วันเสาร์, 23 มกราคม 2564

“บิ๊กตู่” เตรียมร่วมประชุมVTC ผู้นำ ACMECS ผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง

“บิ๊กตู่” เตรียมร่วมประชุมVTC ผู้นำ ACMECS
ผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง
ผลักดันความร่วมมือร่วมกันเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังโควิด-19
รับรอง “ร่างปฏิญญาพนมเปญ”
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS ) ครั้งที่ 9 ผ่านระบบการประชุมทางไกล
ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอีก 4 ประเทศคือ กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนาม และเลขาธิการอาเซียน ในวันที่ 9 ธันวาคม 2563 เวลา 8.30 -10.00 น.
โดยมีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพการประชุมภายใต้หัวข้อ “หุ้นส่วนเพื่อความเชื่อมโยงและความยืดหยุ่น” (Partnership for Connectivity and Resilience)
การประชุม ACMECS เป็นข้อริเริ่มของไทย จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย
เพื่อเป็นเวทีหารือเฉพาะของประเทศลุ่มน้ำโขงที่เป็นสมาชิกอาเซียน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาค ทั้งนี้ ACMECS ขับเคลื่อนโดยแผนแม่บทระยะ 5 ปี พ.ศ. 2562 – 2566 (ค.ศ. 2019 – 2023) ซึ่งได้รับการรับรองในการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 8 เมื่อปี 2561 ที่ไทยเป็นประธาน เป็นแผนแม่บทที่เน้นการส่งเสริมความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ (Seamless Connectivity) 2) การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ (Synchronized ACMECS Economies) และ 3) การพัฒนาภูมิภาคในลักษณะยั่งยืนและมีนวัตกรรม (Smart and Sustainable ACMECS)
นอกจากนี้ ไทยยังเป็นผู้เสนอให้ริเริ่มผลักดันประเด็นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ ACMECS มีพลวัตและสามารถรับมือกับความท้าทายของโลก คือ การจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนา ACMECS และการมีปฏิสัมพันธ์กับหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา
กรอบการประชุม ACMECS จะสร้างผลประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและ MSMEs ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาคในอนุภูมิภาค ลดอุปสรรคและเพิ่มพูนการค้า การขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างกัน
นอกจากนี้ การประชุม ACMECS ยังช่วยยกระดับสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศเรื่องการรับมือกับโควิด-19 สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นานาประเทศถึงขีดความสามารถในการรับมือกับวิกฤตสาธารณสุขในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพในการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ประชาชนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมีความเข้มแข็งร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีจะกล่าวถ้อยแถลงเพื่อสนับสนุนผู้นำทุกคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อน ACMECS ให้ก้าวหน้า มีพลวัต และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และความท้าทายรูปแบบใหม่ ตลอดจนจะนำเสนอข้อเสนอของไทยในหลักการ “อนุภูมิภาค ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้” (Safe, Secure and Trustworthy ACMECS) ให้เป็นอีกหนึ่งสาขาความร่วมมือภายใต้แผนแม่บท ACMECS
ทั้งนี้ คาดว่าในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมฯ จะรับรอง “ร่างปฏิญญาพนมเปญ” ด้วย
ในภาพอาจจะมี 1 คน, ชุดสูท, ข้อความพูดว่า "THAIL"
error: Content is protected !!