantine ดังนี้
1.) พื้นที่กรุงเทพฯ จัดที่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
2.) พื้นที่สัตหีบ จัดที่อาคารรับรองกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ และ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
3.) พื้นที่จังหวัดจันทบุรี จัดที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด
4.) พื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 จัดที่ฐานทัพเรือสงขลา
5.) พื้นที่ทัพเรือภาคที่ 3จัดที่ฐานทัพเรือพังงา
6) พื้นที่จังหวัดนราธิวาส จัดที่ค่ายจุฬาภรณ์
พร้อมทั้งจัดเตรียมโรงพยาบาลสนาม
สำหรับสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข ในกรณีที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย
ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า หน่วยบัญชาการ
นาวิกโยธิน และ สนามฝึกกองทัพเรือ บ้านจันทเขลม จังหวัดจันทบุรี
3. ให้กรมแพทย์ทหารเรือสนับสนุนการจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์สำหรับตรวจคัดกรองแรงงานประมง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (Active Case Finding (ACF) รองรับการตรวจ 2,000 คน ภายใน 5 วัน หรือจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อสนับสนุนการตรวจแรงงานภาคประมง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร
โดยขอให้พร้อมปฏิบัติเมื่อมีการประสานสั่งการจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)
4. ให้ ศรชล.ภาคที่ 1 เตรียมการจัดตั้งชุดตรวจ เพื่อสกัดกั้นการเข้า – ออก ราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายและป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวทางทะเล ในพื้นที่ ศรชล.จ.สมุทรสาคร โดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้พร้อมปฏิบัติเมื่อมีการประสานสั่งการจาก ศบค.
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่
โดยไม่ประมาท โดยให้มีเครื่องมือป้องกันตัวเอง ในการปฏิบัติระดับต่างๆให้เหมาะสม และให้มี
การประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ และมีส่วนร่วมรับผิดชอบของประชาชนควบคู่กันไป
Pasugree Wilairuk และคนอื่นๆ อีก 242 คน
แชร์ 20 ครั้ง
ถูกใจ

แสดงความคิดเห็น
แชร์
error: Content is protected !!