วันพุธ, 2 ธันวาคม 2563

“แม่ทัพเรืออุ้ย” ให้คำมั่น 114 ปี กองทัพเรือ รวม”พลังสามัคคี พลังราชนาวี”

“แม่ทัพเรืออุ้ย” ให้คำมั่น 114ปี กองทัพเรือ
รวม”พลังสามัคคี พลังราชนาวี”
ขับเคลื่อน ด้วยความสมัครสมานสามัคคี มีจิตใจที่มั่นคง แน่วแน่ ดำรงไว้ซึ่ง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และช่วยเหลือประชาชน
นำทัพเรือ เป็นกองทัพที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
วางยุทธศาสตร์ “สองฝั่งมหาสมุทรและสามพื้นที่ปฏิบัติการ”“Two Oceans and Three Areas”
.
พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ มีสารเนื่องในวันกองทัพเรือ ๑๑๔ปี ความว่า เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ ณ พระราชวังเดิม ธนบุรี
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กองทัพเรือจึงได้ถือเอาวันมหามงคลนี้เป็น “วันกองทัพเรือ” และนับเป็นจุดเริ่มต้นของการทหารเรือไทย
ตามแบบอารยประเทศ ส่งผลให้มีการพัฒนาและมีความเจริญก้าวหน้าเป็นกองทัพเรือที่ทันสมัย เข้มแข็ง และ
มีเกียรติภูมิ” ตราบจนปัจจุบันเป็นระยะเวลา ๑๑๔ ปี
​ในโอกาสอันสำคัญนี้ ผมจึงขอนำผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพเรือ รวมทั้งภารกิจ
ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล มาให้ทุกท่านได้รับทราบครับ
​ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้ทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์
ของชาติทางทะเล การสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การให้ความช่วยเหลือประชาชน และเหนือสิ่งอื่นใด คือการพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มกำลังความสามารถ การดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริ รวมถึงได้ร่วมงานตามโครงการ “หน่วยพระราชทานและประชาชนจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ”สนองพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายสำคัญ
ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือพาณิชย์ ตามแผนงานโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างยั่งยืน
รวมถึงการช่วยเหลือ
พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ ทั้งการจัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมถึงเรือผลักดันน้ำเร่งให้การช่วยเหลือเพื่อให้สถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายในเร็ววัน
ในด้านต่างประเทศ กองทัพเรือได้เสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ ทั้งในด้านการฝึก การประชุม กิจกรรม ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ โดยดำรงการมีบทบาทนำในภูมิภาค เป็นสำคัญ
​ทั้งนี้ กองทัพเรือได้กำหนดยุทธศาสตร์กองทัพเรือระยะ ๒๐ ปี ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนากองทัพเรือ ให้มีขีดความสามารถเพียงพอในการสร้างความมั่นคงของชาติทางทะเล
ตามแนวคิดระดับยุทธศาสตร์ว่า “สองฝั่งมหาสมุทรและสามพื้นที่ปฏิบัติการ” หรือ “Two Oceans and Three Areas”ให้สามารถรองรับภัยคุกคามด้านความมั่นคงในอนาคตในทุกมิติ
โดยกองทัพเรือต้องมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการระยะไกล เพื่อการปฏิบัติการทางเรือ การปฏิบัติการร่วมและร่วมผสม ตลอดจนการฝึกร่วมผสม และการแสดงกำลังในพื้นที่ที่ผลประโยชน์ของชาติไปถึง
ซึ่งกองทัพเรือได้กำหนดกระบวนการถ่ายทอดยุทธศาสตร์ระยะยาวดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ โดยผ่านกระบวนการกำหนดนโยบายกองทัพเรือ ทั้งนโยบาย ๕ ปีและนโยบายประจำปี และนโยบายเฉพาะของผู้บัญชาการทหารเรือในแต่ละปีตามลำดับ
ซึ่งผลการดำเนินงาน
ที่ผ่านมาของกองทัพเรือ นับได้ว่าปรากฏผลเป็นรูปธรรมด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
​ในปีที่ผ่านมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ COVID – 19 ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงไปทั่วโลก โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย
ทางรัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี เป็นเพราะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน
ในการปรับวิถีการดำเนินชีวิตแบบวีถีใหม่ หรือที่เรียกว่า NEW NORMAL
ในส่วนของกองทัพเรือ ได้ระดม
สรรพกำลัง เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง นับตั้งแต่การดำเนินการตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กองทัพเรือ
จัดพื้นที่เฝ้าระวังที่อาคารรับรองกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ เพื่อใช้ในการกักตัวคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ตั้งแต่มาตรการการรับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน มาถึงที่สนามบินอู่ตะเภา และการนำเข้าสู่ที่พัก
โดยรูปแบบการดำเนินการและมาตรการต่าง ๆ ของอาคารรับรองกองทัพเรือนั้น นับได้ว่าเป็นต้นแบบของ State Quarantine คือ พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐทั่วประเทศ
​จากปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะแย่งชิงผลประโยชน์หอยแครง อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กองทัพเรือในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ได้ดำเนินการทั้งการติดตามและแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียม
พร้อมเจรจาผู้เกี่ยวข้องในการกำหนดแนวทางผู้บุกรุก ผู้อ้างสิทธิ์รุกล้ำลำน้ำ ให้ดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อขจัดความไม่ชอบมาพากลของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความกดดันของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
โดยการดำเนินการต่าง ๆ นั้น มีความมุ่งหวังเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่สาธารณะของอ่าวบ้านดอนได้อย่างเท่าเทียม บนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อร่วมกันสร้างผลผลิตให้ทรัพยากรในทะเลคงความอุดมสมบูรณ์ตลอดไป
โดยกองทัพเรือยังคงมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อมุ่งสู่การบรรลุวิสัยทัศน์กองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๖๗ ในการเป็นหน่วยงาน
ความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาคและเป็นเลิศในการบริหารจัดการ และการส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคม เพื่อเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
​“ผมขอให้คำมั่นว่า กองทัพเรือจะมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กร ให้มีความพร้อมรบสูง รองรับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ และคงการเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล ที่มีบทบาทนำในภูมิภาค ส่งมอบคุณค่าให้กับสังคมโดยได้กำหนดปณิธานไว้ว่า “The power of unity, the power of the Navy” “พลังสามัคคี พลังราชนาวี” ที่มุ่งหวังให้กำลังพลทุกนายของกองทัพเรือ ช่วยกันขับเคลื่อน ด้วยความสมัครสมานสามัคคี มีจิตใจที่มั่นคง แน่วแน่
และมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การปฏิบัติหน้าที่เพื่อดำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และช่วยเหลือประชาชนให้สมกับการเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ ตลอดไป
error: Content is protected !!