วันพฤหัสบดี, 4 มีนาคม 2564

จาก ลูก อีสาน ลง ชายแดนใต้ ไป ชัยภูมิ มา ระนอง

“ผู้ว่าฯติ้ง”เตรียมจัดพิธีใหญ่ ตามประเพณี “อาบน้ำเพ็ญ” 31 ตค.นี้ ตามรอย “พระนเรศวรฯ” อาบแสงจันทร์ เพื่อความขลัง ศักดิ์สิทธิ์
อยู่ชายแดนใต้ มากว่า 10ปี เป็น นายอำเภอ มา5 อำเภอ พิ้นที่สีแดงทั้งนั้น โดนซุ้ม มาเป็น 10 ครั้ง แต่รอดมาได้ แถมกวาดมาหลายรางวัล
สมใจ ที่สมัครใจ ลงมาอยู่ชายแดนใต้ ตั้งแต่ปี2548
จนได้ขยับไปเป็น ผู้ว่าฯชัยภูมิ
ก่อน มาที่นี่ ผู้ว่าฯ ระนอง
ผู้ว่าฯติ้ง นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร คนสกลนคร ที่มาอยู่ระนอง ที่แรกๆ อาจยังไม่คุ้นนัก
แต่ก็เตรียมสานต่อ รับงานใหญ่ ของเมืองระนอง ทั้งพิธี”อาบน้ำเพ็ญ” หรืออาบแสงจันทร์ ที่จะทำในค่ำวันที่31ตค. นี้ แต่จะปรับรูปแบบ ตามสถานการณ์โควิดฯ ด้วยการทำพิธีสวดเพื่อความเป็นสิริมงคล และปลุกเสก น้ำแร่ จากบ่อน้ำแร่ ความมร้อน65 องศา ในเมือง ที่ยังมีความเป็นธรรมชาติ เพราะเป็น บ่อที่นำน้ำไปใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก ที่ผ่านมา
โดยจะสวด กลางแสงจันทร์วันเพ็ญ แค่3 ชม.จากที่เคยสวด9 ชม. แล้ว นำน้ำไปอาบที่บ้าน
ทั้งนี้ เป็นประเพณีที่จัดมา เป็นครั้งที่4 จากความเชื่อ ในสมัยพระนเรศวรฯ ที่ก่อนจะไปรบทัพจับศึก จะมีพิธีอาบแสงจันทร์ ก่อน มีบทสวด มีพิธีกรรม แต่ สำหรับระนอง เรามีน้ำแร่ เราจึงนำน้ำแร่ มาทำพิธีด้วย
จะเป็นพิธี ที่ขลัง เข้ม ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในทุกด้าน และเชื่อว่าจะทำให้ ระนองของเรา พ้นจากสิ่งไม่ดี มีแต่ความรุ่งเรือง หมดจาก โควิดฯ
นอกจากนั้น ในช่วงปลายปี ราว พย. จะร่วมกับ กองทัพเรือ ในการจัดหารแข่งขัน ไตรกีฬานาวี เฉลิมพระเกียรติ ซีซั่นที่3. ซึ่งเป็นโครงการ ที่ค้างมาจาก ช่วงต้นปี เพราะเกิดโควิดฯ ทร.จึงยกเลิก ไป
แต่ที่ระนอง เราจะรับนักกีฬา ได้ไม่มากนัก เพราะ จังหวัดเราเลฌก และที่พักน้อย แต่ ระนอง พร้อมต้อนรับทุกคน
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ระนอง เป็น เมืองแห่งความจงรักภักดี มาตั้งแต่ประวัติศาสตร์ จนปัจจุบัน
error: Content is protected !!