วันเสาร์, 27 กุมภาพันธ์ 2564

“บิ๊กตู่” คุย “เหวียน ซวน ฟุก”!

กระชับสัมพันธ์ ทวิภาคี ไทย- เวียดนาม
ย้ำ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เข้มแข็ง
จัดตั้ง “คลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์อาเซียน ในภาวะฉุกเฉิน”
“นายกฯเวียดนาม” ร่วมมือ สกัดโควิดฯ
.
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หารือทางโทรศัพท์กับนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่ห้องโดมทอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
เพื่อหารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีและความร่วมมือในกรอบอาเซียน
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกฯกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่ภาคกลางของเวียดนาม
โดยไทยในฐานะมิตรประเทศของเวียดนามพร้อมให้การสนับสนุนเวียดนามในการฟื้นฟูความเสียหาย
และได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยยืนยันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) ระหว่าง2 ประเทศ
พร้อมพิจารณาจัดการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย – เวียดนาม (Joint Cabinet Retreat: JCR) ครั้งที่ 4 ในปีหน้า
ภายหลังจากที่สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้คลี่คลายแล้ว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
นายกฯชื่นชมที่เวียดนามคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกสอง จนไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศต่อเนื่องกันเป็นเวลากว่า2 เดือน
และกล่าวขอบคุณเวียดนามที่สนับสนุนการเคลื่อนย้ายคนไทยกลับประเทศ
รวมทั้งยินดีที่ได้ทราบว่าภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนามจะทยอยมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 8 ล้านชิ้นแก่เวียดนาม ภายในเดือนธันวาคม 2563
นายกรัฐมนตรี เวียดนาม เห็นพ้องที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทย ในการจัดการกับสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ กระชับความร่วมมือในธุรกิจ e-commerce และเชิญชวนภาคเอกชนของ ทั้งสองประเทศมาลงทุนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะด้านพลังงาน
ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังยินดีที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการประชุม Thailand – Vietnam Energy Forum ครั้งที่ 2 เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านพลังงานในรายละเอียด
ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือในภูมิภาคด้านอื่น ๆ เข่น การร่วมมือกันบริหารจัดการแม่น้ำโขงผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง การส่งเสริมความร่วมมือของอาเซียนเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดและผลกระทบของ โควิด-19 อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ไทยยินดีที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์หน้า ซึ่งเวียดนามเป็นเจ้าภาพผ่านระบบการประชุมทางไกล
โดยผู้นำทั้งสองฝ่ายหวังว่า จะได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ เช่น การจัดตั้งคลังสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์อาเซียน สำหรับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข การทบทวนกึ่งวาระของแผนงานประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 การประกาศจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี ค.ศ. 2025
และการตั้งศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ซึ่งจะเป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่อประชาชนในภูมิภาค
พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีพิธีลง RCEP ในการประชุมฯ ครั้งนี้ด้วย
error: Content is protected !!