วันพุธ, 21 เมษายน 2564

เครื่องบินโจมตีเบาAT-6 ที่ สหรัฐฯ จะสร้างในไทย เล็ง อนาคตจะผลิตส่งออก ร่วมกัน

หลังจาก “บิ๊กนัต” ได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อไป แล้ว ตอนเป็น ผบ.ทอ.
มาตอนนี้ “บิ๊กแอร์”มา ลงนามในข้อตกลงคุณธรรม Integrity Pact พร้อมการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ
ในการจัดซื้อ เครื่องบิน AT-6ที่สหรัฐฯ จะร่วมกับ ไทย ในการสร้าง
เครื่องบินโจมตีเบากองทัพอากาศ 12 เครื่อง ใช้ งบราว 5 พันล้าน
ในประเทศ ตามหลัก P&D ที่อุตสาหกรรมการบินในประเทศ จะได้ประโยชน์
และ เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีผู้สังเกตุการณ์

 

หลังจากที่ พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. ได้ลงนามในสัญญาในการจัดซื้อ ตามแนวทาง purchase and development แล้ว

พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการ ทำ“พิธีลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา” คือ เครื่องบินT-6 จากสหรัฐฯเครื่องบินโจมตีเบากองทัพอากาศ จำนวน 12 เครื่อง งบราว5พันล้าน ทดแทน L-39

ทั้งนี้ พลอากาศเอก มานัต เคยกล่าวไว้ว่า โดยที่ บริษัทสหรัฐฯ จะ ใช้ ชิ้นส่วนซอฟต์แวร์. และ ประกอบ ทดสอบการบิน รับรองการใช้งาน ในประเทศไทย
และในอนาคตจะผลิตส่งออก ร่วมกัน

โดยพิธีนี้ มี พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ รองศาสตราจารย์ ดร.คณิต วัฒนวิเชียร เป็นผู้ร่วมลงนามและ อาจารย์วิชา เมฆตระการ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) และคุณธนบดี พันธุมโกมล ในฐานะผู้ประกอบการ สำหรับสาระสำคัญในหนังสือลงนาม เป็นเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ

โดยคณะผู้สังเกตการณ์ฯ จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของโครงการ เช่น แผนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ ขอบเขตของงาน การประกาศการจัดซื้อจัดจ้าง/ประกาศเชิญชวน จนถึงกระบวนการสุดท้ายของโครงการ คือการตรวจรับงาน การเบิกจ่าย

ครอบคลุมไปถึงข้อร้องเรียนและผลการพิจารณาข้อร้องเรียน ซึ่งมีการเผยแพร่ไว้ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน และกรมบัญชีกลาง ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง และมีส่วนร่วมในการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้

โครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาของกองทัพอากาศ เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ถูกกำหนดไว้ตามแผนความต้องการระยะ 10ปี ในสมุดปกขาว

มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่ 1 ที่ถูกใช้งานมาตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งตามแผนจะครบกำหนดปลดประจำการ ใน 2565 รวมระยะเวลา 18 ปี จากเหตุผลและความจำเป็นนี้ กองทัพอากาศจึงต้องเตรียมการและจัดหาเครื่องบินทดแทนตามแผนที่กำหนด เพื่อดำรงขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจการโจมตีทางอากาศ การค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ

รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือในการสนับสนุนการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์แห่งชาติร่วมกับเหล่าทัพอื่น

อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ตามกระบวนการและขั้นตอนที่รัดกุม เพื่อกำหนดหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ภายใต้กรอบงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีของประชาชนให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ พิธีลงนามตามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา จะเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์แนวใหม่และถือเป็นความภาคภูมิใจของกองทัพอากาศ ที่ได้ให้ความสำคัญด้านคุณธรรมและจริยธรรม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของธรรมาภิบาล เป็นการลดช่องว่างทางความคิด เพิ่มความเข้าใจใน “ความเป็นกองทัพอากาศ”

ทั้งยังทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ยุทโธปกรณ์ที่กองทัพอากาศจัดหามาใช้งานจะมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถตอบสนองต่อภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

Cr.ภาพ: AeroWeb

error: Content is protected !!